|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 04:03:58 PM » |
|
 อุ้ย มัวแต่ต้วมเตี้ยมหารูป มาทันกระทู้แรกไหมเนี่ย.... 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
nutt
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 04:11:00 PM » |
|
 อุ้ย มัวแต่ต้วมเตี้ยมหารูป มาทันกระทู้แรกไหมเนี่ย....  ว้าววววววววววว มีระยิบระยับด้วย พี่พรายน้ำ...5555
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
"สองเรื่องที่อันตราย คือการวิ่งขึ้นบันได ,กับการวิ่งทับหัวใจคนอื่น"
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 04:30:37 PM » |
|
สวัสดีครับทุกท่าน Vol.9 มากับคอนเซป Feat. fashion on the dancing floor จะเป็นยังไงบ้าง ติดตามชมได้เลยครับ
 concept นี้ so cool Fashion on the dancing floor Feat. เสวนาประสาพราย ยังกะนักร้องฝรั่ง 2 คน ออกอัลบั้มใหม่ สองคนผนึกพลัง ต้องเจ๋งอยู่แล้วค่ะ...... 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 04:34:29 PM » |
|
ขอแทรกข่าวด่วน เพื่อความปลอดภัยของเพื่อนชาวเว็ป
สถานนีนี้ จูลี่กับคุณ CJS น่าจะใช้เกือบทุกวัน
แก้งค์ป้ายยา ข้างล่างสถานีรถไฟฟ้าชิดลม
Stranger ฝากมาบอกว่า ... เกิดขึ้นกับตัวเองโดนแกงค์ป้ายยา ที่ ข้างล่างสถานีรถไฟฟ้าชิดลม เรื่องที่จะเล่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง จนตัวเองจ้องไปนอนที่โรงพยาบาลตำรวจที่ตึกฉุกเฉิน ในความคิดของคนเราเรื่องของแกงค์ป้ายยาเราได้กิตติศัพท์มาบ้างแล้ว ในใจผมบอกได้เลยว่าไม่เชื่อเรื่องแกงค์ป้ายยจะมีจริง และแล้ววันที่โชคร้ายที่สุดสำหรับผมก็มาบรรจบกัน ผมไปธุระที่สีลม ช่วงสายของวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยการนั่งรถแท็กซี่เพื่อขึ้นตึก ๆ หนึ่งที่หน้าสถานีรถไฟฟ้าชิดลม จนลงมาจากตึก ด้วยเป้นวันเสาร์เวลาบ่ายนิดๆ ทำให้อากาศร้อนมาก คนแทบไม่มีเดินตามท้องถนน โดยตัวผมได้เดินแบกเป้สะพายหลัง 1 ใบพร้อมอุปกรณ์ทำมาหากินเต็มเป้ ช่วงเวลาที่กำลังเดินมาขึ้น รถไฟฟ้าที่อยู่ติดกันหน้าตึก ผมได้เห็น ชาย 2 คน ซึ่งคาดได้ว่าเป้นชาวต่างชาติชาวอาหรับ 2 คน กำลังยืนรอใครอยู่แน่ๆ ผมไม่สนใจ จึงเดินผ่านไป
แต่แล้ว ชาวอาหรับ 2 คนนั้นกลับเรียกผมให้หยุดเพื่อที่เขาจะจับมดที่หลังผมให้ ซึ่งเขาพูดเป็นภาษาไทยแต่เป็นสำเนียงของชาวอาหรับ ช่วงเวลานี้เอง ที่เขาทำอะไรกับหลับผมซึ่งเขาบอกว่า จะจับมดให้โดยการเอานิ้วมือมาสะกิดที่ข้างลำคอ แล้วไล่มาเรื่อยๆ จนถึงหัวไหล่ เขาปล่อยมือออกจากตัวผม แล้วก็สอบถามเรื่องเส้นทางที่จะไป ถนนข้าวสาร หลังจากนั้นไม่ถึง 30 วินาที แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ตัวผมเองเหมือนโดนบีบตาให้หลับ และ ตัวเราล่องลอยไปเรื่อย ๆ ผมมารู้ทีหลังว่า ได้เดินทางไปกับ ชาวอาหรับ 2 คนนั้นโดยทางแท็กซี่ ซึ่งเขาพาผมนั่งไปในรถแท็กซี่นั้นด้วย
เขาได้ถือเป้ของผม และได้เอาของทุกอย่างที่อยู่ในเป้ ซึ่งมีของสำคัญหลายชิ้นซึ่งสูญหายไป ไม่ว่าจะเป็นสมุดบัญชีต่าง ๆ รวมถึงกระเป๋าสตางค์ของผม ช่วงเวลาที่ผมอยู่ในรถับแกงค์นี้ ผมบอกตรงๆ ว่าผมจำอะไรไม่ไดอีกเลย จนมารู้สึกตัวทีหลังว่า ผมกำลังเดินอยู่ที่ สถานีรถไฟฟ้าสยาม เดินเข้าไปในสบาม โดยที่หาทางออกไม่เจอเป้นเวลานาน เหงื่อแตกเต็มตัว และเวลาต่อมา ร่างกายเกิดอาการชาไปทั้ง หน้า ปาก แขน และ ขา ผมออกมาจาก สยามดิส แล้วเดินมาทางนั้นเดินมาเรื่อยๆ (ที่ผมรู้ว่ามาจากทางสยามดิสเพราะกลับไปสอบถาม ร้านค้าเล็กๆ ข้างทางว่า ผมเดินมาจากทางไหน เพื่อรวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ) ผมเดินแบบไม่รุ้จุดหมาย จนเกิดอาการหน้ามืดอย่างแรง อาเจียน และ ไม่มีแรง จนสุดท้ายต้องพึ่ง มอเตอร์ไซด์รับจ้างที่ใกล้วัน ปทุมวนาราม ให้หาตำรวจ และ ตำรวจก็มาถึง พร้อใกบแจ้ง เจ้าหน้าที่ทาง ร.พ ตำรวจ เพื่อนำตัวผมเข้าห้องไอซียู ในช่วงเวลา บ่าย 2 โมง ผมเองไปรุ้สึกตัว อีกทีหลังจากทางแม่ และภรรยา พร้อมลูกมาหาผมที่โรงพยาบาลแล้ว
แทบไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างผมอยุ่ในโลกแห่งวิทยาการที่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารก่อนใครผ่านทางหน้าจอคอมพิวเอตร์แต่ผมกลับ ไม่สามารถเอาตัวเองให้รอดพ้นจาก มิจฉาชีพ ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 04:47:50 PM » |
|
[ ว้าววววววววววว มีระยิบระยับด้วย พี่พรายน้ำ...5555[/quote] น้องพลอยพราย.........ลองเข้าไปเล่นในเว็ปนี้สิ....www.glitterfy.com เอารูปเราไปทำให้ระยิบระยับ หรือใส่กรอบก็ได้ แล้วเอาไป paste ใน hi5 ได้ด้วย 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 04:54:27 PM » |
|
 คิดว่าตอนนี้คุณ CJS คงง่วนอยู่กับการหารูป fashion มาให้เราชาวเว็ปดูอยู่ Thanks a lot ka พี่มาดูต่อพรุ่ง นี้ ต้องรีบไปยิมเพื่อเต้น hiphop เดือนหน้า member หมดแล้ว สงสัยไม่ต่อที่เอราวัณ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
CJS_BKK
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 05:10:43 PM » |
|
ชุดบอลรูมในปี 1980 ครับ In the 1980s, women wore one-color, sequined gowns, with a modest open back. The dresses had layers and layers of petticoats — so many that the costume often engulfed the man. By 1985 designers had done away with the petticoats. A more flowing "Ginger Rogers"-type dress was in, with a longer back line. A few years later, feathers were the rage, followed by the pleated skirts. Then winged sleeves flowing from the ladies' arms became standard wear.
ชุดลาตินในปี 1980 ครับ Two decades ago men wore black skin-tight cat suits or jump suits, but by the mid-80s the suits began to be matched to their partners' colorful costumes. Then came the pleated trouser with blousy Cuban shirts, followed by the bolero look. Also in style for a while was the baggy pant with a high waistband. Today the men's costumes are more relaxed, and allow for greater movement.
Two decades ago the women's costume in the Latin division were plain and modest. The material was heavy and the styles were very restrictive. But as dance moves became faster and more technically demanding, dancers insisted on lighter fabrics that offered more flexibility.
สังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแฟชั่นเต้นรำนะครับ ทั้งการออกแบบและสีสัน
Vedio ประกอบครับ
1962 Blackpool Professional Standard
SAMBA Donnie Burns & Gaynor Fairweather 1985
World Champions Ballroom '60
World Champions Latin American 1979 Alan & Hazel Fletcher เป็นของเก่าที่น่าชมมาก อย่าพลาดเชียวนะครับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2008, 12:52:50 PM โดย CJS_BKK »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
CJS_BKK
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 05:56:05 PM » |
|
Man Of La ManCha หรือ " สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ "
Don Quiojote ถือเป็นบทประพันธ์อมตะ เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของประเทศสเปน
ประพันธ์โดยนักเขียนในสมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นยุคทองของวรรณคดีสเปน นักเขียนเรืองนามท่านนั้น คือ มิเล เด เซรบันเตส ซาเบ-เดค้า (Miguel de Cervantes Saavedra) เนื่องจากงานประพันธ์เรื่องนี้ จัดเป็นร้อยแก้วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของวรรณคดีโลก บรรดานักคิดนักเขียนกล่าวว่าไม่มีผู้อ่านท่านใดที่มี ความเห็นตรงกันเลยเกี่ยวกับงานเขียนเรื่องนี้ ต่างมีการตีความต่างกันทั้งสิ้น แม้แต่เซรบันเตสเองก็กล่าวว่าผู้อ่านแต่ละวัยจะได้รับสาระและความเพลิดเพลินต่างกัน บทประพันธ์นี้ได้รับการนำมาสร้างทั้ง ภาพยนต์ และละครเวที อย่างนับครั้งไม่ถ้วนไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
http://www.scenario.co.th/rachadalai/เพลงประกอบ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2008, 01:24:54 PM โดย CJS_BKK »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
CJS_BKK
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 06:56:32 PM » |
|
OB LA DI OB LA DA
Desmond has his barrow in the market place... Molly is the singer in a band... Desmond says to Molly "Girl, I like your face" And Molly says this as she takes him by the hand... Ob-la-di, ob-la-da, life goes on, brah!... Lala how the life goes on... Ob-la-di, ob-la-da, life goes on, brah!... Lala how the life goes on.
Desmond takes a trolley to the jewelry store... Buys a twenty carat golden ring... (Golden ring) Takes it back to Molly waiting at the door... And as he gives it to her she begins to sing... (Sing) Ob-la-di, ob-la-da, life goes on, brah!... Lala how the life goes on... Ob-la-di, ob-la-da, life goes on, brah!... Lala how the life goes on.
In a couple of years they have built a home sweet home, With a couple of kids running in the yard, Of Desmond and Molly Jones... (Ha ha ha ha ha)
Happy ever after in the market place... Desmond lets the children lend a hand... Molly stays at home and does her pretty face... And in the evening she still sings it with the band... Ob-la-di, ob-la-da, life goes on, brah!... Lala how the life goes on... Ob-la-di, ob-la-da, life goes on, brah!... Lala how the life goes on.
In a couple of years they have built a home sweet home, With a couple of kids running in the yard, Of Desmond and Molly Jones... (Ha ha ha ha ha)
Happy ever after in the market place... Molly lets the children lend a hand... Desmond stays at home and does his pretty face... And in the evening she's a singer with the band... Ob-la-di, ob-la-da, life goes on, brah!... Lala how the life goes on... Ob-la-di, ob-la-da, life goes on, brah!... Lala how the life goes on.
And if you want some fun...take Ob-la-di-bla-da (Thank you)
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
CJS_BKK
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2008, 07:07:46 PM » |
|
Connie Talbot สาวน้อยวัย 6 ขวบจากอังกฤษ ผู้สร้างความประทับใจให้กับชาวอังกฤษกว่า 7 ล้านคน ในคืนวันจันทร์ธรรมดาๆ วันหนึ่ง ผ่านทางรายการเรียลลิตี้โชว์ชื่อดัง ซึ่งคัดเอาโชว์ที่ดีที่สุดของประเทศจากการโหวตของประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกับคอมเม้นท์เตเตอร์ 3 ท่านจากรายการทางช่อง iTV ของอังกฤษ ในรอบออดิชั่น หนูน้อยวัย 6 ขวบจาก West midland เดินเข้ามากลางเวทีอย่างมาดมั่น พร้อมกับฟันที่หายไป 2 ซี่ พร้อมกับบทเพลงไพเราะ "Somewhere Over The Rainbow" จากหนังเรื่องดัง The Wizard of Oz นิทานที่คุณย่าของเธอเล่าให้ฟังในวัยเด็ก เธอจบเพลงท่อนฮุกพร้อมกับน้ำตาของสาวอแมนดา หนึ่งในกรรมการหรือคอมเม้นท์เตเตอร์ ที่นั่งอยู่ตรงหน้า และกับคอมเม้นท์ที่ว่า "You are the best 6-year-old singer of the world" ซึ่งทำให้เธอได้ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก ซึ่งเธอเลือกเพลง Ben มาร้อง และประสบความสำเร็จอีกครั้ง หนึ่งในกรรมการกล่าวว่า "When she sang I felt the powerful silence" ทำให้เธอได้เข้าสู่รอบชิง และนำเอาเพลง "Somewhere Over The Rainbow" เพลงโปรดของเธอเเละคุณย่ามาร้องอีกครั้ง -------------------------------------------------------------------------------- แม้ว่าในรอบชิงเธอจะไม่ได้คะแนนโหวตสูงสุด แต่เชื่อว่าหลายๆคนคงได้ใจสาวน้อยคนนี้ไปแล้วเต็มๆ More fact about Connie Talbot connie เริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 18 เดือน โดยมีคุณย่าของเธอคอยสนับสนุนเธอ "She will be a famous grandchild...That's gonna be connie" คุณย่าของเธอกล่าวก่อนสิ้นลมด้วยโรคมะเร็งเต้านม เมื่อคอนนี่อายุเพียงสามขวบ และในวันฝังศพ คอนนี่เป็นคนร้องเพลง Somewhere over the rainbow หน้าหลุมศพของคุณย่าเธอทั้งน้ำตา ด้วยฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวเธอไม่ดีนัก และต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกถึง 3 คน ทำให้ครอบครัวไม่สามารถที่จะพาคอนนี่ไปเรียนร้องเพลงหรือดนตรีอย่างที่เธอต้องการได้ ในวันเกิดของเธอ พ่อกับแม่จึงทำได้เพียงซื้อเครื่องเล่นคาราโอเกะราคา 99 ปอนด์ให้เธอเป็นของขวัญ และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเธอในการร้องเพลงอย่างจริงจัง Cowell จาก Sony BMG พยายามที่จะทาบทามสาวน้อยคนนี้ให้เซ็นสัญญาในสังกัด และ Connie เองก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นนักร้องอย่างที่เธอฝันไว้ Connie Talbot THE FINAL Britains Got Talent Over The Rainbow
อยากให้ลองคลิ๊กฟังดูนะครับ  ไม่เด็ด ไม่ดีจริง CJS ไม่เอามาโพสแน่นอนครับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2008, 02:03:06 PM โดย CJS_BKK »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
CJS_BKK
|
 |
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 11:41:49 AM » |
|
โอต์ กูตู (Haute Couture)
คงเป็นคำที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ยินกันบ่อยมาก เอ........แต่มันแปลว่าอะไร มีความหมายอย่างไร CJS มีคำตอบมาฝากครับ
ในวงการแฟชั่นนั้น แบ่งตลาดของธุรกิจเสื้อผ้าพรีเมี่ยมออกเป็น 3 ตลาดหลัก คือ 1. โอต์ กูตู (Haute Couture) หรือ High Fashion 2. บูติค (Boutique) คือ ตลาดเสื้อผ้าแบบชนิดเดียวหลายตัว 3. เสื้อผ้าสำเร็จรูปเพรท-อะ-พอร์ทเตอร์ ( Ready-to-wear หรือ prêt-à-porter ในภาษาฝรั่งเศส)
สองคำนี้ เป็นคำที่ผู้คนในวงการแฟชั่นทุกคนต้องรู้จัก เพราะถือว่ามีอิทธิพลกับวงการแฟชั่นมากๆ ในแต่ละปี คอลเลคชั่นโอต์ กูตู และเพรท-อะ-พอร์ทเตอร์ ของดีไซน์เนอร์ชื่อดังต่างๆ จะเป็นตัวกำหนดกระแสความนิยมของสินค้าในปีนั้นๆ ว่าสีไหนจะมาแรง เสื้อสไตล์ไหนจะอิน สไตล์ไหนจะเอาท์ หรือแม้กระทั่งว่าน้ำหอมกลิ่นต่างๆ ตุ้มหู เครื่องประดับในปีนี้จะเป็นอย่างไร ก็ล้วนได้รับอิทธิพลมาจาก 2 คอลเลคชั่นนี้ มีปารีส ศูนย์กลางแฟชั่นของโลก เป็นผู้นำในการกำหนดกระแสแฟชั่นในแต่ละปี ตามมาด้วยเมืองแฟชั่นอื่นๆ อย่าง มิลาน นิวยอร์ค โตเกียว ฯลฯ
รู้อย่างนี้แล้ว สงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมคำ 2 คำนี้ถึงมีความสำคัญถึงเพียงนี้ และมันคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่? มารู้จักแฟชั่นกันให้ถึงแก่นกันเลยครับ
อลังการงานโอต์ กูตู
“Haute Couture should be fun, foolish and almost unwearable.” - Christian Lacroix
ถ้าพูดถึงแฟชั่นชั้นสูง หรือ Haute Couture ก็ต้องนึกถึงความหรูหราฟูฟ่าแบบไม่ธรรมดาและราคาแพงลิบของชุดที่ออกแบบมาเฉพาะให้พิเศษกว่าใคร เพราะ Haute Couture จัดว่าเป็นสุดยอดของสุดยอดแฟชั่น ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแฟชั่นของชนชั้นสูงเท่านั้น (High Fashion)
Haute Couture เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ศิลปะการตัดเย็บชั้นสูง หรือ “high sewing” ซึ่งจำกัดวงเฉพาะอยู่ในเมืองแฟชั่นระดับแนวหน้าของโลกเท่านั้น เช่น ปารีส นิวยอร์ค ลอนดอน และมิลาน แต่ของแท้และดั้งเดิมนั้น เชื่อกันว่า จะต้องเป็นห้องเสื้อโอต์ กูตูของฝรั่งเศสเท่านั้น
ห้องเสื้อโอต์ กูตูมีขึ้นในประเทศฝรั่งเศสเป็นแห่งแรก เสื้อผ้าในแบบโอต์ กูตูไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ ซึ่งเสื้อผ้าประเภทนี้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งเลยทีเดียว
โอต์ กูตูมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่กว่า 150 ปีมาแล้ว โดยในปีค.ศ. 1858 ชาร์ล เฟเดริค เวิท (Charles Frédéric Worth) ได้ก่อตั้งห้องเสื้อโอต์ กูตูแห่งแรกขึ้นที่ เลขที่ 7 ในย่าน rue de la Paix ในปารีส เพื่อออกแบบเสื้อสำหรับลูกค้าชั้นสูงที่ต้องการชุดที่ออกแบบตัดเย็บอย่างประณีต หรูหรา และมีรูปแบบเฉพาะสำหรับรสนิยมอันเป็นปัจเจกสำหรับลูก ค้าแต่ละคนเท่านั้น แบบเสื้อแต่ละแบบต้องมีความเป็นต้นฉบับ (original) ที่ดีไซน์โดยผู้ออกแบบเอง ไม่ได้ลอกเลียนมาจากแบบเสื้อที่เคยมีอยู่ ห้องเสื้อโอต์ กูตู จึงเป็นสถานที่ที่ดีไซน์เนอร์ได้มีโอกาสสร้างสรรผลงานใหม่ๆจากจินตนาการและความคิดของผู้ออกแบบอย่าง เสรี โดยในยุคนั้นราชนิกูลจากราชวงศ์ต่างๆในยุโรปเป็นลูกค้าของเขาเกือบทั้งหมด
ห้องเสื้อโอต์ กูตู ของชาร์ล เฟเดริค เวิท ได้ปิดกิจการลงในปีค.ศ. 1945 แต่ในปัจจุบันยังคงมีน้ำหอมซึ่งผลิตภายใต้ชื่อของเขา อยู่ ผลงานของ ชาร์ล เฟเดริค เวิท นั้นจัดเป็นมรดกทางศิลปะในด้านการออกแบบอาภรณ์ ซึ่งปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เช่น Sugino Costume Museum, The State Hermitage Museum, Isabella Stewart Gardner Museum เป็นต้น
ดีไซน์เนอร์รุ่นน้องที่ประสบความสำเร็จในวงการโอต์ กูตู ภายหลังการบุกเบิกของเฟเดริคได้แก่ Patou, Poiret, Vionnet, Fortuny, Lavin, Chanel, Schiaparelli, Balenciaga และ Dior
จุดเด่นของชุด Haute Couture จึงอยู่ที่การออกแบบและตัดเย็บซึ่งถูกรังสรรค์มาเป็น พิเศษเพื่อสร้างความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับผู้ส วมใส่เท่านั้น ความประณีตและแยบยลในการตัดเย็บด้วยเทคนิคชั้นสูงของ โอต์ กูตู จะช่วยเสริมส่งให้รูปร่างของผู้สวมใส่ดูดี มีสง่า ช่วยอำพรางจุดด้อยต่างๆ และเสริมจุดเด่นของผู้สวมใส่ เช่น ซ่อนหน้าท้องให้แบนราบ เสริมลำคอให้ดูเรียวระหงส์ เพิ่มความอวบอิ่มให้ทรวงอก และอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้เสื้อผ้าในแบบโอต์ กูตูได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นสุดยอดแห่งอาภรณ์ที่ชนชั้นสูงเลือกใช้ในโอกาสพิเศษต่างๆ และเพื่อความสมบูรณ์แบบในการสวมใส่ เสื้อผ้าโอต์ กูตูแต่ละชุดจึงต้องใช้เวลาในการลองเสื้อไม่ต่ำ กว่า 3 ครั้งในการตัดเย็บชุดแต่ละชุด
ในการตัดเย็บเสื้อผ้าสไตล์โอต์ กูตูนั้น ผู้ตัดเย็บ หรือที่เรียกว่ากูตูรีเย่ (couturier) จะไม่ตัดผ้าบนพื้นราบ แต่จะตัดผ้าตามเส้นสายของทรวดทรง เพื่อให้ได้สัดส่วนที่พริ้วไหวไปตามท่วงท่าลีลาตามเคลื่อนไหวของรูปร่าง ส่วนมาตรที่ใช้วัดนั้น จะใช้หลักวัดเป็นมิลลิเมตรเตอร์เพื่อให้ได้ขนาดและสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับคำว่า “สมบูรณ์แบบ” มากที่สุด และแน่นอนต้องตัดเย็บด้วยมือเท่านั้น
นอกเหนือไปจากฝีมือการตัดเย็บด้วยเทคนิคชั้นสูงและความประณีตพิถีพิถันแล้ว อีกองค์ประกอบหนึ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ในการทำเสื้อผ้าในแบบโอต์ กูตูก็คือความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ และ “ศิลปะ” ดังที่ครั้งหนึ่งดิออร์เคยกล่าวไว้ว่า “I think of my work as ephemeral architecture”
ชาร์ล เฟเดริค เวิท ได้ก่อตั้ง the Chambre Syndicale de la Haute Couture ขึ้น ในปี 1868 (พ.ศ. 2411) เพื่อดูแลอุตสาหกรรมการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงของฝรั่งเศส ซึ่งต่อมาได้รวมเข้ากับ the Chambre Syndicale du Pret-a-Porter des Couturiers et des Createurs de Mode ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของ prêt-à-porter และ the Chambre Syndicale de la Mode Masculine ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของเสื้อผ้าผู้ชาย ทั้ง 3 องค์กรณ์รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสมาคมกลาง ชื่อ the Federation Francaise de la Couture, du Pret-a-Porter des Couturiers et des Createurs de Mode ทำหน้าที่ดูแลอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งหมด รวมถึงการกำหนดปฏิทินแฟชั่นในแต่ละปี
ยุคทองของโอต์ กูตูนั้นอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 50 โดยบรรดาคนดังอย่าง Capucine, Sophie Litwak และ Bettina ต่างก็ทำให้กระแสความนิยมของโอต์ กูตูขจรไกลไปทั่วโลก
แต่ในปัจจุบัน กระแสความนิยมในโอต์ กูตูได้ลดลงไปตามความเปลี่ยนแปลงของวิถีการดำรงชีวิต ของผู้คนที่เปลี่ยนไป จากจำนวนลูกค้ากว่า 15,000 คนในช่วงปี 1947 ลดลงเหลือน้อยกว่า 1,500 รายในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งนั้นเป็นผลมาจากราคามหาสูงของเสื้อผ้า โอต์ กูตูในปัจจุบัน ซึ่งมีราคาถึง 16,000-60,000 ดอลล่าสหรัฐต่อสูทหนึ่งชุด และถ้าเป็นชุดราตรีจะยิ่งราคาสูงกว่านี้อีก เนื่องจากการตัดชุดแบบชั้นสูงนี้ แต่ละชุดใช้เวลาในการทำงานกว่าร้อยชั่วโมง
การจะเป็นห้องเสื้อโอต์ กูตูของฝรั่งเศสได้นั้น จะต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Chamber Syndicate de la Haute Couture Parisienne ภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมฝรั่งเศส (French Ministry of Industry) ซึ่งได้รับการบัญญัติไว้เป็นกฎหมายเลยทีเดียว โดยห้องเสื้อโอต์ กูตูจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ได้บัญญัติไว้ในปีค .ศ. 1945 โดยมีการปรับปรุงครั้งล่าสุดในปีค.ศ. 1992ดังนี้: • จะต้องมีพนักงานในส่วนตัดเย็บไม่น้อยกว่า 15 คน • จะต้องนำเสนอแบบเสื้อในงานแฟชั่นของโอต์ กูตูปีละ 2 ครั้ง คือ มกราคม (แฟชั่นฤดู ใบไม้ผลิ และฤดูร้อน) และกรกฎาคม (แฟชั่นฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว) เพื่อให้แก่ผู้บริโภคได้รู้ถึงทิศทาง (trend) ในฤดูที่จะมาถึง • การแสดงแบบเสื้อในแต่ละคอลเลคชั่นจะต้องมีอย่าง 35 แบบ ทั้งชุดกลางวันและชุดราตรี
คำว่า “Haute Couture” และ “Couture Creation” นั้น เป็นคำที่ได้รับการปกป้องโดยกฎหมายของฝรั่งเศส ซึ่งจะอนุญาตให้ห้องเสื้อที่ได้รับการรับรองใช้ได้เท่านั้น ดังนั้นในฝรั่งเศสใครจะมาแอบอ้างใช้สองคำนี้ซี๊ซั๊วไม่ได้
รูปแบบการบริหารจัดการในห้องเสื้อโอต์ กูตูนั้น โดยทั่วๆไปแบ่งเป็น 2 ระดับดังนี้ คือ 1. ดีไซน์เนอร์ เป็นผู้บริหารระดับสูงสุดของห้องเสื้อ เป็นผู้กำหนดแนวทางในการทำงาน การบริหารจัดการ และทิศทางธุรกิจ 2. ผู้บริหารระดับกลาง ได้แก่ ตำแหน่งต่างๆดังนี้ • Chief Assistant • Second Assistant • Fitter • Sales Chief • Assistant to Sales Chief 3. พนักงานทั่วไป ได้แก่ • Arpettes หรือ Apprentices ทำหน้าที่ช่วยงานจุกจิกในการตัดเย็บ เช่น กลัดเข็มหมุด และคอยช่วยงานต่างๆ • Sales Staff: ทำหน้าที่ดูแลและต้อนรับลูกค้า
ตอนนี่เหลือ haute couture hous แค่ 13 แห่งคือ Adeline André Chanel Christian Dior Christian Lacroix Dominique Sirop Emanuel Ungaro Franck Sorbier Givenchy Jean Paul Gaultier Jean-Louis Scherrer สามอันหลังเพิ่งถูกเชิญมาต้นปี 2007 Elie Saab Giorgio Armani Valentino
ส่วน Giorgio Armani Prive นั้น แม้จะร่วมแสดงแบบแฟชั่นใน The Couture Show ด้วย แต่ยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ใช้ตรา “Haute Couture”
สำหรับโอต์ กูตูในอิตาลีนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของ Camera Nazianale dell’ Alta Moda Intaliana มีสมาชิก 13 บริษัทซึ่งร่วมกันจัดแฟชั่นโชว์ ปีละ 2 ครั้ง ก่อนการแสดงในกรุงปารีส จุดเด่นของสินค้าจากอิตาลี คือ เนื้อผ้าที่ดีและมีคุณภาพเยี่ยม เพราะอิตาลีมีอุตสาหกรรมผลิตผ้าที่ดีที่สุดในโล ก ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มพัฒนาตามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น อิตาลียังมีนักออกแบบจำนวนมากและมีการถ่ายทอดวิชาการ ออกแบบอย่างเป็นระบบทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่น ทั้งเสื้อผ้า เครื่องหนัง และเครื่องประดับพัฒนาไปอย่าง พร้อมเพรียงกัน โดยการออกแบบของอิตาลีเป็นการประยุกต์แนวทางใหม่ๆ และสร้างความแตกต่างมากกว่าการรักษาความอนุรักษ์นิยม เช่นประเทศคู่แข่งอื่นๆ ขณะที่แรงงานอิตาลีมีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในยุโรป และมีฝีมือการตัดเย็บที่ประณีตไม่แพ้โอต์ กูตูในประเทศอื่นๆ
สำหรับในเมืองไทยนั้น คุณฟอร์ด-กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการนิตยสารScream ซึ่งเป็นนิตยสารเล่มแรกที่คลอดออกมาเพื่อนำเสนอแฟชั่ นเสื้อผ้าชั้นสูงของไทย ได้พูดถึงโอต์ กูตูในมุมมองแบบไทยๆไว้ว่า "ในเมืองไทยไม่มีคำว่าโอต์ กูตูร์ แต่เราก็พยายามสรรหาผลงานที่เป็นแฟชั่นชั้นสูง ซึ่งได้ข้อมูลจากหลายๆ ด้าน อาทิ แฟชั่นในสมัยก่อนที่เกิดจากในรั้วในวังทั้งสิ้น ซึ่งสตรีชั้นสูงเป็นแม่แบบของแฟชั่นให้สามัญชนได้เลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของผ้าแถบ สไบ ผ้าไหม นอกจากนั้นยังมีผ้าไหมและงานศิลปหัตถกรรมของไทยที่มี ความประณีต ล้วนแล้วแต่ถือเป็นแฟชั่นชั้นสูง"
สำหรับผม ถือว่าชุดเต้นรำประเภทบอลรูม เป็นงานฝีมือในระดับ โอต์ กูตู เพราะว่าผลิตมาเฉพาะท่าน และเป็นงานฝีมือชั้นสูงเช่นกันครับ ถึงแม้อาจจะไม่เข้าหลักเกณฑ์หลายๆข้อ แต่คิดว่าเป็นเสื้อผ้าที่่ต้อใช้ความชำนาญในการตัดเย็บเป็นอย่างมากครับ
ผมขอเลือก Dior ให้เป็นหนึ่งเดียวของโลกในด้านเสื้อผ้าชั้นสูงของโลก ที่รักษาคุณภาพและฝีมือการตัดเย็บได้เป็นอย่างดี กับชุดที่คัดมาแล้วว่า สวย อลังการที่สุดในโลกของปีนี้ครับ  ชุดสีชมพูน่ารักสดใส วัยหวาน ใครว่ากางเกงจะเป็นแฟชั่นชั้นสูงไม่ได้  กระโปรงยาวเข้ารูปและร่ม อันเป็นสัญลักษณ์ของดิออร์  การจับเดรปแบบเฉพาะของดิออร์  สีดำและเครื่องประดับศรีษะที่อลังการ  สีขาว พร้อมหมวกทรงบานใบใหญ่  กระโปรงสุ่ม หมวก และถุงมือ คือ สิ่งที่ไม่เคยหายไปจากรันเวย์  สีน้ำตาลและหมวดทรงข้าง ที่ดูหรูหรา  สีชมพูและความโดดเด่นของตัวกระโปรง ผสมผสานสองสไตล์  ชุดสีฟ้าอ่อน แขนเข้ารูป ปลายแขนกระดิ่ง กระโปรงสุ่ม เป็นอีกชุดที่ผมชอบมากครับ  ความเร้าร้อนของสีแดงเพลิง ตัดกับสีทอง สไตล์สเปน  ขอให้เป็นชุดฟินาเล่ของกระทู้นี้ครับ กระโปรงสุ่มทรงบอลลูน แขนบอลลูน เทคนิค การใช้สี การตัดเย็บขั้นเทพ จริงๆ  เบื้องหลังของความสำเร็จ คือ จอน กัลลิอาโน่ ดีไซน์เนอร์ของแบรน ที่ใช้เวลาในการแต่งตัว ไม่น้อยไปกว่านางแบบครับ เพราะว่าเค้าคนนี้ทำให้ดิออร์ คืนชีพกลับมาอีกครั้ง จนโด่งดังไปทั่วโลกครับ Vedio ประกอบครับ Christian Dior Haute Couture AW07/8 Part 1
เฉพาะกระทู้นี้ ผมใช้เวลาในการหาข้อมูลและทำร่วมชม.ครับ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2008, 01:20:15 PM โดย CJS_BKK »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Lek
|
 |
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 01:31:14 PM » |
|
สวัสดีค่ะสมาชิกบ้านพรายทุกท่าน..
..มาติดตามเรื่องราวสาระความรู้เกี่ยวกับแฟชั่นและเต้นรำ..เป็น Issue ที่น่าสนใจมาก..จะติดตามตอนต่อๆ ไป..ขอบคุณที่นำมาเผื่อแผ่กันค่ะ.. 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
*Let’s practice and improve English language at the International Forum ^o^ ...ขอเชิญมาฝึกและพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษด้วยกันที่บอร์ดอินเตอร์นะคะ...
|
|
|
|
|
Ni
Meeting Staff
Hero Member

ออฟไลน์
กระทู้: 24,412
นิเองค่ะ..
|
 |
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 01:58:40 PM » |
|
สวัสดีค่ะน้องบรรดาพรายทั้งชายหญิง..
โอว.. เข้ามาบ้านนี้เพลินไปเลยค่ะ ทั้งอ่าน ทั้งดูภาพแฟชั่น ทั้งฟังเพลง.. ชมคลิป ขอบคุณมากนะคะ.. เดี๋ยวมีเวลาจะมาติดตามรายการอีกค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
"Truly great friends are hard to find, difficult to leave, and impossible to forget."
|
|
|
เจ้าป้าเปรี้ยวณ.ลีลาวดี(JAOWPA)
Meeting Staff
Hero Member

ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 25,814
JAOWPA
|
 |
« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 02:37:25 PM » |
|
หวัดดีค่ะ..พรายหนุ่มและพรายสาวทั้งหลาย... *....ยินดีกับบ้านใหม่หลายเวอร์ชั่น...ทั้งเพลิดเพลินและสาระที่อัดแน่น...เจ้าป้ามาดูบ่อยๆบางครั้งไม่ได้โพส...ค่ะ...ดูคึกคักดีนะคะ.....
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 02:38:11 PM » |
|
สวัสดีค่ะคุณพรายเวท เหล่าพรายและแขกของบ้านพราย กว่าพรายน้ำจะต้วมเตี้ยมมาถึงบ้านได้เกือบเย็นแล้ว ก็มัวแต่หารูปเข้าไปเก็บใน photo bucket รูปแรกชุดลีลาศหญิง เหมือนตุ๊กตาเสียบไม้ขาย ตอนที่เป็นเด็กเล็ก ๆ อยู่ ยังไงอย่างงั้นเลยล่ะ ส่วนรูปที่สองยุคนั้นเป็นยุคดิสโก้ที่กำลัง hit สุด ๆ เสื้อผ้าก็เลยออกแนว glitter แล้วชุดหมีตอนนั้น hit จริง ๆ ใครได้ดูวัยอลวน ภาคแรกป่าว พระเอกนางเอกใส่ชุดหมีเต้น bump ชุดแบบนี้ hit ไปทั้งประเทศ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 02:47:50 PM » |
|
Man Of La ManCha หรือ " สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ "
Don Quiojote ถือเป็นบทประพันธ์อมตะ เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของประเทศสเปน
ประพันธ์โดยนักเขียนในสมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นยุคทองของวรรณคดีสเปน นักเขียนเรืองนามท่านนั้น คือ มิเล เด เซรบันเตส ซาเบ-เดค้า (Miguel de Cervantes Saavedra) เนื่องจากงานประพันธ์เรื่องนี้ จัดเป็นร้อยแก้วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของวรรณคดีโลก บรรดานักคิดนักเขียนกล่าวว่าไม่มีผู้อ่านท่านใดที่มี ความเห็นตรงกันเลยเกี่ยวกับงานเขียนเรื่องนี้ ต่างมีการตีความต่างกันทั้งสิ้น แม้แต่เซรบันเตสเองก็กล่าวว่าผู้อ่านแต่ละวัยจะได้รับสาระและความเพลิดเพลินต่างกัน บทประพันธ์นี้ได้รับการนำมาสร้างทั้ง ภาพยนต์ และละครเวที อย่างนับครั้งไม่ถ้วนไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
http://www.scenario.co.th/rachadalai/เพลงประกอบ http://www.youtube.com/watch?v=RABrrrleB8oเคยดูแล้วค่ะ ตอนสาว ๆ 20 ปีแล้วเห้นจะได้ แฟนพาไปดูที่โรงละครแห่งชาติค่ะ เป็นละครเวทีเพลงที่ค่อนข้างได้มาตฐานเรื่องแรกเลย แต่สงสัยว่ากำไรป่าว เพราะตอนนั้นแสดงแค่ไม่กี่รอบ จรัล มโนเพชร กับ ศรัณยู วงศ์กระจ่าง แสดงเป็น ดอน ฆีโฮเต้ นรินทร ณ บางช้าง แสดงเป็นนางเอก ส่วนบท ซานโตส ผู้ติดตามท่านดอน จำไม่ได้แล้วว่าใคร ตอนนั้นศรัณยู เพิ่งเล่นละครเวที หล่อมากเลย ตั๋วเต็ม เลยได้ดูรอบของจรัล แต่ตอนนั้นจรัลร้องดีกว่าอยู่แล้ว แต่ acting ก็คงต้องยกให้ศรัณยู เพลงเพราะมากค่ะ แนะนำให้ดู ดูแล้วร้องไห้ เพลง The Impossible dream ความหมายดีมาก แต่รอบนี้จูลี่คงไม่ดูแล้ว อยากดูเวอร์ชั่นที่เป็นของฝรั่งแท้ ๆ ค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 02:59:45 PM » |
|
Man Of La ManCha หรือ " สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ "
Don Quiojote ถือเป็นบทประพันธ์อมตะ เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของประเทศสเปน
ประพันธ์โดยนักเขียนในสมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นยุคทองของวรรณคดีสเปน นักเขียนเรืองนามท่านนั้น คือ มิเล เด เซรบันเตส ซาเบ-เดค้า (Miguel de Cervantes Saavedra) เนื่องจากงานประพันธ์เรื่องนี้ จัดเป็นร้อยแก้วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของวรรณคดีโลก บรรดานักคิดนักเขียนกล่าวว่าไม่มีผู้อ่านท่านใดที่มี ความเห็นตรงกันเลยเกี่ยวกับงานเขียนเรื่องนี้ ต่างมีการตีความต่างกันทั้งสิ้น แม้แต่เซรบันเตสเองก็กล่าวว่าผู้อ่านแต่ละวัยจะได้รับสาระและความเพลิดเพลินต่างกัน บทประพันธ์นี้ได้รับการนำมาสร้างทั้ง ภาพยนต์ และละครเวที อย่างนับครั้งไม่ถ้วนไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
ตอนฮอลลีวูด เอามาทำเป็นหนังไม่ได้ดู อาจจะเป็นเด็กเล็กมาก ไม่ทัน เห็นแฟนบอกว่า โซเฟีย ลอเรนซ์ แสดงเป็นนางเอก เป็นวรรณกรรมที่น่าอ่านมาก ๆ ๆ เล่มหนึ่ง ให้ข้อคิดอะไรเยอะแยะเลย บางคนก็มีชีวิตอยู่ได้ด้วย ความฝัน ถึงแม้ว่าความฝันนั้นจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย แต่คนบางคนก็คงหวังดีไปมั้ง จะให้อยู่กับความจริง ซึ่งเขาก็อยู่ไม่ได้ ตรอมใจตาย เราจึงไม่ควรทำลายความฝันของใคร (ประโยคนี้คิดเอง หลังจากออก จากโรงละคร)......
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 03:05:47 PM » |
|
 โยว่ โยว่.... เอ้อ บนหัวน่ะ กุงเกงป่าวคะ[/quote] แม่นแล้ว คุณเม็ดพราย กุงเกง ค่ะ น่ารักดี เหมือนเด็กซน ๆ เนอะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
CJS_BKK
|
 |
« ตอบ #28 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 03:11:50 PM » |
|
เราจึงไม่ควรทำลายความฝันของใคร เป็นประโยคที่ดีมากเลยครับ แถมด้วยนิดนึง เราต้องทำให้ฝันนั้นเป็นจริงให้ได้ครับ  นายแบบถอดกางเกง มาโพกไว้ที่หัวครับ ข้างล่างเลยไม่ได้ใส่อะไร  ผมเลยตัดเฉพาะท่อนบน เห็นรูปดูสนุกๆ กวนๆดีครับ เหมาะกับคอนเซปของ Issue นี้ครับ ตอนนี้คงต้องไปจัดการเก็บรูปไว้ให้หมดก่อนครับ ถึงจะตั้งกระทู้ใหม่ๆได้  บนหัวน่ะกุงเกง.. .........แล้วล่างนุ่งไรอยู้...อยากดูอ่ะ คุณcjs นะ..นะ..นะ v v v v คงเอามาโพสในนี้ไม่ได้อะครับคุณ Tumka 555555 เดี๋ยวพี่ๆ หัวใจวาย อิอิ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2008, 03:14:40 PM โดย CJS_BKK »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 03:12:32 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #31 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 03:19:14 PM » |
|
[สวัสดีค่ะน้องบรรดาพรายทั้งชายหญิง ยินดีกับบ้านใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจค่ะ..
ที่ตื่นตา ตื่นเต้นที่สุดคือ..
คอนเสิร์ตของ NU NUTT นี่เองค่ ใช่ค่ะ concert พลอยพราย ทำให้บ้านพรายดูคึกคักขี้นแน่นอน เจ๋งจริง ๆ น้องพลอยพราย มีรูปก็เอามาโพสท์อีกจิ.......
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #32 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 03:24:56 PM » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #33 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 03:28:34 PM » |
|
สวัสดีค่ะสมาชิกบ้านพรายทุกท่าน..
..มาติดตามเรื่องราวสาระความรู้เกี่ยวกับแฟชั่นและเต้นรำ..เป็น Issue ที่น่าสนใจมาก..จะติดตามตอนต่อๆ ไป..ขอบคุณที่นำมาเผื่อแผ่กันค่ะ..  หวัดดีค่ะ..พรายหนุ่มและพรายสาวทั้งหลาย... *....ยินดีกับบ้านใหม่หลายเวอร์ชั่น...ทั้งเพลิดเพลินและสาระที่อัดแน่น...เจ้าป้ามาดูบ่อยๆบางครั้งไม่ได้โพส...ค่ะ...ดูคึกคักดีนะคะ.....
ขอบคุณค่ะ เจ้าป้าและพี่น้องเล็ก ที่แวะข้ามาและสนใจสาระที่นำเสนอ บ้านพรายจะคึกคักได้ก็เพราะเพื่อน ๆ ที่แวะเข้ามาด้วยอ่ะค่ะ.... 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Dancing Girl
|
 |
« ตอบ #34 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 03:36:11 PM » |
|
เราจึงไม่ควรทำลายความฝันของใคร เป็นประโยคที่ดีมากเลยครับ แถมด้วยนิดนึง เราต้องทำให้ฝันนั้นเป็นจริงให้ได้ครับ  นายแบบถอดกางเกง มาโพกไว้ที่หัวครับ ข้างล่างเลยไม่ได้ใส่อะไร  ผมเลยตัดเฉพาะท่อนบน เห็นรูปดูสนุกๆ กวนๆดีครับ เหมาะกับคอนเซปของ Issue นี้ครับ ตอนนี้คงต้องไปจัดการเก็บรูปไว้ให้หมดก่อนครับ ถึงจะตั้งกระทู้ใหม่ๆได้  บนหัวน่ะกุงเกง.. .........แล้วล่างนุ่งไรอยู้...อยากดูอ่ะ คุณcjs นะ..นะ..นะ v v v v คงเอามาโพสในนี้ไม่ได้อะครับคุณ Tumka 555555 เดี๋ยวพี่ๆ หัวใจวาย อิอิ ใช่ค่ะ เราต้องพยายามทำฝันให้เป็นจริง ถ้าเป็นความฝัน ที่ไม่ทำร้าย อิจฉาริษยาหรือทำความเดือดร้อนให้ใคร ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่สร้างฝันเรา ก็อาจจะสายไป พี่ก็ดีใจที่ได้สร้างฝันด้วยการแข่งลีลาศ amature บนสนามใหญ่ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ทำอีก หรืออาจจะไม่ได้ทำแล้วก็ได้..... คนอาจจะมองท่านดอน ฆีโฮเต้ ด้วยความสมเพชแกมสงสาร แต่บางคน หรือพี่ มองแล้วน่ารักดี รู้สึกมีความสุขไปด้วย เพราะความฝันของท่านไม่ได้ทำร้ายใคร คิดแต่จะช่วยคน และก็ผจญภัย หนุกหนานดี
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
CJS_BKK
|
 |
« ตอบ #35 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 04:02:38 PM » |
|
- ความฝันของท่านไม่ได้ทำร้ายใคร คิดแต่จะช่วยคน และก็ผจญภัย หนุกหนานดี ...................จริงด้วยครับพี่จูลี่  -โลกของเราก็ก้าวหน้าไปได้ด้วยความฝันนี่ละครับ ใครจะคิดว่ามนุษย์จะบินได้ จะมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆใช้ จะมีอินเตอร์เน็ทให้พูดคุยกันได้อย่างรวดเร็ว ถ้าขาดฝัน ก็คงจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ -Topshop เปิดใหม่ที่ CTW ครับ แบรนอังกฤษที่ออกแบบโดยเคท มอส แต่ต้องเลือกดีๆครับ เพราะว่าเทียบราคาแล้ว Jaspal อาจจะดีกว่าครับ ไม่รู้ว่าราคาจะอัพขึ้นรึป่าวนะครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|