Leelart.net
พฤษภาคม 25, 2012, 03:04:00 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ... โปรดลงทะเบียน เพื่อการใช้งานเว็บบอร์ดที่สมบูรณ์แบบครับ...
... ลีลาศเว็บบอร์ดจะเปิดรับการลงทะเบียนสมาชิก ครั้งต่อไป ในวันที่ 25-29 ธันวาคม 2553 ...

... การเปิดรับการลงทะเบียน ในโอกาสต่อไป จะมีกำหนดไม่เกิน 3 วันในแต่ละครั้งที่เปิดรับ ...
..ลงทะเบียนแล้วกรุณารอเมล์ตอบรับจากระบบ(3-5นาที)แล้วเข้ามายืนยันการใช้งานในทันที หรือก่อนปิดรับการลงทะเบียน..

... โปรดงดการโปรโมทเว็บไซต์อื่นๆ นอกเหนือจากเว็บของเครือข่ายลีลาศดอทเน็ต หรือเว็บไซต์ภายใต้ความร่วมมือกัน...
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมะ 2  (อ่าน 3101 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
CJS_BKK
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,000


เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 26, 2008, 05:56:11 PM »

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สังฆัง นะมามิ (กราบ)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
บันทึกการเข้า

mopo
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 55



« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2008, 08:33:09 PM »

วันทามิ  พุทธัง,  สัพพะ  เมโทสัง,  ขะมะถะเม  ภันเต,  วันทามิ  ธัมมัง,
สัพพะ  เมโทสัง  ขะมะถะเม  ภันเต,  วันทามิ  สังฆัง,  สัพพะ  เมโทสัง  ขะมะถะเม  ภันเต
บันทึกการเข้า
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,508



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2008, 09:24:46 AM »

สาธุ
บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
ปอปลาตาโต
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 7,328



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2008, 12:08:18 PM »

สาธุ....



ฝากพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารที่องค์พระปฐมเจดีย์
ไว้ที่บ้านธรรมะ2....นี่ด้วยนะคะ
บันทึกการเข้า

ยิ้มเท่ห์ To the world you may be just one person, but to one person you may be the world.   ยิ้มเท่ห์
CJS_BKK
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,000


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2008, 12:34:06 PM »

สาธุ......... ยิ้ม
บันทึกการเข้า

Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2008, 12:05:15 AM »

อนุโมทนาสาธุ............
บันทึกการเข้า
CJS_BKK
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,000


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2008, 01:04:09 AM »

ขอเชิญญาติธรรมทั้งหลาย ได้ให้ทานด้วยการให้ธรรมะในบ้านหลังนี้ครับ ยิ้ม เจริญในธรรม
บันทึกการเข้า

Ni
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,413


นิเองค่ะ..


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2008, 10:29:01 AM »



ททท. เปิดตัวโครงการ..

“108 เส้นทางออมบุญ…สุดยอดเส้นทางมงคลแห่งชีวิต”

เพื่อสร้างกระแส ให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว
ระหว่างเดือน มีนาคม ไปจนถึงเดือน กันยายน 2551
ซึ่งเป็นโครงการพิเศษ ที่เสริมจากโครงการหลักที่ ททท.ได้จัดทำขึ้น
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 2551
อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้น เพื่อเพิ่มความถี่ ของการเดินทางท่องเที่ยวให้มากขึ้น
โดยโครงการนี้ จะเน้นการท่องเที่ยว เพื่อเยี่ยมชม
และสักการะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทั่วประเทศ
เพื่อเป็นการสะสมบุญกุศล และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ซึ่งตามหลักศาสนา ของทุกศาสนาได้สอนให้ทุกคนทำความดี
และเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ทำบุญทำทาน แก่สิ่งมีชีวิต
และสรรพสิ่งทั้งหลาย ตามความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละศาสนา

และ ททท. ยังได้จัดทำหนังสือ  “108 เส้นทางออมบุญ”
เพื่อใช้เป็นคู่มือ นำการเดินทาง ท่องเที่ยว เพื่อสะสมบุญกุศล
โดยได้คัดเลือกจากศาสนสถาน ที่ศักดิ์สิทธิ์ ของทุกศาสนาทั่วประเทศ
ทั้ง วัด พระธาตุ โบสถ์คริสต์ โบสถ์พราหมณ์
มัสยิด และศาลเจ้า รวมทั้งรวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจ
ประวัติความเป็นมา ความเชื่อ วิธีการสักการะ บทสวด
ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อเป็นการแนะนำ และแผนที่ไว้ในเล่มเดียวกัน
เพื่ออำนวยความสะดวก ให้นักท่องเที่ยว ใช้เป็นคู่มือ
และเป้าหมาย ของการเดินทาง ในแต่ละครั้ง
และได้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 8 หมวด ประกอบด้วย

- ออมบุญเพื่อสิริมงคลแห่งชีวิต
- ออมบุญเพื่อความสำเร็จทั้งปวง
- ออมบุญเพื่อโชคลาภ ร่ำรวย
- ออมบุญเพื่อแคล้วคลาดชนะอุปสรรคทั้งหลาย
- ออมบุญเพื่อการงานที่มั่นคงค้าขายร่ำรวย
- ออมบุญเพื่อความรักที่ยั่งยืน
- ออมบุญ กับพระพุทธรูปล้ำค่า ทางประวัติศาสตร์และศาสนสถานสำคัญในเมืองไทย
- เกร็ดความรู้เกี่ยวกับวัดประจำรัชกาล  และพระธาตุประจำปีเกิด

โดยจัดพิมพ์ภาพสี่สีสวยงาม รวม 255 หน้า
หนังสือ “108 เส้นทางออมบุญ”
วางจำหน่ายแล้วในราคาเล่มละ 250 บาท หาซื้อได้ที่
ททท. สำนักงานใหญ่ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี
หรือเมื่อเติมน้ำมัน หรือซื้อสินค้าในร้านค้า
ที่ปั๊มบางจากกว่า 300 ปั๊ม ที่ร่วมรายการ
ในราคาเล่มละ 170 บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
TAT CALL CENTER 1672

บันทึกการเข้า

ขยิบตา "Truly great friends are hard to find,
          ยิ้มกว้างๆ  difficult to leave,
                      ยิงฟันยิ้ม  and impossible to forget."
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,508



« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2008, 10:33:22 AM »

มาเก็บบุญด้วยคน
บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
ปอปลาตาโต
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 7,328



« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2008, 05:48:28 PM »

พี่นิขา..108 เส้นทางออมบุญ ออกมาจำหน่ายที่บางจากเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว
แล้วก็หมดเกลี้ยงไปแล้วภายในสองวันแรก
ปอปลาฯ ไปซื้อไม่ทัน
รอบนี้ทำออกมาจำหน่ายอีกรอบเหรอคะ
จะได้ตามไปหามาบ้างค่ะ
บันทึกการเข้า

ยิ้มเท่ห์ To the world you may be just one person, but to one person you may be the world.   ยิ้มเท่ห์
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,508



« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 11:16:35 AM »

จะช่วยตามหาให้ค่ะน้องโอ๋
บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 04:11:36 PM »

วัดเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด น่าไปกราบไหว้
 เมืองไทยเรานี่สวยจริงๆ
บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 04:15:09 PM »

สวยจริงๆ  ยิ้ม ยิ้ม
บันทึกการเข้า
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,508



« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 04:16:15 PM »

มีคนพิเรนนำภาพพระมาทำแบบนี้ก็ได้ด้วย..ปลงซะ(พระจริงแบบนี้ก็มีค่ะ)
บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 04:17:40 PM »

 ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 04:19:58 PM »

ต้องหาโอกาสชวนเพื่อน ๆ ไปวัดนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #16 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 04:25:21 PM »

มีคนพิเรนนำภาพพระมาทำแบบนี้ก็ได้ด้วย..ปลงซะ(พระจริงแบบนี้ก็มีค่ะ)

แย่จังเนอะ......คนทำนี่ไม่รู้เอาอวัยวะส่วนไหนคิด
บันทึกการเข้า
Ni
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,413


นิเองค่ะ..


« ตอบ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 06:22:59 PM »


พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก


"พระอาจารย์สอนคนชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่น"


"อย่ายุ่งกับเรื่องของคนอื่น ภาวนามากๆ ดูตัวเองมากๆ
หลวงพ่อ(พระโพธิญาณเถร) บอกว่า..
ธรรมดาเราดูแต่คนอื่น 90 % ดูตัวเองแค่ 10 % คือ..
คอยดูแต่ความผิดของคนอื่น
เพ่งโทษคนอื่น คิดแต่จะแก้ไขคนอื่น

กลับเสียใหม่นะ ดูคนอื่นเหลือไว้ 10 %
ดูเพื่อศึกษาว่า เมื่อเขาทำอย่างนั้น คนอื่นจะรู้สึกอย่างไร
เพื่อเอามาสอนตัวเองนั่นแหละ
ดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง 90 % จึงเรียกว่าปฏิบัติธรรมอยู่

ธรรมชาติของจิตใจมันเข้าข้างตัวเอง
โบราณพูดว่า เรามักจะเห็น ความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา
ความผิดของตนเองเท่ารูเข็ม
มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย
เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มากๆ

เห็นความผิดของคนอื่น ให้หารด้วย 10
เห็นความผิดตัวเอง ให้คูณด้วย 10
จึงจะใกล้เคียงกับความจริงและยุติธรรม
เพราะเหตุนี้เราจะต้องพยายามมองแง่ดีของคนอื่นมากๆ
และตำหนิติเตียนตัวเองมากๆ
แต่ถึงอย่างไรๆ เราก็ยังเข้าข้างตัวเองนั่นแหละ

พยายามอย่าสนใจการกระทำ การปฏิบัติของคนอื่น
ดูตัวเอง สนใจแก้ไขตัวเองนั่นแหละมากๆ
เช่น เข้าครัวเห็นเด็กทำอะไรไม่ถูกใจ
แล้วก็เกิดอารมณ์ร้อนใจ

ยังไม่ต้องบอกให้เขาแก้ไขอะไรหรอก
รีบแก้ไข ระงับอารมณ์ร้อนใจของตัวเองเสียก่อน
เห็นอะไร คิดอะไร รู้สึกอย่างไร ก็สักแต่ว่า ใจเย็นๆ ไว้ก่อน
ความเห็น ความคิด ความรู้สึกก็ไม่แน่ ..... ไม่แน่
อาจจะถูกก็ได้ อาจจะผิดก็ได้
เราอาจจะเปลี่ยนความเห็นก็ได้
สักแต่ว่า ..... สักแต่ว่า ..... ใจเย็นๆ ไว้ก่อน ยังไม่ต้องพูด

ดูใจเราก่อน สอนใจเราก่อน หัดปล่อยวางก่อน
เมื่อจิตสงบแล้ว เมื่อจิตปกติแล้ว
จึงค่อยพูด จึงค่อยออกความเห็น
พูดด้วยเหตุ ด้วยผล ประกอบด้วยจิตเมตตากรุณา
ขณะมีอารมณ์อย่าเพิ่งพูด
ทำให้เสียความรู้สึกของผู้อื่น
ทำให้เสียความรู้สึกของตัวเอง
ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร
มักจะเสียประโยชน์ซ้ำไป

เพราะฉะนั้น อยู่ที่ไหน อยู่ที่วัด อยู่ที่บ้าน
ก็สงบๆ ๆ ไม่ต้องดูคนอื่นว่าเขาทำผิดๆ ๆ
ดูแต่ตัวเรา ระวังความรู้สึก ระวังอารมณ์ของเราเองให้มากๆ
พยายามแก้ไข พัฒนาตัวเรา ..... นั่นแหละ

เห็นอะไรชอบ ไม่ชอบ ปล่อยไว้ก่อน
เรื่องของคนอื่น พยายามอย่าให้เข้ามาที่จิตใจเรา
ถ้าไม่ระวัง ก็จะยุ่งกับเรื่องของคนอื่นไปเรื่อยๆ
หาเรื่องอยู่อย่างนั้น เอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเป็นเรื่องของเราหมด
มีแต่ยินดี ยินร้าย พอใจ ไม่พอใจ ทั้งวัน
อารมณ์มาก จิตไม่ปกติ ไม่สบาย ทั้งวันๆ ก็หมดแรง

ระวังนะ
พยายามตามดูจิตของเรา รักษาจิตของเราให้เป็นปกติให้มาก
ใครจะเป็นอะไร ใครจะทำอะไร ดีหรือไม่ดี เรื่องของเขา
แม้เขาจะทำกับเรา ว่าเรา..... ก็เรื่องของเขา
อย่าเอามาเป็นอารมณ์
อย่าเอามาเป็นเรื่องของเรา

ดูใจเรานั่นแหละ
พัฒนาตัวเองนั่นแหละ
ทำใจเราให้ปกติ สบายๆ มากๆ
หัด -ฝึก ปล่อยวาง นั่นเอง
ไม่มีอะไรหรอก
ไม่มีอะไรสำคัญกว่าการตามรักษาจิตของเรา
คิดดี พูดดี ทำดี มีความสุข"


สาธุ..สาธุ
บันทึกการเข้า

ขยิบตา "Truly great friends are hard to find,
          ยิ้มกว้างๆ  difficult to leave,
                      ยิงฟันยิ้ม  and impossible to forget."
Torja
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,990


ในเวลา..ต่อ..มา


เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 06:32:13 PM »

-/\-

สาธุ...
บันทึกการเข้า

:.. อาจไม่เคยอยู่ในสายตา...เหมือนเธอไม่รู้ว่ากำลังหายใจ ..:
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,508



« ตอบ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2008, 11:10:19 AM »

 ยิ้ม ยิ้มเท่ห์ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
CJS_BKK
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,000


เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2008, 08:09:26 PM »

วัดเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด ผมเคยมีโอกาสไปมาแล้วครับ ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคได้ครับ
เป็นวัดที่สวยงามมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในชีวิตนี้เลยครับ เหมือนกับขึ้นไปอยู่บนสวรรคจริงๆ สูงและใหญ่โตมากครับ
ตอนขึ้นบันไดวน สูงและแคบมากครับ เพื่อไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ภายในวัดมีนกยูงเผือก เดินเล่นอยู่ครับ
หากมีโอกาสผมอยากให้ลองไปที่วัดนี้ดูครับ มูลค่าเท่าที่เคยทราบตอนที่ผมไปประมาณ 2000 กว่าล้านบาทครับ
อยากให้สร้างเสร็จเร็วๆครับ ยิ้ม

ช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างเข้าเวป ฝากกระทู้ธรรมะด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #21 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2008, 11:09:52 AM »

วัดเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด ผมเคยมีโอกาสไปมาแล้วครับ ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคได้ครับ
เป็นวัดที่สวยงามมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในชีวิตนี้เลยครับ เหมือนกับขึ้นไปอยู่บนสวรรคจริงๆ สูงและใหญ่โตมากครับ
ตอนขึ้นบันไดวน สูงและแคบมากครับ เพื่อไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ภายในวัดมีนกยูงเผือก เดินเล่นอยู่ครับ
หากมีโอกาสผมอยากให้ลองไปที่วัดนี้ดูครับ มูลค่าเท่าที่เคยทราบตอนที่ผมไปประมาณ 2000 กว่าล้านบาทครับ
อยากให้สร้างเสร็จเร็วๆครับ ยิ้ม

ช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างเข้าเวป ฝากกระทู้ธรรมะด้วยนะครับ

เคยไปเที่ยววัดร่องขุ่น ที่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  สร้างป่าว
สวย มาก ๆ เหมือนกัน  เป็นสีขาวทั้งหลัง
ตอนไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน ก็ยังสร้างไม่เสร็จดีเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #22 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2008, 12:15:54 PM »

Subject: FW: 10 อันดับสิ่งของถวายสังฆทาน(ที่ควรรู้)

ถึงเพื่อนๆและพี่ๆ เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาบอกต่อ
        เมื่อวันเสาร์ได้ดูรายการ จุดเปลี่ยน เค้าไปสำรวจสิ่งของต่างๆที่บรรจุอยู่ในถังสังฆทานที่พวกเราเคยซื้อและนำไปถวายพระ ซึ่งส่วนมากจะใช้ไม่ได้หรือบางอย่างก็ไม่ใช้ เช่นผ้าขนหนูผืนเล็กๆเท่ากับผ้าเย็นหรือผ้าอังสะที่บางมากๆ  เครื่องดื่มชนิดชงอย่างเช่นน้ำขิงผง ในกล่องบรรจุจะมีแค่ 1 ซอง เป็นต้น
        ทางรายการจึง ทำแบบสอบถามพระสงฆ์(จากหลายๆวัด)เลย ได้10 อันดับสิ่งของถวายสังทาน คือ
1.อุปกรณ์เครื่องเขียน ได้แก่สมุด ปากาไ ม้บรรทัด เป็นต้น
2.ใบมีดโกน ที่เป็นแบบด้ามเหล็ก
3.ผ้าไตรจีวร
4.หนังสือที่มีประโยชน์ เช่น หนังสือสวดมนต์ หนังสือที่เกี่ยวกับธรรมะ หนังสือทางวิชาการ และสารคดีที่ให้ความรู้
5.รองเท้าแตะ  สีดำรูปแบบตามความเหมาะสม
6.ยารักษาโรคที่ใช้กันทั่วๆไป เช่น แก้ปวด แก้ไข้ ยาลดกรด  เป็นต้น
7.ผ้าขนหนูเนื้อดีๆ ขนาดเหมาะสม สีเหลืองนะจ๊ะ
8.อุปกรณเกี่ยวกับไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์
9.อุปกรณ์ทำความสะอาดเช่น น้ำยาล้างจาน  น้ำยาทำความสะอาดพื้น แปร ง ขัดพื้น เป็นต้น
10.ยาสระผม (ใช้สำหรับสระหนังศรีษะและตอนโกนผม)
คิดว่าครั้งต่อๆไปจะถวายสังฆทานเราควรจะเลือกสิ่งของที่ถวายพระแล้วท่านได้ใช้กันเนอะ

ปล.แค่ส่งต่อหรือบอกต่อก็ได้บุญแล้ว สาธุจ้า


 

 

บันทึกการเข้า
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,508



« ตอบ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2008, 09:31:45 AM »

 ยิ้ม ยิ้มเท่ห์ ยิ้มกว้างๆ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
CJS_BKK
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,000


เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2008, 07:36:30 PM »

วันอาสาฬหบูชา   ต ร ง กั บ วั น ขึ้ น ๑ ๕ ค่ำ เ ดื อ น ๘

 
   วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม

   เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้วนั้นชมพูทวีปในสมัยโบราณ กำลังย่างเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรืองเฟื่องฟูทุกด้านและมีคนหลายประเภททั้งชนผู้มั่งคั่งร่ำรวย นักบวชที่พัฒนาความเชื่อและ ข้อปฏิบัติทางศาสนา เพื่อให้ผู้ร่ำรวยได้ประกอบพิธกรรมแก่ตนเต็มที่ ผู้เบื่อหน่ายชีวิตที่วนเวียน ในอำนาจและโภคสมบัติที่ออกบวช หรือบางพวกก็แสวงหาคำตอบที่เป็นทางรอกพ้นด้วยการคิดปรัชญาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เหลือวิสัยและไม่อาจพิสูจน์ได้บ้าง พระพุทธเจ้าจึงทรงอุบัติในสภาพเช่นนี้ และดำเนินชีพเช่นนี้ด้วยแต่เมื่อทรงพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นขาดแก่นสาน ไม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง แก่ตนเองและผู้อื่น จึงทรงคิดหาวิธีแก้ไขด้วยการทดลองต่าง ๆ โดยละทิ้งราชสมบัติ และอิสริยศแล้วออกผนวช บำเพ็ญตนนานถึง ๖ ปี ก็ไม่อาจพบทางแก้ได้ ต่อมาจึงได้ทางค้นพบ มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เมื่อทรงปฏิบัติตามมรรคานี้ก็ได้ค้นพบสัจธรรมที่นำคุณค่า แท้จริงมาสู่ชีวิต อันเรียกว่า อริยสัจ ๔ ประการ ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศก ๔๔ ปี ที่เรียกว่า การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นทรงงานประกาศศาสนาโดยทรงดำริหาทางที่ได้ผลดีและรวดเร็ว คือ เริ่มสอนแก่ผู้มีพื้นฐานภูมิปัญญาดีที่รู้แจ้งคำสอนได้อย่างรวดเร็วและสามารถนำไปชี้แจงอธิบาย ให้ผู้อื่นเข้ามาได้อย่างกว้างขวาง จึงมุ่งไปพบนักบวช ๕ รูป หรือเบญจวัคคีย์ และได้แสดงธรรม เทศนาเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญ เดือน ๘
 
บันทึกการเข้า

CJS_BKK
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,000


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2008, 07:39:47 PM »

วันเข้าพรรษา
ต ร ง กั บ วั น แ ร ม ๑ ค่ำ เ ดื อ น ๘

 
 
 
 
    "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้

     โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา

*** เพิ่มเติม ***

   "ผ้าจำนำพรรษา" คือผ้าที่ทายกถวายแก่พระสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาครบแล้วในวัดนั้น ภายในเขตจีวรกาล เรียกอีกอย่างว่า "ผ้าวัสสาวาสิกสาฎิกา"

   "ผ้าอาบน้ำฝน" คือผ้าสำหรับอธิษฐานไว้ใช้นุ่งอาบน้ำฝนตลอด ๔ เดือนแห่งฤดูฝน เรียกอีกอย่างว่า "ผ้าวัสสิกสาฏิกา"

     การที่พระภิกษุสงฆ์ท่านโปรดสัตว์อยู่ประจำเป็นที่เช่นนี้ เป็นการดีสำหรับสาธุชนหลายประการ กล่าวคือ ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระพุทธบัญญัติก็นิยมบวชพระ ส่วนผู้ที่อายุยังไม่ครบบวชผู้ปกครองก็นำไปฝากพระ โดยบวชเป็นเณรบ้าง ถวายเป็นลูกศิษย์รับใช้ท่านบ้าง ท่านก็สั่งสอนธรรม และความรู้ให้ และโดยทั่วไป พุทธศาสนิกชนนิยมตักบาตรหรือไปทำบุญที่วัด นับว่าเป็นประโยชน์

     การปฏิบัติตน ในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวัน พุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณร ที่ตนเคารพนับถือ ที่สำคัญคือ มีประเพณีหล่อเทียนขนาดใหญ่เพื่อให้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์อยู่ได้ตลอด 3 เดือน มีการประกวดเทียนพรรษา โดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ

     แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ ทำบุญรักษาศีลและชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ พอถึง วันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้น อบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น อนึ่ง บิดามารดามักจะจัดพิธีอุปสมบทให้บุตรหลาน ของตนโดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จำพรรษาในระหว่างนี้จะได้รับ อานิสงส์อย่างสูง


     ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา เป็นประเพณีที่กระทำกันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พระภิกษุจะต้องอยู่ประจำวัดตลอด ๓ เดือนมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้มีอยู่เป็นประจำ ทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษานี้ พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าเย็นและในการนี้จะต้องมีธูป เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็น การกุศลทานอย่างหนึ่งเพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆ์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว ตามชนบท การหล่อเทียนเข้าพรรษาทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็จแล้ว ก็จะมีการแห่แหน รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ แล้วนำไปบูชาพระตลอดระยะเวลา ๓ เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่งมี การแห่แหนรอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงามและถือว่าเป็นงานประจำปีทีเดียว ในวันนั้นจะมีการร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นการร่วมกุศลกันในหมู่บ้านนั้น

 
ประเพณีแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี
http://www.ubonguide.com/ 
กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา
   ๑. ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา
   ๒. ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิษุสามเณร
   ๓. ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล
   ๔. อธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ
 
บันทึกการเข้า

CJS_BKK
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,000


เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2008, 07:56:30 PM »

เข็มทิศชีวิต ฐิตินาถ ณ พัทลุง
บันทึกการเข้า

ปอปลาตาโต
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 7,328



« ตอบ #27 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2008, 10:22:30 PM »

สาธุ.. ยิ้ม
บันทึกการเข้า

ยิ้มเท่ห์ To the world you may be just one person, but to one person you may be the world.   ยิ้มเท่ห์
chai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,837


« ตอบ #28 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2008, 11:21:23 PM »

Khun CJS & สาธุชน ยิงฟันยิ้ม
ร่วมอนุโมทนาบุญครับ

สิ่งที่พุทธศาสนิกชนปฏิบัติบูชาถวายแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้เช่น
"สิ่งที่ต้องทำคือความดี สิ่งที่พึงมีคือคุณธรรม สิ่งที่จดจำคือกตัญญู"

เข้าพรรษาพระจะไม่ท่องธุดงค์ แล้วKhun CJS จะอยู่ประจำตอบปัญหาธรรมะที่กะทู้นี้ไหมหนอ ฮืม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 20, 2008, 12:02:56 PM โดย chai » บันทึกการเข้า
Ni
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,413


นิเองค่ะ..


« ตอบ #29 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2008, 08:19:39 PM »



ให้อภัย ... คือการให้ที่บริสุทธิ์

การแสดงอภัยทาน เป็นการชำระใจ
แม้จะดูพูดง่ายแต่ก็ทำได้ยาก
หากไม่ฝึกทำจนเป็นปกติ เพื่อให้เข้าใจง่ายและอยากทำให้ได้
ขอให้พิจารณาเหตุผลถึงความต่อเนื่องของผลกรรม
ที่มีผลข้ามภพข้ามชาติว่า ให้ผลร้ายแรงเพียงใด เป็นไปได้ไหม ? ที่เราต้องการยุติการส่งผลของกรรมกับคนนั้นเพียงภพนี้เท่านั้น
หรือว่าอยากจะพบ อยากจะใช้กรรมกันต่อไป
หลายคนที่รักมาก หลงมาก แค้นมากก็ผูกใจเจ็บ
ไม่ให้อภัย ไม่ยกโทษให้ เหมือนการผูกสิ่งที่ไม่ชอบไว้ที่ตนเองตลอดเวลา . . .
บันทึกการเข้า

ขยิบตา "Truly great friends are hard to find,
          ยิ้มกว้างๆ  difficult to leave,
                      ยิงฟันยิ้ม  and impossible to forget."
Ni
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,413


นิเองค่ะ..


« ตอบ #30 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2008, 08:29:01 PM »



ส่วนหนึ่งจากการเทศนาธรรม
จัดโดยสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ร่วมกับบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิสชิ่ง
พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
ที่มาเทศน์เรื่องการให้อภัยทาน
มีเนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์นำมาปรับใช้ให้ใจเป็นสุขได้


ให้อภัยเหมือนล้างใจให้สะอาด

การให้อภัยจะช่วยให้สามารถยุติปัญหาต่างๆได้
เปรียบเสมือนคนล้างแก้วน้ำให้สะอาด
ทำให้เหมาะสมที่จะรองรับน้ำบริสุทธิ์ที่เทลงไปใหม่
เหมือนการโยนของที่ไม่ชอบทิ้งเสียโดยไม่ต้องเสียดาย
การให้อภัยคือการแสดงกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
อภัยทาน..  เวลาจะให้ไม่ต้องไปขอใคร
ไม่เหมือนใครมาขอเงินเรา ที่ต้องควักกระเป๋าให้
แต่การให้อภัยไม่ต้องหาจากไหนและไม่รู้สึกว่าเป็นการสูญเสีย

ขอให้ภูมิใจเมื่อมีใครมาขอโทษ
เมื่อมีใครให้อภัยเราหรือเมื่อสำนึกได้ว่า
ได้ทำอะไรผิดพลาดไปก็ขอโทษกัน
การขอโทษหรือการให้อภัย มิใช่การเสียหน้าหรือเสียรู้
มิใช่การได้เปรียบเสียเปรียบแต่อย่างใด
หากแต่เป็นการชำระใจให้สะอาด
เหมือนภาชนะสกปรกก็ชำระล้างให้สะอาด
ใครจะคิดอย่างไรมิใช่ประเด็น
แต่สำหรับผู้แสดงออกว่า
เราให้อภัยในเรื่องนี้ต่อบุคคลผู้นี้แล้ว
นั่นเป็นสิ่งสำคัญเพราะสิ่งนั้น
จะถูกบรรจุลงไปในจิตของเรานั่นเอง

การผูกอาฆาต ความพยาบาท ความอิจฉา โกรธ เกลียด
ความคิดแก้แค้น ทิฐิมานะนั้น เป็นเสมือนเชื้อไวรัส
อภัยทาน คือเครื่องมือแอนตี้ไวรัส
ส่วนจิตของเราเหมือนคอมพิวเตอร์
ในชีวิตที่เหลืออยู่นี้อาจจะดูเหมือนยาว
แต่มีใครบอกได้ว่าจะอยู่ได้ปลอดภัยถึงวันไหน
เราต้องการความทรงจำที่เลวร้าย
หรือต้องการความทรงจำที่ดีในชีวิต
ต้องการนั่งนอนอย่างมีความสุข
มีชีวิตอยู่ด้วยความอิ่มเอิบ
หรือต้องการมีชีวิตอยู่ด้วยการถอนหายใจ
ด้วยความทุกข์และกังวลใจ
สิ่งเหล่านี้กำหนดได้ที่ตัวเอง


สาธุ..

บันทึกการเข้า

ขยิบตา "Truly great friends are hard to find,
          ยิ้มกว้างๆ  difficult to leave,
                      ยิงฟันยิ้ม  and impossible to forget."
Torja
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,990


ในเวลา..ต่อ..มา


เว็บไซต์
« ตอบ #31 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2008, 08:51:54 PM »


-/|\-

สาธุ....
บันทึกการเข้า

:.. อาจไม่เคยอยู่ในสายตา...เหมือนเธอไม่รู้ว่ากำลังหายใจ ..:
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #32 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2008, 05:10:02 PM »

สวัสดีค่ะ คุณ CJS และเพื่อน ๆ
long weekend นี้ไปถวายสังฆทาน เทียนพรรษาหลอดไฟ ทำบุญใส่บาตรและทำวัตรเช้าที่ วัดมาบจันทร์ ที่ระยอง ค่ะ เอาบุญมาฝากเพื่อน ๆ
บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #33 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2008, 05:51:54 PM »

 ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #34 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2008, 05:54:12 PM »

 ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Ni
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,413


นิเองค่ะ..


« ตอบ #35 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2008, 08:02:25 PM »

ฝึกใจให้คิดแต่เรื่องดีๆ

ความคิดเป็นสิ่งที่ทรงพลังมาก สุขหรือทุกข์ของมนุษย์อยู่ที่วิธีคิด
คิดเป็นก็พ้นทุกข์ คิดไม่เป็นแม้แต่เรื่องมิใช่เรื่อง ก็อาจเกิดเรื่องได้
คนเราอยู่ไม่ถึง 100 ปี ทำไมจะเสียเวลามาครุ่นคิดเรื่องไร้สาระ
ทำไมจะต้องเสียเวลามาทำเรื่องที่ทำให้เกิดทุกข์
การยอมกันเสียบ้าง ก็เป็นความสุขได้ไม่ยาก
เวลาที่โกรธ เกลียด พยาบาทใคร
สีหน้าของเราจะเปลี่ยนไปหน้าจะเครียดแดงก่ำ
เลือดสูบฉีดเร็ว หัวใจเต้นแรง มือไม้สั่น   

เวลาโกรธจัดจิตที่ถูกครอบงำโดยอารมณ์ร้าย
คือ ความหนักใจ เหนื่อยหอบ ทำอะไรก็เป็นทุกข ์ไม่มีความสุข แต่พอได้ยกโทษให้ใครเมื่อหายโกรธเหมือนยกภูเขาออกจากใจ
จะรู้สึกทันทีว่ายิ้มได้ มีความสบายใจโล่งโปร่งสบาย
คิดแต่เรื่องดีๆ จิตใจก็เบิกบานอิ่มเอิบ
ที่สำคัญช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ผ่องใส

เราอาจคิดว่าการให้อภัยบ่อยๆ แก่คนบางคน
เขาอาจจะไม่ปรับตัว ยังก่อเหตุอยู่เสมอๆ
งานก็ไม่สำเร็จ ยังเหลวไหลอยู่เหมือนเดิม
นั่นอาจเป็นเหตุผลในการทำงาน แต่สำหรับเหตุผลของใจนั่น
เมื่อให้อภัยใจเราก็เบา เพราะหมดห่วง หมดทุกข์
หมดสนิมที่จะมากัดใจให้ผุกร่อน
วิธีคิดมีความสำคัญมากสำหรับชีวิตของคน
เรามักได้ยินเสมอว่า แพ้หรือชนะอยู่ที่กำลังใจ
แท้จริงแล้วคำว่ากำลังใจก็คือวิธีคิดนั่นเอง
พลังที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์คือการที่ใจมีกำลัง
และเป็นกำลังจากความคิดที่ดี

มนุษย์จึงต้องสร้างกำลังใจให้แก่กันและกัน
กำลังใจเป็นสิ่งที่ให้ไม่รู้จักหมด
ยิ่งให้คนอื่นได้มากเท่าไร
กำลังใจก็จะยิ่งเกิดขึ้นแก่เรามากเท่านั้น
เหมือนวิชาความรู้ ยิ่งให้ยิ่งพอกพูน
ยิ่งหวงไว้เฉพาะตัวก็ยิ่งหดหาย
การให้อภัยแม้ยากแต่หากพยายามทำบ่อยๆ ให้กลายเป็นนิสัย
จะเป็นความสุขใจในภายหลังเมื่อย้อนนึกถึง
ด้วยเหตุนี้จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดให้ได้
ไม่ให้ใจเป็นถังขยะ แต่ให้ใจเป็นหิ้งบูชาพระที่งดงามทุกวัน
ด้วยการมองแต่เรื่องดีๆ ของคนให้พบ
มองบวกคิดบวกพูดบวก
เพราะการทำอะไรเป็นบวก
จะทำให้ได้กำไรใจสบาย
บันทึกการเข้า

ขยิบตา "Truly great friends are hard to find,
          ยิ้มกว้างๆ  difficult to leave,
                      ยิงฟันยิ้ม  and impossible to forget."
chai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,837


« ตอบ #36 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2008, 11:14:31 PM »

Khun CJS , Nong Tor, Khun Ni, &สาธุชน

การให้อภัย ง่ายนี๊ดเดียวครับ
เพียงนำธรรมะบางส่วนของคริสต์มาประยุกต์ใช้บ้าง

คำสอนในพระคำภีร์บอกว่า
"จงรักทุกคนที่รักเรา แต่อย่าเกลียดคนที่เกลียดหรือโกรธเรา"
บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #37 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2008, 12:47:50 AM »

คุณ CJS
ถ่ายมาจากวัดมาบจันทร์ค่ะ
บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #38 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2008, 01:19:01 AM »

คุณ CJS มีโอกาสแวะไปไหว้พระทำบุญที่วัดนี้
เป็นวัดป่า  สงบดี อากาศเย็นสบายเพราะต้นไม้เยอะมาก
พระวัดนี้เป็นพระปฎิบัติ ค่อนข้างจะเคร่งในวินัยสงฆ์
จะฉันมื้อเดียว ..........มีโอกาสน่าจะไปนั่งสมาธิ
ปฎิบัติธรรมที่วัดนี้  น่าจะตรงกับ concept ของเรา
(แต่พี่ยังไม่พร้อมค่ะ...........อิ อิ)

วัดมาบจันทร์เป็นสายของ "หลวงปู่ชา" ท่าน
เป็นพระอาจารย์ของ ท่าน ชยสาโร ภิกขุ (ซึ่งพี่ชอบ
คำสอนกับธรรมะของท่าน จากหนังสือที่ท่านเขียน และได้
สนทนาธรรมกับท่านครั้งหนึ่ง)
เป็นความบังเอิญ ที่ไปวัดนี้ครั้งแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นสายท่านชยสาโร
instructer คนหนึ่งในยิมเอราวัณที่พวกเราสนิทเคยไปบวชอยู่ที่นั่นหนึ่งพรรษา
แล้วพี่วิภากับเพื่อนที่ยิมก็มีบ้านอยู่ที่ระยอง
เวลาไปเที่ยวก็จะแวะไปทำบุญใส่บาตรทำวัตรตอนเช้า
ก็จะแวะที่โลตัส ซื้อพวก หลอดไฟ เที่ยนพรรษา(ถ้าตรงกับเข้าพรรษา)
ของใช้ที่เราใช้ในบ้านเช่น ช้อน ส้อม น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน
ทิชชู่ กระดาษชำระ ม๊อบถูพื้น น้ำยาขัดห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น อะไรประมาณนี้
เป็นของสังฆทาน..........อ้อ พระที่วัดนี้ไม่รับปัจจัย
พี่ก็ลืมไป เอาซองปัจจัยใส่อยู่ในกล่องสังฆทานยา ว่าจะเอาไปหาตู้หยอด
แต่รีบ ๆ   อาหารมาส่งที่วัดช้า รีบจัดประเคน ลืมเลย.....แย่จัง จะทำให้
พระผิดวินัยสงฆ์ป่าวก็ไม่รู้


บันทึกการเข้า
Dancing Girl
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,433



« ตอบ #39 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2008, 01:44:05 AM »

ชื่อเต็มของวัดมาบจันทร์
อ้อ..........วัดนี้มีพระต่างชาติอยู่หลายรูป
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!