|
chai
|
 |
« ตอบ #40 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2011, 12:54:05 AM » |
|
วิศวกรรมสถานฯ แนะ กทม.เปิดประตูรับน้ำด้านบนผันลงอุโมงค์ยักษ์ออกทะเล โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม นางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล กรรมการและเลขาณุการสภาวิศวกร
ธีรเดช ตังประพฤทธิ์กุล ตัวแทนจากวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
กรรมการสภาวิศกรฯ ระบุ เหตุน้ำท่วมรอบกรุง เพราะมีคลังสินค้า-โรงงาน-สนามบินสุวรรณภูมิและที่อยู่อาศัยขวางแนวรับน้ำ แนะ กทม.เปิดประตูเฉลี่ยน้ำจากด้านบน เชื่อน้ำไม่เทเข้า กทม.ด้านใน ไม่ควรวิตก แต่ให้เตรียมตัวไว้ ด้านตัวแทนวิศวกรรมสถานฯ มั่นใจพนังกั้นน้ำเจ้าพระยาของ กทม.กั้นน้ำอยู่ น้ำไม่ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในแน่นอน ขณะเดียวกันมีถนนเป็นแนวกั้น 3 ชั้น จากลาดพร้าวลงมาไม่ท่วม 100 % แนะ กทม.รับเปิดประตูรับน้ำจากตอนเหนือผันลงอุโมงค์ยักษ์เร่งระบายลงทะเล คาดพื้นที่รอบนอกท่วมต่อเดือนครึ่ง นางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล กรรมการและเลขาณุการสภาวิศวกร กล่าวในรายการ “สภาท่าพระอาทิตย์” ทางเอเอสทีวี เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ถึงปัญหาน้ำท่วมบริเวณรอบๆ กรุงเทพมหานครว่า หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2538 มีการเตรียมแผนป้องกันกรุงเทพมหานคร โดยการทำผังเมืองตามแนวพระราชดำริเรื่องแก้มลิง คือให้มีพื้นที่สำหรับผันน้ำสองฟากฝั่งกรุงเทพฯ ทั้งด้านตะวันออกและตะวันตก จะเห็นว่าในผังเมืองกรุงเทฯ ปี 2549 ที่เพิ่งประกาศเป็นกฎกระทรวง มีพื้นที่สีเทาเพื่อเป็นพื้นที่รับน้ำอย่างชัดเจนทั้งสองด้าน ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นเป็นที่ลุ่ม ถัดออกไปเป็นพื้นที่สีเขียวที่มีการเตรียมร่องน้ำธรรมชาติเอาไว้ อย่างไรก็ตามตรงพื้นที่สีเทามีการอนุโลมให้สร้างบ้านเดี่ยวได้ และห้ามสร้างตึกแถวหรือตึกขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนภูมิศาสตร์การระบายน้ำ ซึ่งทางฝั่งตะวันออกพื้นที่สีเทาจะอยู่บริเวณเขตคันนายาว ลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก ส่วนฝั่งตะวันตกจะอยู่ในเขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน และใต้ลงไป อย่างไรก็ตาม พื้นที่สีเทาฝั่งตะวนออกนั้น มีพื้นที่สีชมภูคือคลังสินค้าและสีม่วงซึ่งเป็นพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมมาขวางอยู่ และที่สำคัญคือมีสนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ถัดลงมา ซึ่งก็น่าสงสัยว่าทำไมเอาสนามบินมาอยู่ที่ลุ่มต่ำสุด และจะทำอย่างไรกับน้ำที่เคยอยู่บริเวณนั้น ทำให้ต้องลงทุนแพงมากในการยกพื้นที่สนามบินให้สูง เหมือนทำสนามบินลอยน้ำให้มันทำงานได้ ทั้งนี้ หากคลองประปาที่รับน้ำซึ่งทะลักมาจากคลองรังสิตที่อยู่ด้างบนเอาไว้ไม่อยู่และระบายไปทางตะวันออกไม่ทันน้ำก็จะผ่าเมืองเข้ามาเลย ส่วนทางฟากตะวันตกพื้นที่สีเทาอยู่บริเวณเขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน แต่ด้านล่างเป็นพื้นที่สีเหลืองคือที่อยู่อาศัยขวางอยู่ ด้านนายธีรเดช ตังประพฤทธิ์กุล ตัวแทนจากวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในปีนี้ปริมาณน้ำฝนมีมาก เนื่องจากมีพายุเข้ามาต่อเนื่องหลายลูก ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ ขณะที่เกิน 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากปกติที่มี 3,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เชื่อมั่นว่าน้ำจากน้ำเจ้าพระยาจะไม่ล้นเข้าท่วมกรุงเทพมหานคร เนื่องจาก กทม.ได้สร้างพนังกั้นน้ำทั้ง 2 ฝั่ง จากคลองบางเขนใหม่ติด จ.นนทบุรี ถึงคลองบางนา จ.สมุทรปราการ ระดับความสูง 2.5-3 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง(รทก.) เป็นคอนกรีตวางเสาเข็มลึก 21 เมตร เพราะฉะนั้นการทะลักจากแม่น้ำไม่น่าจะเกิด นอกจากจะมีซึมเข้ามาบ้างเวลาน้ำขึ้นสูง และบริเวณที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ เช่น ท่าเตียน วัดสร้อยทอง บางซื่อ หรือในคลองบางกอกน้อยบางจุด สำหรับคาดการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา วันที่ 29 ต.ค.นี้น้ำจะขึ้นสูงที่สุดจากการหนุนของน้ำทะเลและภาวะน้ำขึ้นจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์ ที่ระดับ 1.31 เมตร เมื่อรวมกับน้ำเหนือที่ไหลลงมาจะมีระดับสูงขึ้นไปอีกประมาณ 70 เซ็นติมตร รวมเป็น 2.01 เมตร ก็ถือว่ายังรับได้ ส่วนในเดือน พ.ย.นี้ คาดว่าน้ำจะขึ้นสูงที่สุด 1.35 เมตร แต่ในช่วงนั้นน้ำเหนือก็คงหมดไปแล้ว ทั้งนี้ในอดีตเมื่อปี 2485 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ วัดได้ที่ระดับ 2.27 เมตร ที่ปากคลองตลาด ถ้าสมมุติอย่างเลวร้ายที่สุดว่าน้ำเหนือจะมาเพิ่มอีก 90 เซนติเมตร หรือสูงสุดไม่เกิน 1 เมตร ก็อาจจะล้นชั่วคราว เพราะช่วงเวลาที่น้ำขึ้นจะไม่เกิน 1 ชั่วโมง ถ้าล้นก็มีสถานีสูบน้ำออกแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมั่นใจพอสมควรในระดับ 90 เปอร์เซ็นต์ว่าน้ำจะไม่ทะลักท่วมแบบถล่มทลายเหมือนที่นนทบุรี ปทุมธานี อย่างมากก็ซึมออกมา ซึ่ง กทม.มีความสามารถสูบออกได้ทัน นอกจากนี้ ยังมีคันกั้นน้ำทางอื่นอีก ได้แก่ ทางเหนือมีถนนสายไหม หทัยราษฏร์ นิมิตใหม่ ร่มเกล้า อ่อนนุช กิ่งแก้ว เป็นคันกั้นน้ำ ซึ่งในอดีตเป็นคันดิน ต่อมาทำเป็นถนนคอนกรีตกว้าง 20-30 เมตร มีความแข็งแรง และมีประตูระบายน้ำผ่านคลองต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการระบายลงไปบ้าง และตอนนี้ฝนก็หยุดตกหลายวันแล้ว มีร่องความกดอากาศสูงลงมา คาดว่าจะไม่มีฝนแล้ว เพราะฉะนั้นถ้า กทม.จะช่วยพื้นที่ข้างเคียงน่าจะเปิดประตูระบายน้ำให้กว้างขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยที่ไม่ทำให้น้ำเอ่อล้นมาท่วมคนกรุงเทพฯ ทางวิศกรรมสถานเราได้พิจารณาแล้วว่า น่าจะเปิดให้มากที่สุด เพราะ กทม.มีระบบระบายน้ำผ่านอุโมงค์ขนาดยักษณ์ 3 จุด คือที่บึงพระราม 9 ซึ่งจะรับน้ำที่ไหลจากจากคลองสองฝั่งใต้ มาบางบัว คลองลาดพร้าว ชนคลองแสนแสบ แถวรามคำแหง ที่นั่นมีปั๊มน้ำจากบึงพระราม 9 เข้าอุโมงค์ยักษ์ไปสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งจะทำให้น้ำลงอ่าวไทยเร็วกว่าเดิม อีกจุดหนึ่งคือที่บึงมักกะสัน รับน้ำจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รัชดาภิเษก พระราม 9 สามารถสูบน้ำไปลงประตูน้ำเชื้อเพลิง วัดช่องลม ลงแม่น้ำเจ้าพระยา สองตัวนี้จะช่วยดูดน้ำจากพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ ลงแม่น้ำเจ้าพระยาไป ส่วนอีกจุดอยู่ที่คลองเปรมประชากร บริเวณโรงปูนบางซื่อ สามารถสูบน้ำไปลงแม่น้ำพระยาบริเวณเกียกกายได้ ส่วนปัญหาน้ำในคลองประปานั้น เนื่องจากทางตอนเหนือของคลองบริเวณสำแล มีเพียงคันดิน เมื่อน้ำทะลักจากนนทบุรีเข้ามาคันดินจึงพัง น้ำไหลลงคลองประปาและสูงขึ้นจนไหลมาตามคลองมาที่โรงกรองสามเสน แต่เมื่อมาเจอระบบไซฟอนน้ำที่กันไม่ให้น้ำคลองประปาปะปนกับน้ำข้างนอก ทำให้น้ำไหลช้า น้ำจึงซึมออกถนนแจ้งวัฒนะ แต่ก็ไม่น่าห่วง เพราะระดับน้ำจะสูงประมาณ 50 เซนฯ-1เมตร เพราะปริมาณน้ำไม่มาก เมื่อท่วมจะมีเครื่องสูบน้ำออก และน้ำจะไม่เข้าถึงด้านใน กทม. สำหรับด้านตะวันออก มีคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรัมย์เป็น 2 คลองหลักที่จะผันน้ำออกไป ซึ่งสามารถรองรับน้ำได้ประมาณมาก และมีสถานีสูบน้ำอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งสถานีพระโขนงสูบมา 2-3 เดือนแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเปิดประตูน้ำด้านบนรับน้ำเข้ามาก็ไม่น่าจะมีปัญหา โดยเฉพาะช่วงนี้น้ำกำลังลง ต้องเร่งระบายน้ำออกไป “เราได้พิจารณาแล้วว่า กทม.น่าจะเปิดประตูรับน้ำให้คนที่อยู่นอกคันกั้นนน้ำลดระดับความเดือดร้อนลงมาบ้าง โดยที่ไม่ทำให้คนที่อยู่ภายในเดือดร้อน ซึ่งจะต้องคอยตรวจสอบว่าถ้าน้ำปริ่มแล้วก็หรี่การเปิดประตูรับน้ำลงไปได้”นายธีรเดชกล่าว นางนิตยา กล่าวเพิ่มเติมว่า เราได้คุยกันว่ามันมีหลายพื้นที่ที่สามารถเฉลี่ยน้ำได้ แต่ก็คงไม่ไปบังคับกะเกณฑ์ กทม.ให้ทำตาม แต่ต้องดูให้ดีๆ ว่าปริมาณน้ำมีเท่าไหร่จะเปิดรับได้เท่าไหร่ ผู้ว่าฯ กทม.บอกว่าเปิดประตูน้ำแล้วทางด้านล่าง แต่ด้านบนที่จะรับน้ำจากทางเหนือจะเฉลี่ยเปิดอย่างไร ไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้ามา ส่วนพื้นที่อื่นๆ ก็เป็นของกรมชลประทาน การใช้มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันสาธารณภัย ให้เกิดประโยชน์ต้องใช้ให้เป็น ว่าจะแบ่งน้ำกันอย่างไรดี ทั้งนี้ โครงการแก้มลิงตามพระราชดำรินั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบอกว่า ควรคุมประตูน้ำตามระดับและจังหวะที่เหมาะสมตามน้ำขึ้นน้ำลง ต้องอาศัยความรอบรู้การจัดการน้ำอย่างละเอียดพอสมควร และการทำภาพแผนภูมิจำลอง ซึ่งมีวิศวกรหลายคนชำนาญการเรื่องนี้ นายนิตยากล่าวว่า การแก้ปัญหาระบยะยาวต้องมีการทำ flood way ตั้งแต่ชัยนาทลงมาทางแม่น้ำป่าสัก ลงแม่น้ำบางปะกง และทำแผนการจัดการลุ่มน้ำในระยะยาว ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะนี้ผู้คนกำลังต้องการข้อมูลเพื่อเตรียมตัวกันมา อยากรู้ว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ เมื่อไหร่ และเกิดความตื่นตระหนก เพราะไม่มั่นใจว่า การบริหารน้ำด้านเหนือกรุงเทพฯ จะกระจายน้ำกันได้หรือเปล่า การเตรียมตัวไว้จึงเป็นสิ่งที่ดี แม้ว่าขณะนี้น้ำคงจะไม่ทะลัก เพราะคลองประปาเอาอยู่แล้ว พื้นที่อื่นของ กทม.น้ำก็คงจะไม่เทเข้ามาทันที น่าจะค่อยๆ ซึมมา ถ้าดูแผนภูมิจำลองแบบเลวร้ายที่สุด ก็จะท่วมบริเวณรามคำแหง 1 เมตร ซึ่งในความเป็นจริงอาจท่วมแค่ครึ่งเมตร – 70 เซนติเมตร จึงไม่ควรวิตก เพียงแต่ต้องเตรียมตัวไว้ สำหรับคนที่ทำคันกั้นน้ำ ควรจะรู้เรื่องแรงดันของน้ำ เมื่อระดับน้ำสูงขึ้นแรงดันจะยิ่งสูงขึ้น เช่นน้ำลึก 1 เมตร แรงดันน้ำที่ฐานจะเท่ากับประมาณ 10 คนผลัก ถ้าลึก 2 เมตรแรงดันจะเพิ่ม 4 เท่า เพราะฉะนั้นต้องขยายฐานของคันกั้นน้ำให้กว้างออกไป การวางกระสอบทรายต้องระวังไม่ให้น้ำซึมหรือไม่ให้กระสอบทรายเปื่อยยุ่ย ท่อระบายน้ำต้องอุดไม่ให้น้ำซึมผ่านออกมา ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มีใน เว็บไซต์ของวิศวกรรมสถาน ส่วนพื้นที่ที่น้ำท่วมแล้วจะท่วมนานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการบริหารการกระจายน้ำ ซึ่งมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง และไม่รู้ว่า กทม.หรือแต่ละหน่วยงานจะตอบสนองแค่ไหน คาดว่าคงใช้เวลาเป็นเดือน ส่วนผู้ประสบภัยต้องทำตัวอย่างไร ก็ขึ้นกับระดับน้ำที่บ้านว่าจะอยู่ไหวหรือไม่ ถ้าไม่ไหวต้องอพยพออกมา เพราะน้ำคงไม่ลดภายใน 1-2 อาทิตย์แน่นอน นายธีรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณที่แคบสุดอยู่ที่สะพานพระราม 8 ความกว้างประมาณ 300 เมตร เป็นจุดที่น้ำจะยกสูงขึ้นที่สุด จากสถิติยังไม่เกิน 2.20 เมตร ถ้าน้ำเหนือมาน้ำจะยกสูงขึ้น ซึ่งทางเหนือขึ้นไปไม่มีที่กั้นมันถึงล้น แต่ของเรามี ถ้าน้ำทะเลหนุนสูงก็ไม่เกิน 2.30 เมตร สามารถรับได้อยู่ กรณีน้ำจะท่วมที่รามคำแหง หรือยานนาวานั้น เพราะเป็นที่ต่ำ สมมุติว่าพนังกั้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาพังจึงจะเกิดเหตุการณ์นั้น แต่ถ้าไม่พัง และคันกั้นน้ำข้างบนก็ไม่พัง น้ำก็ไม่ท่วมเข้าไปเหมือนที่บางบัวทอง ทั้งนี้ พื้นที่ตอนในของพระนครมีแนวกั้นถึง 3 ชั้น ชั้นแรกถนนสายไหม ชั้นที่ 2 รามอินทรา ชั้นที่ 3 คือลาดพร้าว เพราะฉะนั้นตั้งแต่ลาดพร้าวลงมา มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าปลอดภัย เว้นแต่จะเกิดฝนถล่มลงมาครั้งใหญ่เท่านั้น และขณะนี้ น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลง ถ้าระบายน้ำจากด้านบนลงเจ้าพระยาก็จะระบายได้เร็วที่สุด และเชื่อว่าบริเวณที่ท่วมแล้วจะไม่เหมือนที่รามคำแหงเมื่อปี 2526 ที่มีสภาพเป็นแอ่ง ต้องสูบน้ำออกอย่างเดียวโดยใช้เวลา 2 เดือน แต่รอบนอกของกรุงเทพฯ ที่ท่วมขณะนี้น่าจะใช้เวลา 1 เดือนครึ่ง เพราะยังระบายน้ำได้อยู่
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #41 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2011, 01:24:03 AM » |
|
"ปราโมทย์" ชี้น้ำทะลักกทม.วันนี้เป็นการกระฉอก พรุ่งนี้สู่ภาวะปกติ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 ตุลาคม 2554 "ปราโมทย์" ชี้น้ำท่วมท่าน้ำต่างๆของกทม.วันนี้ เป็นลักษณะน้ำกระฉอก เชื่อพรุ่งนี้สู่ภาวะปกติ ระบุมีนบุรี ลาดกระบัง เป็นทางน้ำผ่านโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ใช่ผู้เสียสละ แต่คือผู้ประสบภัย วันนี้ (22 ต.ค.) นายปราโมทย์ ไม้กลัด ที่ปรึกษาพิเศษผู้ว่าราชการ กทม. กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่บริเวณท่าน้ำต่างๆเนื่องจากน้ำหนุนสูง ในวันนี้ว่า เป็นเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงและวันนี้เป็นลักษณะน้ำกระฉอกมีความเปลี่ยนแปลง แต่คืนนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในช่วงระดับน้ำขึ้นสูงสุดแต่ละวันเราก็ต้องเฝ้าติดตามดูแล เหตุการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ประจำ เชื่อว่าพรุ่งนี้จะอยู่ในภาวะปกติ ต่อกรณีที่น้ำจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 28-30 ต.ค. ที่จะถึงนี้ นายปราโมทย์ กล่าวว่า จะอันตรายหรือไม่ต้องติดตามระวัง แต่ไม่ต้องห่วงเพราะระดับคั้นกั้นน้ำมีไว้เพียงพอ อาจจะกระฉอกเหมือนวันนี้บ้างในบริเวณที่เป็นจุดอ่อน แต่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรงจนดูแลไม่ได้ และถ้าน้ำขึ้นสูงสุดก็จะใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษๆเท่านั้น แต่ก็ต้องเฝ้าระวัง คิดว่าช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 2.30 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่สะพานพุทธฯ ขณะที่การป้องกัน กทม.ในตอนเหนือนั้น นายปราโมทย์ ระบุว่า ตนเพิ่งประชุมกับผู้ใหญ่ และ กทม. หลักการที่ต้องดูแลคือน้ำที่ไหลเข้ามาปะทะคลองรังสิต และคลองหกวา ต้องผันไปทางตะวันออกและทิศใต้ โดยใช้คลองต่างๆ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย วันนี้น้ำจำนวนมากที่อยู่ทิศเหนือ เราต้องรักษาระดับน้ำให้ไม่สูงมาก เราต้องดึงออก ซึ่งเขาก็บอกว่าทำแล้ว ตรงนี้ต้องดูแลให้ดีเพราะเป็นจุดอ่อน และจะต้องดูจนกว่าจะแน่ใจว่าจะควบคุมได้ นอกจากนี้เราก็ตกลงว่าน้ำส่วนหนึ่งจะผ่าน กทม. ชั้นใน แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมซึ่ง กทม. ก็ทำแล้ว เป็นกระบวนการที่ทำให้น้ำมีทางไป วันนี้ทุกฝ่ายกำลังทำให้ชัดเจน สำหรับคำถามเรื่องว่าเขตใดต้องเป็นผู้เสียสละในการระบายน้ำบ้าง นายปราโมทย์กล่าวว่า มีนบุรี ลาดกระบัง แต่ไม่ใช่ผู้เสียสละ การระบายน้ำจะแผ่เป็นวงกว้าง เขาเป็นผู้ประสบภัย ซึ่งย่านนี้เป็นทางน้ำผ่านโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เราจะระบายน้ำออกต้องอาศัยทางน้ำผ่าน มันไม่ให้ผ่านไม่ได้ และรัฐบาลก็ต้องไปเจรจากับผู้ได้รับผลกระทบ เมื่อถามว่า กทม. มีโอกาสรอดไหม นายปราโมทย์ตอบว่า "ผมไม่พูดว่าจะไม่รอด โดยหลักการที่ทำเราเชื่อว่าหากเราคงทนมั่นคงยืนระยะยาว กทม. จะปลอดภัย เราให้น้ำพังทลายเข้าเขตเศรษฐกิจไม่ได้ เราก็ต้องสู้กัน ให้ความมั่นใจได้ แต่จุดอ่อนเราก็มี ซึ่งเราก็ทำเต็มความสาม
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #42 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2011, 01:29:45 AM » |
|
ทีมกรุ๊ป เตือนมีน้ำขนาดเท่าเขื่อนภูมิพลจ่อถล่มซ้ำ ชี้หลัง 15 พ.ย.สถานการณ์ดีขึ้น โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23/ "ทีมกรุ๊ป" เตือนภัยฉบับ 3 ระบุสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางยังไม่ดีขึ้น ยังมีน้ำมากกว่า 1.2 หมื่นล้านลบ.ม. เปรียบเท่าเขื่อนภูมิพลอยู่ที่บางไทร ชี้หากไม่สามารถระบายน้ำลงทะเลได้มากกว่าปัจจุบัน พนังกั้นน้ำพื้นที่ต่างๆจะทยอยพัง บวกกับน้ำทะเลหนุนสูง 26 - 31 ต.ค. ยิ่งทำสถานการณ์เลวร้าย ระบุหลัง 15 พ.ย. ระดับน้ำ อ่างทอง อยุธยา สุพรรณบุรี จะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วน บางไทร ปทุมฯ นนท์ นครชัยศรี สมุทรปราการ กรุงเทพฯ ระดับน้ำจะลดลงอย่างช้าๆ วันนี้ 22 ต.ค. บริษัท TEAM GROUP กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาของคนไทย ที่มีความชำนาญในวิชาชีพด้านการบริหารจัดการน้ำมากว่า 30 ปี ได้เตือนภัยน้ำท่วม ฉบับที่ 3 ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางยังไม่ดีขึ้น แม้ระดับน้ำที่อยุธยาจะลดลง 2 ซม. และระดับน้ำที่บางไทรได้เริ่มคงที่ ทั้งนี้จากปริมาณน้ำในทุ่งเจ้าพระยาที่ยังมีมากกว่า 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เปรียบเสมือนมีอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลอีก 1 อ่าง อยู่ที่บางไทร และปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยา แม้จะลดลงแต่ยังมีปริมาณมากกว่าน้ำที่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ เช่น เมื่อ 21 ต.ค. มีน้ำไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยาวันละ 419 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลทั้งที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และทางทุ่งและคลองฝั่งตะวันออกรวมทั้งสิ้นได้วันละ 403 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีน้ำเหลือสะสมเพิ่มเติมในทุ่งเจ้าพระยาอีกวันละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้ระดับน้ำในทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ นครชัยศรี บางเลน บางใหญ่ เมืองนนทบุรี ปากเกร็ด ลาดหลุมแก้ว เมืองปทุมธานี คลองหลวง ธัญบุรี สายไหม ลำลูกกา หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง บางเสาธง และบางบ่อ หากไม่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้มากกว่านี้ จะมีผลทำให้พนังกั้นน้ำที่อ่อนแอกว่าพังลง น้ำจะไหลพุ่งเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น และพนังกั้นน้ำที่ไม่แข็งแรงหรือความสูงไม่เพียงพอ ก็จะพังลงเรื่อยๆ ตามลำดับ นอกจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.นี้เป็นต้นไป น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปหนุนสูงสุดในวันที่ 31 ต.ค. ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพุทธฯ อยู่ที่ +2.45 เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง ซึ่งจะมีผลเสริมทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำและมีคลองเชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีน หลังจากนั้นระดับน้ำจะทรงตัว และจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ จนถึงหลังวันที่ 15 พ.ย.ไปแล้ว ระดับน้ำในพื้นที่ อ่างทอง อยุธยา สุพรรณบุรี จึงจะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในพื้นที่ บางไทร ปทุมธานี นนทบุรี นครชัยศรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ระดับน้ำจะลดลงอย่างช้าๆ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่น้ำจะท่วม (ดูจากเตือนภัยน้ำท่วมฉบับที่ 1) จะต้องเสริมความแข็งแรงให้พนังกั้นน้ำต่างๆ และเสริมเพิ่มความสูงให้เพียงพอ และให้คงทนอยู่ได้ถึงหลังวันที่ 15 พ.ย. ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องป้องกันน้ำท่วมเป็นพิเศษที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของถนนหทัยราษฎร์ ถนนร่มเกล้า ถนนกิ่งแก้ว และฝั่งตะวันออกของถนนบางพลี-บางตำหรุ ควรเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำให้มั่นคง และให้มีระดับความสูงไม่น้อยกว่า +3.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง แผนที่แสดงระดับความเสี่ยง และระดับน้ำท่วม ของพื้นที่ต่างๆ แสดงไว้ในรูปที่แนบท้ายนี้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #43 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2011, 01:37:54 AM » |
|
วันที่ 22 ตุลาคม 2554 22:52 ศปภ.เตือน2-3วันคน'ฝั่งธนบุรี -พุทธมณฑล'เตรียมรับน้ำสูงขึ้น โดย : กรุงเทพธุรกิจ
ศปภ.แจงน้ำทะลัก'บางกระบือ'เพราะทะเลหนุน เตือน 2-3วันข้างหน้า ฝั่งธนบุรี และอ.พุทธมณฑลจ.นครปฐมควรเตรียมรับระดับน้ำที่จะสูงขึ้น
เมื่อเวลา21.30น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา โฆษกศปภ. และดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คณะทำงานด้านภาพถ่ายทางดาวเทียม ได้แถลงข่าวสถานการณ์น้ำท่วมประจำวัน โดยพล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณมอบถุงพระราชทานไปมอบให้คนไทยที่ประสบภัย โดยเฉพาะจ.ปทุมธานีที่ประสบภัยใหญ่หลวง ซึ่งตอนนี้สี่เหล่าทัพตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นำประชาชนออกมาได้หนึ่งหมื่นห้าร้อยคน แต่ประชาชนที่อยากกลับเข้าพื้นที่เพราะห่วงทรัพย์สินนั้น ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบเพื่อที่จะส่งเสบียงไปให้ แม้จะยังไม่ทั่วถึงก็ตาม ส่วนสถานที่พักพิงและสถานที่นำรถไปจอดไว้นั้น ศปภ.จัดเพิ่มเติมไว้ให้โดยควรโทรศัพท์มาสอบถามที่หมายเลข1111กด5
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า สำหรับการจราจรในกทม.บางแห่งที่น้ำท่วมสูง รถเล็กผ่านไปไม่ได้ หากไม่จำเป็นอย่าผ่านไปโดยควรติดตามจากสื่อมวลชน ทั้งนี้รมว.คมนาคมได้สั่งการว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจพิเศษ รวมทั้งทางด่วนต่างๆบางด่านนั้น ยกเว้นค่าผ่านทางตั้งแต่เที่ยงคืนวันนี้ถึงสิ้นเดือนนี้เพื่อให้ประชาชนนำรถไปจอดได้
ขณะที่นายวิมแถลงว่า ในวันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้ำท่วมย่านบางกระบือ ด้านโรงเรียนราชินีบน มีพนังกั้นน้ำพังและมีรอยรั่ว เพราะวันนี้แม่น้ำเจ้าพระยาได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนสูงผิดปกติ ทำให้พนังกั้นน้ำไม่สามารถรับน้ำได้ ซึ่งขณะนี้ได้เสริมกระสอบทรายและยับยั้งการไหลของน้ำเข้าพื้นที่ได้แล้ว และประสานกทม.เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโดยเร็ว
นายวิมกล่าวอีกว่า สำหรับน้ำที่ไหลท่วมเขตดอนเมืองด้านเซียร์รังสิต สาเหตุเพราะคลองรังสิตมีรอยแตกห้าเมตร น้ำจึงไหลเข้าคลองเปรมประชากรและไหลมาเขตดอนเมือง ท่วมถนนวิภาวดีรังสิต สนามบินดอนเมืองตอนเหนือและเซียร์ รังสิต สูง 50 ซม. ศปภ.ได้สั่งให้ซ่อมพนังกั้นน้ำด้านนี้และใช้เวลาในคืนนี้ซ่อมแซมได้ จากนั้นมอบให้กทม.เร่งระบายน้ำต่อไป
นายวิมกล่าวต่อว่า ส่วนรายงานข่าวจากจ.ปทุมธานี ซอยใจเอื้อ ทางเข้าพระตำหนักจักรีบงกช ปรากฏว่าชาวบ้านคนหนึ่งลุยน้ำและน่าจะโดนกรดกำมะถันจากโรงงานแบตเตอรี่ในย่านนั้นจนเกิดแผลพุพอง ศปภ.สั่งตรวจสอบและเตรียมสั่งย้ายกรดกำมะถันดังกล่าวแล้ว
ขณะที่ดร.อานนท์กล่าวว่า การตรวจสอบมวลน้ำในวันนี้ โดยมวลน้ำจากจ.อยุธยานั้น ผลการตรวจจากดาวเทียมไม่พบการเปลี่ยนแปลง ระดับน้ำทรงตัวและลดลงเล็กน้อย การผันน้ำตามแนวทางของกรมชลประทานนั้นน่าจะได้ผลและขยายผลมากขึ้น ส่วนคลองรังสิตและคลองรังสิตประยูรศักดิ์จะลดการผันน้ำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาท่วมขังเขตดอนเมือง พื้นที่นี้ท่วมแบบเฉพาะจุดไม่ใช่ไหลบ่า
ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ลมที่ปกคลุมประเทศเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกจากตะวันออกเฉียงเหนือ โดยฉุดตัวตามแรงหมุนของโลก น้ำเข้าอ่าวไทยตอนบนทำให้ระดับน้ำทะเลหนุนสูงและไม่สมดุลกับน้ำที่ไหลจากตอนบน แต่เหตุการณ์วันนี้จะเป็นแบบนี้เพียงสองวันเท่านั้น ย้ำว่าไม่เกี่ยวกับมวลน้ำจากภาคเหนือ เพราะตอนนี้ฝนในภาคเหนือหยุดตกแล้ว มวลน้ำในตอนนี้เป็นน้ำค้างทุ่งที่ค่อยๆระบายออกมา
ดร.อานนท์กล่าวว่า ส่วนฝั่งตะวันตกของกทม.นั้น มวลน้ำขนาดใหญ่ที่ผ่านจ.นนทบุรีจ.นครปฐม เข้าใกล้คลองมหาสวัสดิ์และทางรถไฟนั้น หากมวลน้ำมาถึงแนวนี้จะชะลอตัว บางส่วนยกตัว บางส่วนไหลลงคลองย่อยต่างๆ ก่อนลงมาคลองทวีวัฒนาและคลองภาษีเจริญ คณะทำงานพิจารณาว่า ต้องเพิ่มเครื่องสูบน้ำให้มากขึ้นในสองถึงสามวันข้างหน้า ฝั่งธนบุรี และอ.พุทธมณฑลจ.นครปฐมควรเตรียมรับระดับน้ำที่จะสูงขึ้น ขอย้ำว่าไม่ใช่การเตือนภัยแต่เป็นการแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมตัว
Tags : ศปภ. • น้ำท่วมภาคกลาง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #44 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2011, 10:34:27 PM » |
|
วันที่ 23 ตุลาคม 2554 19:24 น้ำเริ่มไหลเข้าย่านวิภาวดี ดอนเมืองโดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
น้ำเริ่มทะลักเข้าถนนวิภาวดีฯปากทางเข้า ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสพอุทกภัย ดอนเมือง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #45 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2011, 10:47:36 PM » |
|
วันที่ 23 ตุลาคม 2554 19:36 'ประชา'เผยระบายน้ำ3ทิศ-ปล่อยลงล่างแล้วสูบออก
ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) - พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศปภ. แถลงข่าวสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กทม.ขณะนี้ ว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำของศปภ.มาจนถึงวันนี้ พบว่า 1. น้ำมาอยู่บริเวณด้านเหนือกทม.ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. การเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลเป็นไปได้ด้วยดี ใน 3 ทิศทาง คือ ทางด้านทิศตะวันออก แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำท่าจีน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ของกทม.ได้รับการแก้ไขในทุกจุดเรียบร้อยแล้ว 2. ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นจากคลองประปาเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ขณะนี้สามารถหยุดน้ำที่ไหลเข้าคลองประปาได้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลา 20.00 น. ของคืนที่ผ่านมา (22 ต.ค.) และจากนี้ปริมาณนี้น้ำในคลองประปาจะค่อยๆ ลดระดับลงสู่ปกติ ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลเข้าท่วมในพื้นที่บางกระบือ บริเวณแยกเขียวไข่กานั้น ซึ่งเกิดจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทะลุคันกั้นน้ำบางส่วน ซึ่งขณะนี้คันกั้นน้ำดังกล่าวได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว โดยทางศปภ. ได้ประสานทางกทม.ช่วยเร่งระบายน้ำในส่วนที่เอ่อล้นในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ส่วนน้ำที่เอ่อล้นในพื้นที่ถนนวิภาวดีรังสิตนั้น เกิดจากปริมาณน้ำบางส่วนที่ไหลผ่านมาทางท่อระบายน้ำและเอ่อล้นขึ้นมา ซึ่งขณะนี้ทางศปภ.ได้กำหนดแผนการระบายน้ำเพื่อลดระดับน้ำบนถนนสายหลัก และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยด่วน
ด้านนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนหนึ่งเป็นไปตามสถานการณ์ โดยปริมาณน้ำทรงตัว แต่ระดับอาจเปลี่ยนไปบ้างตามช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุน ซึ่งทุกหน่วยสามารถดูแลปกป้องได้ แต่มีบางโอกาสที่น้ำมีการกระฉอก ซึ่งไม่มีปัญหาและขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก เพราะน้ำกระฉอกเข้ามาก็แค่สูบออกไป ทั้งนี้ช่วงเวลาวันหนึ่งที่น้ำขึ้นสูงสุดก็จะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 1 ชั่วโมงเพียงเท่านั้น หลังจากนั้นน้ำก็จะลดปริมาณลง โดยขณะนี้มีน้ำส่วนหนึ่ง เกิดจากการบากตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มจาก อ.บางปะอินทร์ เข้าวังน้อย ซึ่งเป็นธรรมชาติของน้ำ บากตลิ่งเข้ามาก็ปะทะคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตก ที่ไม่สามารถต้านทานได้ ก็จะออกมาเป็นช่องเข้าสู่ทุ่งรังสิต น้ำก็เอ่อนองพอประมาณ เหมือนกับปรากฏการณ์ในอดีตที่เคยพบ เมื่อน้ำนองทุ่งรังสิต คลองรังสิตก็เป็นจุดรับน้ำ จึงมีความพยายามจะที่ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โดยน้ำส่วนหนึ่งลงที่แม่น้ำนครนายก ที่ระดับน้ำที่ไหลอาบทุ่งรังสิต โดยศักยภาพของคลองรังสิตระดับหนึ่งที่ดักน้ำไว้ แต่น้ำส่วนหนึ่งได้ออกไปทางซ้ายบ้าง หรือขวาบ้าง แต่น้ำก็ยังไม่หมด ก่อนจะไหลมาลงสู่คลองหกวาสายล่าง ที่เสมือนเป็นด่านสุดท้ายของบ้าน ที่จะมาปะทะกับ กทม.ทิศเหนือ ซึ่งตรงนั้นมีคันกั้นน้ำป้องกัน จากถนนพหลโยธิน และรังสิตเรื่อยมาจนแยกออกที่ถนนสายไหม พอถึงเขตคลองสามวา แนวคันกั้นน้ำทางทิศตะวันออก ก็เดินอยู่ในแนวทิศใต้ ลงไปสู่ถนนสุขุมวิทสายเก่าที่ชายทะเล ปกป้องน้ำทางทิศตะวันออก เพื่อไม่ให้น้ำเข้าสู่ กทม.ชั้นในทางทิศตะวันตก
ส่วนคันกั้นทางทิศตะวันออกและทิศเหนือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านทิศเหนือได้ต่อสู้กับน้ำที่ลงมาจากทุ่งรังสิตมาลงคลองหกวา โดยจะเห็นว่า น้ำที่ล้นถนนพหลโยธิน ซึ่งถนนพหลโยธินคือคันกั้นน้ำ ฉะนั้นน้ำที่ล้นจะเป็นตัวบ่งบอกว่า จะต้องมีการเบี่ยงเบนน้ำมากพอสมควร ที่ลงคลองหกวาให้ไหลไปทางทิศตะวันออก และตัดตรงลงสู่ทางทิศใต้ ผ่านทางมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง จากนั้นให้สูบออกทางถนนสุขุมวิท
ทั้งนี้ หลักการปัจจุบันนี้ จะต้องมีการลดระดับน้ำที่คลองหกวาและควบคุมให้ได้ ด้วยการเอาน้ำออกลงทางด้านทิศใต้ ซึ่งอยู่ในเขตคลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง ที่จะลงไปด้านล่างสู่ที่ อ.บางพลี และบางบ่อ อีกทั้งต้องทำการปกป้องไม่ให้น้ำมีทางไป และที่สำคัญที่สุด คือ น้ำที่ท่วมทุ่งรังสิตต้องมีการปล่อยให้ไหลไปอย่างคล่องๆ และจะต้องไม่มีการไปอัดอั้นน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะนี่คือจุดสำคัญ ส่วนคันกั้นน้ำถนนสายไหม ก็เป็นคันกั้นน้ำที่ทำไว้อย่างดี แต่จะปล่อยให้ระดับน้ำคลองหกวาสูงขึ้นอย่างไม่มีขอบเขตไม่ได้ จึงจะต้องแยกน้ำส่วนหนึ่งระบายลงสู่ทางทิศใต้ และทางด้านตะวันออกของ กทม.นอกคันกั้นน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลงสู่ทางด้านทิศใต้และสูบออก ซึ่งกระบวนการนี้ต้องทำทันที เพื่อรักษาระดับสถานการณ์ ขณะที่ลักษณะการตรวจสอบที่ชัดเจน คือ ถ้าน้ำไม่ล้นถนนพหลโยธิน แสดงว่าสามารถรักษาระดับน้ำคลองหกวาเหนือคันกั้นน้ำอย่างได้ผล เมื่อคลองหกวาพ้นเขตคันกั้นน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถึงเขตคลองสามวาแล้ว จะมีคันกั้นน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริแนวตะวันออก และตรงนั้นจะมีคลองต่างๆ มากมายที่แยกจากคลองวา ซึ่งจะทำหน้าที่เร่งระบายน้ำจากคลองหกวา เช่น ลงไปสู่คลองแสนแสบที่จะดักน้ำ และระบายลงในแนวดิ่ง จากนั้นก็โยกน้ำไปคลองพระองค์เจ้าไชยยานุชิต ที่เป็นคลองสายใหญ่ที่จะนำน้ำไป นอกจากนี้ยังมีคลองต่างๆ ที่เดินอยู่ในแนวดิ่งไปทางทิศใต้ ออกสู่ถนนสุขุมวิท ที่จะทำหน้าที่สูบออก
“โดยกระบวนการอันนี้ ผมได้มาเรียนย้ำว่า นายกฯ ต้องทำให้ชัดเจน และต้องทำให้ได้ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่จะปะทะกับคันกั้นน้ำถนนสายไหม ให้มีความชัดเจน อย่างน้อยจะต้องคงที่ และต้องให้ลดระดับลงมาด้วยเพื่อความปลอดภัย ถ้ารักษาสถานการณ์ตรงนี้ได้ ความปลอดภัยของ กทม.ก็เชื่อมั่นได้เต็มที่ ซึ่ง 2 - 3 วันก่อน ได้พบปะกับผู้ว่าฯ กทม.และได้อธิบายหลักการนี้ไปแล้ว ที่ กทม.ก็เข้าใจและนำไปปฏิบัติส่วนหนึ่ง” นายปราโมทย์ กล่าว
อย่างไรก็ตามขณะนี้สถานีสูบน้ำยังทำงานไม่เต็มที่ เพราะไม่มีการลำเลียงน้ำไป สมมุติถ้าเอาน้ำไป ก็จะลดการผลักดันคันกั้นน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริทางด้านทิศเหนือให้เบาบางลง และจะลดระดับน้ำที่จะไหลท่วมถนนพหลโยธิน บริเวณอนุสรณ์สถานได้ ต่อจากนั้นเหตุการณ์ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ และเรื่องนี้ตนได้ปรึกษากรมชลประทาน ซึ่งก็เห็นด้วยที่จะรักษาช่อง 8 คลองระพีพัฒน์ให้คงที่ ไม่ให้ขยายใหญ่โตไปกว่าเดิม และถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ให้เข้าไปชะลอปิดทันที เพื่อสกัดน้ำทางด้านบน
ขณะที่ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเสริมว่า ได้มีการดำเนินการบางส่วนตามแนวคิดของนายปราโมทย์ไปแล้ว โดยส่วนแรกคือ พยายามที่จะลดปริมาณน้ำที่มีอยู่มหาศาล เหนือคลองระพีพัฒน์ ในเขตวังน้อย บางปะอินทร์ และใน อ.เมือง จ.อยุธยา โดยจะมีการผันน้ำออกไปทางตะวันออก เหนือแม่น้ำป่าสัก ที่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจและระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งเห็นว่ามาตรการนี้ได้ผลและได้มีการขยายการดำเนินการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การทำงานกับน้ำจำนวนมากจะต้องใช้เวลา
และขณะนี้เราสามารถที่จะรับน้ำลงทางด้านคลอง 13 ลงไป ได้วันละประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่พยายามที่จะไม่ให้เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพลาด เพื่อที่จะได้ติดตามดูว่า ไม่ได้เกิดผลกระทบอย่างรวดเร็ว และเมื่อน้ำลดไปถึงระดับหนึ่ง มาตรการขั้นต่อไป คือจะพยายามลดการเปิดบานประตูคลอง 1 - 5 ด้านบน ขณะเดียวกันขณะนี้มีความพยายามจะผันน้ำลงมาด้านล่างมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเขตต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ คงจะต้องได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย โดยจะพยายามจำกัดผลกระทบให้อยู่ในขอบเขตที่จะบริหารจัดการได้ ตรงนี้จะเป็นเรื่องของฝั่งตะวันออก โดยขณะนี้คณะทำงานที่นายกฯ ตั้งขึ้น ได้ประสานงานทั้งกรมชลประทาน กทม.และหน่วยงานอื่นๆ โดยตนขอยืนยันว่า หน่วยงานในระดับปฏิบัติการมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เห็นว่า อาจจะมีการดำเนินการช้าไปบ้าง เพราะเกิดปัญหาอุปสรรคในระดับพื้นที่ ในส่วนนี้ทางนายกฯ มีแนวคิดว่า หากมีความจำเป็นจริงๆ ก็อาจจะต้องกันพื้นที่ให้เป็นพื้นที่หวงห้ามพิเศษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการในพื้นที่เหล่านั้นได้ อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า พื้นที่ใดเข้าข่ายเป็นพื้นที่หวงห้ามพิเศษ ที่ผู้ว่าฯ ในแต่ละจังหวัดจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
“น้ำบางส่วนที่จะลงไปยังคลองทวีวัฒนา ได้มีการเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่บริเวณปลายคลอง ออกคลองภาษีเจริญ และกระจายต่อไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแค่ระบบสูบน้ำอย่างเดียวจะไม่เพียงพอ จึงต้องเตรียมการระบบคลองต่างๆ ในบริเวณนี้ให้เป็นระบบแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำ โดยเฉพาะปลายสัปดาห์นี้ และสัปดาห์หน้าที่จะเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ก็จะมีปัญหาอุปสรรคที่คลองเหล่านี้จะระบายน้ำลงทะเล โดยเป็นที่แน่นอนว่าจะมีพื้นที่บางส่วน บริเวณฝั่งพุทธมณฑล ลงมาถึงเขตที่อยู่ทางด้านฝั่งธนบุรี และ กทม.เกือบทั้งหมด รวมถึงบางส่วนของ จ.นครปฐม ที่จะต้องมีระดับน้ำสูงขึ้นบ้างในช่วงที่น้ำขึ้น ซึ่งถ้าน้ำลงก็จะระบายน้ำลงทะเลได้ ทั้งนี้ระดับน้ำที่คาดไว้ ไม่น่าจะเกิน 50 ซ.ม.” ดร.อานนท์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากพ้นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงไปแล้ว ประมาณสัปดาห์แรกของเดือน พ.ย.ระดับน้ำทะเลจะลดลง และทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติ น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ส่วนหนึ่งน่าจะกลับลงไปอยู่ในลำน้ำแล้ว ก็จะสามารถใช้ตัวลำน้ำจัดการน้ำได้ดีขึ้น ฉะนั้นสถานการณ์น่าจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่มีผลกระทบต่อประชาชนในกทม. ว่า สำหรับกรณีดังกล่าวนี้ ทางน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ที่มีผลกระทบดังกล่าวแล้ว สำหรับสถานการณ์ที่น้ำจากคลองประปาเอ่อล้นและเข้าท่วมพื้นที่เขตดอนเมืองและเขตหลักสี่ โดยในการแก้ไขปัญหาได้ดำเนินแก้ไขในการที่น้ำได้ไหลเข้าสู่คลองประปาบริเวณรังสิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลา 20.00 น. คืนที่ผ่านมา (22 ต.ค. ) เพราะฉะนั้นระดับน้ำ ในคลองประปาตั้งแต่เวลา 20.00 น. จนถึงวันนี้ได้ลดลงและกำลังเข้าสู่ภาวะปกติในวันนี้ ซึ่งเราได้ตรวจสอบ พบว่าระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง ดังนั้นน้ำเอ่อล้นจะไม่เกิดขึ้นอีก โดยในวันนี้ทางศปภ. ได้ประสานงานกับทางกทม. ที่มีหน้าที่ในการระบายน้ำท่วมขังเรียบร้อยแล้ว โดยให้ช่วยระบายในคลองเปรมประชากร โดยในวันนี้คงจะเร่งระดมการระบายน้ำเพื่อให้ระดับน้ำในทุกพื้นที่ซึ่งท่วมขังได้มีระดับน้ำลดลงกลับสู่สภาวะปกติ
น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ระดับน้ำในคลองเปรมประชากรที่มีระดับน้ำสูงขึ้นนั้น สาเหตุเกิดจากน้ำคลองรังสิตได้ไหลผ่านที่ชะลอน้ำเข้าสู่คลองเปรมประชากร ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ 2 ฝั่งคลองเกิดปัญหา ซึ่งทางศปภ. ได้ประสานงานกันในการนำประชาชนที่มีปัญหาในที่พักอาศัย เข้าสู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกระบวนการลดระดับน้ำคลองเปรมประชากรนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องของน้ำที่ท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิต ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการพล.ต.อ. ประชา ได้กำหนดวิธีการปฏิบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติหน้าที่เพื่อลดน้ำบริเวณเส้นทางการจราจรให้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของการระบายน้ำในเขตกทม.จากการที่ได้เร่งระบายน้ำในส่วนของกทม. พบว่า ปริมาตรของการระบายน้ำได้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบการระบายน้ำอาจะมีบางส่วนที่ต้องเปิดทางระบายน้ำให้คล่องตัวมากขึ้น โดยได้ประสานงานกับกทม.ในการเปิดทางระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคูคลอง ซึ่งทางกทม.ได้รับทราบและกำลังเร่งดำเนินการให้การระบายน้ำในกทม.มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“จากการนำเสนอข่าวสารในทุกวันนี้ที่มีหลายช่องทางนั้น ซึ่งในปัจจุบันมีการนำเสนอข้อความการแสดงความคิดเห็นของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นประชาชนอาจมีปัญหาในการรับข้อมูล โดยทางศปภ. ขอแนะนำข้อมูลในการรับข้อมูลข่าวสารดังนี้ คือ ถ้าหากเป็นเรื่องของข้อมูล ข้อเท็จจริง ขอให้ประชาชนได้ตรวจสอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้รับมาเชื่อถือได้หรือไม่ ซึ่งหากเป็นข้อมูลจากทางราชการก็สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากทางราชการ แต่ถ้าเป็นข้อมูลการแสดงความเห็น ควรพิจารณาความเห็นจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ หากเป็นการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์ วิจารณ์ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลด้วย รวมไปถึงการนำข่าวสารไปเผยแพร่ต่อด้วย เพราะอาจนำไปสู่ให้เกิดความเข้าใจผิดและส่งผลให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกได้” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
Tags : ศปภ. • น้ำท่วมกรุง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #46 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2011, 10:53:06 PM » |
|
ทล.แจ้งเส้นทางสู่ภาคเหนือ-อีสาน โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ตุลาคม 2554 16:01 น.
กรมทางหลวง แจ้งว่า ประชาชนที่ต้องการเดินทางไป จ.สระบุรี ทางหลักในการเดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ลง อ.ธัญบุรี ใช้ถนนรังสิต - นครนายก มุ่งหน้า อ.บ้านนา แยกหินกอง มุ่งหน้า จ.สระบุรี ได้ปกติ ซึ่งจะเดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ปกติ และเดินทางไป - กลับ จ.ลพบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.พิษณุโลก นอกจากนี้ สามารถใช้เส้นทาง อ.โคกสำโรง อ.ตากฟ้า อ.ตาคลี เพื่อวนรถเข้าถนนสายเอเชีย เพื่อตรงไป จ.นครสวรรค์ และภาคเหนือได้ (สะพานเดชาติวงศ์ เปิดให้บริการ 1 ช่อง) และสามารถย้อนลงมาสายเอเชีย จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง ส่วนประชาชนที่ต้องการเดินทางขึ้นภาคเหนือ เดินทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทาง ที่ 1 ถนนเพชรเกษม หรือ บรมราชชนนี มุ่งหน้า จ.นครปฐม ไป อ.กำแพงแสน อ.อู่ทอง เลี้ยวขวามาทาง จ.สุพรรณบุรี ใช้ทางเลี่ยงเมือง สามารถออกถนนสายเอเชียได้ 2 เส้นทาง 1.แยกวิเศษชัยชาญ ไปออก จ.อ่างทอง 2.เดินทางไป อ.สามชุก ไปออก อ.ค่ายบางระจัน ออกทาง จ.สิงห์บุรี จากนั้น ใช้สายเอเชียมุ่งหน้าแยก จ.ชัยนาท - ตากฟ้า เลี้ยวไปทาง อ.ตาคลี ไป อ.ตากฟ้า จากนั้นเลี้ยวซ้าย สามารถเดินทางไปทุกจังหวัดภาคเหนือ หรือจากถนนสายเอเชีย ตรงไปข้ามสะพานเดชาติวงศ์ได้ แต่เปิดให้วิ่งสวนกันเพียง 1 ช่อง เส้นทางที่ 2 เดินทางโดยวงแหวนกาญจนาภิเษกตะวันออก เลี้ยวออกตรง อ.ธัญบุรี อ.บ้านนา แยกหินกองมุ่งหน้าสระบุรี ตรงไป ทล.หมายเลข 21 เลี้ยวซ้ายที่แยกม่วงค่อม ไป อ.โคกสำโรง ไป อ.ตากฟ้า แล้วใช้ถนนหมายเลข 11 ตรงขึ้นไปได้หลายจังหวัด เช่น จ.พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #47 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2011, 09:05:55 AM » |
|
วันที่ 24 ตุลาคม 2554 01:02กทม.-ศปภ.แถลง!6 เขตกทม.เข้าสู่วิกฤติ โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไล ' ศปภ.เกาะติดกทม.แถลงข่าวหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา ระบุให้ 6 เขตกทม.ฝั่งตะวันออก ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ สายไหม เข้าสู่วิกฤติ
เมื่อช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ศปภ.)ได้ออกมาแถลงสั้นๆ ว่าให้ 6 เขตกทม.ฝั่งตะวันออกเฝ้าระวังน้ำท่วม ซึ่งประกอบด้วย ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ สายไหม
โดยย้ำให้ขนของขึ้นที่สูง และแนะนำให้ย้ายผู้ป่วย เด็ก คนแก่ ออกจากพื้นที่ ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง ขณะเดียวกันก็พร้อมสนับสนุนการทำงานของ กทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. ได้แถลงข่าวเตือนประชาชนใน 6 เขต กทม. คือ ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม ว่า สถานการณ์น้ำเข้าสู่วิกฤติและให้ประชาชนยกทรัพย์สินขึ้นที่สูงนั้น หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง ศปภ. นำโดย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผ.อ. ศูนย์ ก็ได้แถลงตามมาว่า พร้อมจะให้ความร่วมมือกับ กทม. ในการทำงานและติดตามเฝ้าระวังตลอด
ผู้ว่าฯกทม.เตือน 6 เขต เข้าสู่วิกฤติ
23 ต.ค.54-เมื่อเวลา 23.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ว่า พื้นที่ ๆจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และ สายไหม กรุงเทพมหานคร จึงให้พี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวขน ย้ายสิ่งของ ทรัพย์สินที่มีค่า รถยนต์ และอื่นๆ ขึ้นที่สูง และผู้ที่อาศัยในพื้นที่ ที่่เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่กรุงเทพมหานคร จัดเตรียมไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เด็กและคนชรา เป็นอันดับแรก
ผมอยากให้ทุกฝ่าย พี่น้องประชาชน หน่วยงานของรัฐในเขตกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้ติดตามการแถลงข่าวของกรุงเทพมหานคร
ปัญหาที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้น ก็คงหนักพอที่จะเรียนเชิญทุกท่านมาในค่ำคืนวันนี้ ก็ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนก อยากขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจ ว่า กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน อย่างสุดความสามารถ และจะร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ศปภ. เพื่อแก้ไขสถานการณ์ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคืนนี้ และตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนี้ กรุงเทพมหานคร จะระดมสรรพกำลังของเจ้าหน้าที่ คือหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาแก่พี่น้องประชาชนที่ต้องการคำปรึกษา
เรามองว่าสถานการณ์ตอนนี้ อาจจะนำไปสู่ขั้นวิกฤติ ดังที่ผมได้เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ ว่า ถ้าสถานการณ์ถึงขั้นวิกฤติ ผมจะเป็นคนแรกที่จะกราบเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบ จากการประเมินสถานการณ์ตัวชี้วัดในทุกเรื่อง เรามีข้อสรุปได้แต่เพียงข้อสรุปเดียว ว่า ปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม เราจะประเมินสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ (24 ต.ค.) ถ้าจำเป็นจะต้องให้มีการเตือน สำหรับเขตอื่นเขตที่ติดต่อกับเขตเหล่านี้ เราจะดำเนินการทันที
ผมขอเรียนเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานคร ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเตือนสถานเอกอัครราชทูต แล้วทำเนียบเอกอัคราชทูต ตลอดจนคณะทูตานุทูตที่อยู่ในพื้นที่เขตดังกล่าว และพื้นที่ข้างเคียงให้ระมัดระวังและติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษ ซึ่งในการนี้ กรุงเทพมหานคร ได้มีแถลงการณ์ มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ บนเว็บไซต์ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วย โดยชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ใน กรุงเทพมหานคร ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารด้วย และขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกท่าน ในการที่จะกระจายข่าว ประชาสัมพันธ์ ข่าวนี้ต่อไป
ส่วนหนึ่งของปัญหาเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นที่ถนนวิภาวดีรังสิตตัดคลองรังสิต ที่ผมพูดเป็น 10 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ปทุมธานี เป็นผู้ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง แต่กรุงเทพมหานคร ด้วยความห่วงใยต่อพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ได้เข้าไปสร้างแนวคันกั้นน้ำชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากคลองรังสิตเอ่อเข้าไปในพื้นที่ของปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียงอนุสรณ์สถาน
เมื่อวานนี้ ได้รับทราบปัญหา และ เมื่อคืนนี้เราได้พยายามเข้าไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์ เราไม่สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจของเราได้ ก็มีพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากคัดค้านสิ่งที่เราต้องการทำ และในเมื่อการคัดค้านนั้นรวมถึงการสื่อสารว่าอาจจะมีการใช้ความรุนแรงด้วย และในเมื่อข้าราชการ ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ได้เข้าไปปฏิบัติภารกิจ ไม่ได้รับความคุ้มครอง จึงได้สั่งให้คนของกรุงเทพมหานครออกมา เพราะในเมื่อไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้ ตอนนี้ก็ชัดเจน เพราะน้ำถึงอนุสรณ์สถานวิภาวดีรังสิต ผมขอเรียนตอกย้ำ ผมได้เตือนไว้แล้วเป็น 10 ครั้ง
Tags : น้ำท่วมกรุงเทพ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #48 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2011, 09:23:22 AM » |
|
ดอนเมืองจมหลายจุด -เมืองเอก แนวกั้นแตกท่วมแล้วหลายซอย โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2554 . ผอ.ดอนเมือง ชี้ระดับน้ำสูงต่อเนื่อง หลายพื้นที่น้ำท่วมรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ยุบที่พักพิงชั่วคราวเหลือเพียง 3 แห่ง บอกตรงไม่มั่นใจป้องกันพื้นที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมได้นานแค่ไหน ส่วนเมืองเอกแนวกั้นแตก 3 จุด น้ำทะลักขยายวงกว้างสูงระดับข้อเท้า กินพื้นที่หลายซอยแล้ว วันที่ 24 ต.ค. เมื่อเวลา 02.55 น. นายภูมิพัฒน์ ดำรงเกียรติศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง ให้ข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ระดับน้ำในคลองเปรมประชากรล้นมาระยะหนึ่งแล้ว ขณะนี้ได้เอ่อเข้าท่วมชุมชนโดยทะลักผ่านทางท่อระบายน้ำ ทำให้หน้าสน.ดอนเมือง ท่วมสูง 50 ซ.ม. ถนนวิภาวดีรังสิตขาออก ฝั่งตรงข้ามดอนเมือง มีน้ำเข้ามาท่วมแล้ว ส่วนถนนสรงประภา ถนนเวฬุวนาราม ถนนเทอดราชันย์ ระดับน้ำสูง รถเล็กผ่านไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่ดอนเมืองมีน้ำท่วมมาก่อนหน้า ทางเราได้อพยพประชาชนบางส่วนเข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวล่วงหน้าแล้ว จึงไม่เกิดความโกลาหลมากนัก อย่างไรก็ดีเดิมทีศูนย์พักพิงชั่วคราวเราเปิดให้บริการทั้งหมด 6 จุด แต่มีบางจุดถูกน้ำท่วม ทำให้เหลือที่ใช้่ได้เพียง 3 จุด อาจพูดได้ว่าพื้นที่ทั้งหมดเต็มเล้ว แต่อย่างไรก็ดีในเมื่อประชาชนเดือดร้อนก็ปฎิเสธไม่ได้ แน่นอนเมื่อคนมาอยู่รวมกันมาก ย่อมมีปัญหาในด้านสาธารณูปโภคบ้าง แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่าปัญหาปากท้องที่จะตามมาในอนาคต ทั้งนี้หากเป็นไปได้ ทางเลือกที่ดีกว่า สำหรับพี่น้องที่มีญาติ เพื่อนฝูง ซึ่งอยู่ในที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมจะไปขออาศัยด้วย เพื่อลดปัญหาความแออัด ไม่ต้องคิดอื่นไกล ศูนย์พักพิงล้อมรอบไปด้วยน้ำ ย่อมอาจถูกน้ำท่วมได้ด้วยเหมือนกัน ในส่วนของบางพื้นที่ที่น้ำยังท่วมไม่ถึง ตนก็ยังไม่มั่นใจว่าจะป้องกันไว้ได้นานเท่าไร เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังไม่นิ่ง ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง กล่าวฝากคนดอนเมืองว่า สำหรับผู้ที่ห่วงข้าวของโดยยังอาศัยอยู่ในบ้านของตัวเอง ให้สังเกตุระดับน้ำให้ดี หากสูงขึ้นจนน่าจะเป็นอันตราย ก็สามารถอพยพมมาอยู่ในศูนย์พักพิงได้ แต่ถ้าหากเห็นว่าระดับน้ำไม่สูงยังสามารถอยู่ได้ ก็ให้ทำตามที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เตือน คือ เก็บของขึ้นที่สูง ตัดไฟฟ้าชั้นล่างเพื่อความปลอดภัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. เกิดเหตุน้ำล้นคันกั้นที่หมู่บ้านเมืองเอก โครงการ 6 (ทิศใต้) โดยมีแนวกั้นแตก 3 จุด กว้างจุดละประมาณ 2 เมตร ทางเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว รวมถึงนักศึกษาช่วยกันนำกระสอบทรายอุดช่วงที่คันกั้นน้ำพัง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำดันพังลงมาทั้งแถบ โดยขณะนี้น้ำยังล้นทะลักแนวกำแพงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเริ่มท่วมขยายวงเข้าไปในหลายซอยแล้ว เริ่มจากระดับปริ่มเท้า แค่ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงสูงเหนือระดับข้อเท้าแล้ว ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 04.40 น. มีจำนวนชาวบ้าน และนักศึกษากว่า 100 คน เข้าช่วยเหลือขนกระสอบทรายซ่อมแซมจุดที่น้ำล้นเข้ามา ที่หมู่บ้านเมืองเอก รังสิต การซ่อมแซมคืบหน้าแล้วเสร็จ 2 จุด เหลืออีก 1 จุดที่กำลังเร่งซ่อมแซม โดยระดับน้ำด้านนอกพนังกั้นน้ำสูงประมาณ 1.50 เมตร ระดับน้ำท่วมในเมืองเอกขณะนี้สูงประมาณ 20 ซ.ม.แผ่กระจายไปในหลายซอยในโครงการ 6 เป็นระยะทางประมาณ 300-400 เมตร ขณะนี้ทางหมู่บ้านเมืองเอกต้องการทราย และถุงทรายอีกมาก รวมถึงอุปกรณ์ส่องสว่าง อาหาร น้ำ สำหรับอาสาสมัคร ให้ความช่วยเหลือได้ที่กองอำนวยการ สนามฟุตซอล หมู่บ้านเมืองเอก ทั้งนี้ พนังกั้นน้ำ หมู่บ้านเมืองเอก เป็นปราการด่านสุดท้าย ในจังหวัด ที่จะป้องกันน้ำเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ทางถนนวิภาวดี-รังสิต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์พักพิง ที่ยังสามารถเข้าไปใช้บริการได้ใน เขตหลักสี่ ดอนเมือง บางเขน สายไหม บางซื่อ มีดังนี้ ศูนย์พักพิงชั่วคราวเขตดอนเมือง ร.ร.วัดดอนเมือง โทร 0-2566-2862, 081-869-3464 รองรับได้ 500 คน ร.ร.ประชาอุทิศ โทร 0-2929-2172, 084-427-3676 รองรับได้ 800 คน ร.ร.บำรุงรวิวรรณวิทยา โทร 0-2536-2196, 084-459-4774 รองรับได้ 500 คน รวม รองรับผู้พักพิงได้ 1,800 คน ศูนย์พักพิงชั่วคราวเขตหลักสี่ โรงเรียนเคหะท่าทราย โทร 02 589 9777 รองรับได้ 450 คน โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 โทร 02 573 4835 รองรับได้ 500 คน โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 โทร 02 573 4836 รองรับได้ 500 คน โรงเรียนทุ่งสองห้อง โทร 02 573 7908 รองรับได้ 400 คน โรงเรียนบางเขน (ไว้สาลี อนุสรณ์) โทร 02454 7569 รองรับได้ 400 คน โรงเรียนวัดหลักสี่ โทร 02 573 7123 รองรับได้ 800 คน รวม รองรับผู้พักพิงได้ 3,050 คน ศูนย์พักพิงชั่วคราวเขตบางเขน ร.ร.ไทยนิยมสงเคราะห์ โทร 0-2521-0427, 081-804-8776 รองรับได้ 1,000 คน ร.ร.บ้านคลองบัว-(เอี่ยมแสงโรจน์) โทร 0-2519-9104, 086-102-7193 รองรับได้ 500 คน ร.ร.บ้านบัวมล-(เจริญราษฎร์อุทิศ) โทร 0-2519-8825, 089-132-2877 รองรับได้ 600 คน ร.ร.ประชาภิบาล โทร 0-2521-0424, 081-984-7984 รองรับได้ 500 คน ร.ร.วัดไตรรัตนาราม โทร 0-2552-2079, 081-714-6422 รองรับได้ 700 คน รวม รองรับผู้พักพิงได้ 3,300 คน ศูนย์พักพิงชั่วคราวเขตบางซื่อ ร.ร.วัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ โทร 0-2585-1678, 081-807-7410 รองรับได้ 30 คน ร.ร.วัดสร้อยทอง โทร 0-2585-6463, 083-199-2104 รองรับได้ 50 คน ร.ร.วัดบางโพโอมาวาส โทร 0-2585-0627, 085-143-5953 รองรับได้ 50 คน ร.ร.วัดประชาศรัทธาธรรม โทร 0-2585-1678, 081-807-7410 รองรับได้ 50 คน ร.ร.มัชฌันติการาม โทร 0-2585-2201, 089-127-8049 รองรับได้ 50 คน ร.ร.วัดเลียบราษฎร์บำรุง โทร 0-2585-7077, 087-066-7673 รองรับได้ 30 คน ร.ร.วัดทองสุทธาราม โทร 0-2585-6824, 081-726-1314 รองรับได้ 50 คน รวม รองรับผู้พักพิงได้ 310 คน ศูนย์พักพิงชั่วคราวเขตสายไหม ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย โทร 0-2531-3676, 081-875-9518 รองรับได้ 200 คน ซอยแอนเนกซ์-(กาญจนาภิเษก-2) โทร 0-2523-8976, 081-689-2472 รองรับได้ 50 คน สายไหม(ทัสนารมย์อนุสรณ์) โทร 0-2536-0363, 089-124-5443 รองรับได้ 100 คน ประชานุกูล-(ขำสนิทอนุเคราะห์) โทร 0-2523-7649, 080-790-8079 รองรับได้ 300 คน วัดเกาะสุวรรณาราม โทร 0-2523-6845, 089-887-4850 รองรับได้ 300 คน วัดราษฎร์นิยมธรรม-(พิบูลสงคราม) โทร 0-2521-0501, 089-531-8349 รองรับได้ 30 คน วัดหนองใหญ่ โทร 0-2533-3493, 081-824-7876 รองรับได้ 100 คน ออเงิน-(อ่อนเหมอนุสรณ์) โทร 0-2533-3494, 089-987-0706 รองรับได้ 100 คน พรพระร่วงประสิทธิ์ โทร 0-2519-8827, 086-997-8234 รองรับได้ 300 คน วัดราษฎร์นิยมธรรม รองรับได้ 500 คน วัดออเงิน รองรับได้ 50 คน วัดหนองใหญ่ รองรับได้ 30 คน โรงเรียนซอยแอนเนกซ์ รองรับได้ 100 คน รวม รองรับผู้พักพิงได้ 2,160 คน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #49 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2011, 10:25:32 PM » |
|
วันที่ 24 ตุลาคม 2554 08:54 เปิดแผนที่!น้ำล้อมกรุงเทพชั้นใน'ไว้เรียบร้อยแล้ว'รอถล่ม! โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ แผนที่แสดงระดับความเสี่ยง และระดับน้ำท่วม ของพื้นที่ต่างๆ แผนที่แสดงให้เห็น น้ำได้ลอมกรุงเทพชั้นในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่น้ำในทุ่งเจ้าพระยาค้างอยู่ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รอถล่ม จากแผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียม จะเห็นว่า ขณะนี้น้ำได้ล้อมกรุงเทพ ชั้นในไว้หมดแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าแนวทางที่จะระบายน้ำเข้าคลองต่างๆ สามารถที่จะควบคุมปริมาณที่เหมาะได้มากน้อยแค่ไหนและที่สำคัญพนังกั้นน้ำ จะแข็งแกร่งพอจะรับมือหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงที่น้ำขึ้นสูงอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ขณะที่ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในภาพรวมทั้งประเทศ น้ำในภาคเหนือและภาคกลางตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนครสวรรค์และอยุธยา โดยน้ำเข้ามากดดันคลองระพีพัฒน์น้อยลง เพราะสามารถผันน้ำไปทางตะวันออกของกทม.ได้เร็วขึ้น จึงช่วยลดปริมาณน้ำ ที่คุกคามกทม.อยู่ ส่วนน้ำที่ไหลเข้าท่วมตอนบนของ กรุงเทพฯ เช่น ดอนเมือง หลักสี่ จะต้องเร่งเสริมแนวคันและซ่อมแซม รอยรั่วที่คลอง 1 และเมืองเอก ซึ่งกทม. มีศักยภาพในการควบคุมน้ำ ดร.อานนท์ กล่าวว่า จากนี้พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือซีกตะวันตกของกทม. ตั้งแต่นนทบุรี ถึง นครปฐม ซึ่งมวลน้ำแผ่ลงมาใกล้คลองมหาสวัสดิ์ เหนือพุทธมณฑล โดยแนวรับที่คลองมหาสวัสดิ์ เชื่อว่า จะไม่สามารถกันน้ำได้ทั้งหมด โดยน้ำจะดันเข้ามาและข้ามคันกั้นและทางรถไฟ ซึ่งถ้าน้ำท่วมรางรถไฟ ก็จำเป็นต้องเปิดรางรถไฟ "ดังนั้น ใน 2-3 วันนี้ พื้นที่พุทธมณฑล และมหิดลศาลายา มีน้ำสูงตั้งแต่ 50 -80 ซม. คาดการณ์ว่าจะไม่เกิน 1 เมตร แต่ถ้าน้ำลงถึงสมุทรสาคร น้ำจะไม่ท่วมมากนัก เพราะจะเป็นการแก้ปัญหาโดยใช้ระบบแก้มลิง ผลักดันน้ำเข้าไปในคลองจำนวนมาก และเร่งระบายออกในช่วงน้ำลง เมื่อน้ำขึ้นจะปิดประตู เพื่อรับน้ำจากทางเหนือให้ลงสู่คลอง ซึ่งวิธีการบริการจัดการน้ำในฝั่งตะวันตก ต่างจากฝั่งตะวันออก คือใช้แก้มลิงและการระบายน้ำ ตามเวลาน้ำขึ้น น้ำลง ประชาชนจะไม่ถูกน้ำท่วมขัง จึงขอให้ติดตามข้อมูลเวลาน้ำขึ้น น้ำลง เพื่อจะสามารถบริหารเวลาได้ตามน้ำขึ้นน้ำลง " ขณะเดียวกันหากดูจากแบบจำลองของTEAM GROUP (เตือนภัยน้ำท่วม ฉบับที่ 3) ประเมินว่า จากปริมาณน้ำในทุ่งเจ้าพระยาที่ยังมีมากกว่า 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เปรียบเสมือนมีอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลอีก 1 อ่าง อยู่ที่บางไทรและปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยา แม้จะลดลงแต่ยังมีปริมาณมากกว่าน้ำที่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ เช่น เมื่อ 21 ต.ค. มีน้ำไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยาวันละ 419 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลทั้งที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และทางทุ่งและคลองฝั่งตะวันออกรวมทั้งสิ้นได้วันละ 403 ล้านลูกบาศก์เมตร ทาให้มีน้ำเหลือสะสมเพิ่มเติมในทุ่งเจ้าพระยาอีกวันละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้ระดับน้ำในทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ นครชัยศรี บางเลน บางใหญ่ เมืองนนทบุรี ปากเกร็ด ลาดหลุมแก้ว เมืองปทุมธานี คลองหลวง ธัญบุรี สายไหม ลาลูกกา หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง บางเสาธง และบางบ่อ หากไม่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้มากกว่านี้ จะมีผลทาให้พนังกั้นน้ำที่อ่อนแอกว่าพังลง น้ำจะไหลพุ่งเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น และพนังกั้นน้ำที่ไม่แข็งแรงหรือความสูงไม่เพียงพอ ก็จะพังลงเรื่อยๆ ตามลาดับ นอกจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.นี้เป็นต้นไป น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปหนุนสูงสุดในวันที่ 31 ต.ค.ทำให้ระดับน้ำในแม่น้าเจ้าพระยาที่สะพานพุทธฯ อยู่ที่ +2.45 เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง (สูงกว่าเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ประมาณ 15 ซ.ม.) ซึ่งจะมีผลเสริมทาให้ระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำและมีคลองเชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยาและ ท่าจีน หลังจากนั้นระดับน้ำจะทรงตัว และ จะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ จนถึงหลังวันที่ 15 พ.ย.ไปแล้ว ระดับน้ำในพื้นที่ อ่างทอง อยุธยา สุพรรณบุรี จึงจะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในพื้นที่ บางไทร ปทุมธานี นนทบุรี นครชัยศรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ระดับน้ำจะลดลงอย่างช้าๆ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่น้าจะท่วม (ดูจาก TEAM Group เตือนภัยน้ำท่วมฉบับที่ 1) จะต้องเสริมความแข็งแรงให้พนังกั้นน้ำต่างๆ และ เสริมเพิ่มความสูงให้เพียงพอ และให้คงทนอยู่ได้ถึงหลังวันที่ 15 พ.ย. ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องป้องกันน้ำท่วมเป็นพิเศษที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของถนนหทัยราษฎร์ ถนนร่มเกล้า ถนนกิ่งแก้วและฝั่งตะวันออกของถนนบางพลี-บางตารุ ควรเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำให้มั่นคง และให้มีระดับความสูงไม่น้อยกว่า +3.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง ---------- แผนที่น้ำกทม.และปริมณฑล ที่มา:GISTDA http://122.155.18.230/gistda_n/Gallery/img/Flood2011/20111023-bangkok-drainage-noarrow.jpgTags : แผนที่น้ำ • น้ำท่วมกรุงเทพ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #50 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2011, 10:31:09 PM » |
|
วันที่ 24 ตุลาคม 2554 18:54ด่วน!ผู้ว่าการประปาฯสั่งสำรองน้ำชี้วิกฤติกว่าที่คิด
ผู้ว่าการประปานครหลวง แนะผู้ใช้น้ำสำรองน้ำได้แล้ว สถานการณ์วิกฤติกว่าที่คิด
นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง( กปน.) เปิดเผยว่าคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตและจ่ายไปบริการประชาชนในขณะนี้ยังคงยืนยันว่ามีคุณภาพดี ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก สามารถใช้และบริโภคได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ขอแนะนำผู้ใช้น้ำควรสำรองน้ำไว้ให้มากที่สุด เพราะวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ มีความรุนแรงมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดคิด
"ขอยืนยันและสัญญาว่า กปน. พูดแต่ความจริง เพราะนี่คุณภาพชีวิตของผู้บริโภคน้ำประปากว่า 10 ล้านคน หากเมื่อใดที่ กปน. ไม่สามารถจะผลิตน้ำประปาให้ได้ตามมาตรฐาน ก็จะบอกความจริงให้ประชาชนได้ทราบโดยจะไม่มีการปิดบังแต่อย่างใด"นายเจริญ กล่าว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #51 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2011, 10:38:20 PM » |
|
น้ำท่วมถึงแล้วห้างพาต้าปิ่นเกล้า -ถนนนครอินทร์ จ.นนทบุรี โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2554 22:05 น. น้ำขยายวงกว้างเอ่อเข้าท่วมถึงหน้าห้างพาต้าปิ่นเกล้า จนท.สั่งปิดการจราจรตั้งแต่แยกบางพลัด-ถนนพระราม7 ส่วนพื้นที่จ.นนทบุรี น้ำท่วมกินพื้นที่เข้าสู่ถนนนครอินทร์-เชิงสะพานพระราม 5 รวมถึงวัดสังฆทาน และชุมชนใกล้เคียงแล้ว วันนี้ 24 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายว่า หน้าห้างพาต้าปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด หนึ่งในสถานที่ให้จอดรถหนีน้ำท่วมฟรี ได้เกิดน้ำท่วมแล้ว ต่อมาเมื่อเวลา 19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรตั้งแต่แยกบางพลัด-ถนนพระราม 7 ห้ามรถเล็กสัญจรผ่าน ทั้งนี้ถนนจรัญสนิทวงศ์ช่วง ซอย 84 น้ำได้ท่วมสูงระดับเอว ประชาชนเริ่มอพยพเก็บของอย่างชุลมุน ส่วนสถานการณ์น้ำที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี วิกฤตหนักต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มไหลแรงและเชี่ยวขึ้น พื้นที่น้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 6 ตำบล 69 หมู่บ้าน หนักสุดอยู่ที่ ต.บางแม่นาง เสาธงหิน บางม่วง บางเลน ในขณะที่การสัญจรผ่านถนนกาญจนาภิเษก ผ่านได้เฉพาะรถใหญ่และรถโฟร์วิลล์เท่านั้น ซึ่งทางอำเภอได้ประสานรถของกองทัพบก กองทัพเรือ และขสมก.ในการทำหน้าที่รับส่งชาวบ้านไป 3 จุดหลัก คือถนนบรมราชชนนี แยกบางพูน และถนนวัดลาดปลาดุก ด้าน นายอำเภอบางใหญ่ยอมรับว่า การเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมสูงเป็นไปได้ยากลำบากและไม่ทั่วถึง เนื่องจากรถเจ้าหน้าที่ทหารมีไม่เพียงพอ เพราะว่าต้องไปช่วยที่ อ.บางบัวทอง และ อ.ไทรน้อย ด้วย และได้ฝากเตือนไปยังพื้นที่รับน้ำต่อไปคือศาลายา นครปฐม ให้ชาวบ้านเตรียมพร้อมอพยพขึ้นสู่ที่สูง เนื่องจากว่าปลายทางของน้ำที่ อ.บางใหญ่ ตอนนี้ไปถึงที่บางเลนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งล่าสุด ระดับน้ำในพื้นที่ จ.นนทบุรี ได้เอ่อท่วมเข้าสู่ถนนนครอินทร์ ในช่วงสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย และเชิงสะพานพระราม 5 ที่มีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังได้ไหลบ่า เข้าท่วมวัดสังฆทาน และชุมชนใกล้เคียงแล้ว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #52 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2011, 11:01:27 PM » |
|
เปิดรายชื่อ 13 เขต 27 ชุมชน ทบทวนอพยพ จากน้ำเจ้าพระยาสูง โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ตุลาคม 2554
กรุงเทพมหานคร ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 27 ชุมชน วันนี้น้ำขึ้นสูงถึง 2.30 เมตร ทั้งที่อยู่นอกแนวป้องกัน และที่อยู่ในแนวป้องกัน ซึ่งต่างก็อยู่ในความเสี่ยง ขอให้ผู้ที่อยู่นอกแนวเขื่อนที่ยังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ศูนย์พักพิงในขณะนี้ ขอให้พิจารณาอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ที่อยู่ในแนวควรเพิ่มการเฝ้าระวัง หากไม่แน่ใจควรจะย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ในพื้นที่ดังนี้ ได้แก่ เขตบางซื่อ มี 2 ชุมชน คือ ชุมชนพระราม 6 และชุมชนปากคลองบางเขนใหม่ เขตดุสิต 5 ชุมชน คือ ชุมชนท่าเขียวไข่กา ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ ชุมชนซอยสีคาม ชุมชนปลายซอยมิตรคาม และชุมชนวัดเทวราชกุญชรฯ เขตพระนคร 3 ชุมชน คือ ชุมชนท่าวัง ชุมชนท่าช้าง และชุมชนท่าเตียน เขตสัมพันธวงศ์ มี 2 ชุมชน คือ ชุมชนวัดปทุมคงคา และชุมชนตลาดน้อย เขตบางคอแหลม มี 4 ชุมชน คือ ชุมชนวัดบางโคล่นอก ชุมชนหน้าวัดอินทร์บรรจง ชุมชนซอยมาตานุสรณ์ และชุมชนหลัง ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ เขตยานนาวา มี 1 ชุมชน คือ ชุมชนโรงสี เขตคลองเตย 1 ชุมชน คือ ชุมชนสวนไทรริมคลองพระโขนง เขตบางพลัด 1 ชุมชน คือ ชุมชนวัดฉัตรแก้ว เขตบางกอกน้อย 4 ชุมชน คือ ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ชุมชนปากคลองน้ำตาล-คลองพิณพาทย์ ชุมชนตรอกวังหลัง และชุมชนดุสิต-นิมิตรใหม่ เขตธนบุรี 1 ชุมชน คือ ชุมชนปากคลองบางกอกใหญ่ เขตคลองสาน 1 ชุมชน คือ ชุมชนเจริญนคร ซอย 29/2 เขตราษฎร์บูรณะ 1 ชุมชน คือ ชุมชนดาวคะนอง เขตทวีวัฒนา มี 1 ชุมชน คือ ชุมชนวัดปรุณาวาส
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #53 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 09:13:58 AM » |
|
วันที่ 25 ตุลาคม 2554 07:08น้ำกระจายทั่วเขตบางพลัดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ผู้ว่าฯกทม.ประกาศเตือนประชาชนพื้นที่เขตบางพลัด ระวังน้ำสูงจนอาจเป็นอันตราย แนะขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง
เมื่อตอนดึกที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสถานการณ์อุทกภัยกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตบางพลัด ด้วยปรากฏว่าสถานการณ์น้ำบริเวณริมทางรถไฟฟ้ามหานครสายสีแดงได้กัดเซาะลอดใต้ทางรถไฟฟ้าดังกล่าวทะลุเข้ามาในพื้นที่เขตบางพลัด บริเวณถนนสิริธร แขงบางอ้อ และแขวงบางพลัด และเพิ่มจำนวนสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้บริเวณดังกล่าวอยู่ในสภาพที่จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญยัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 จึงขอให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตบางพลัด ขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สินมีค่า รถยนต์ ปลั๊กไฟฟ้า ขึ้นที่สูง และให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่จะก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่กรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา เป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่ากรุงเทพมหานครจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และจะร่วมกับศูนย์ ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปน.) เพื่อแก้ไขสถานการร์และช่วยเหลือประชาชนโดยในส่วนของกรุงเทพมหานครจะระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ ได้แก่ หน่วยเคลื่อนที่เร็ว และหน่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
โดยสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเขต และศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โทร 1555 และ 0 2221 1212
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เช้านี้ปริมาณน้ำยังคงท่วมสูงในหลายพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดนนทบุรี ต่อเนื่องเข้ากรุงเทพฯบริเวณถนนปิ่นเกล้า บางพลัด ตลอดแนวเส้นทาง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #54 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 09:21:51 AM » |
|
เตือนพรุ่งนี้น้ำถึงหลักสี่ 26 ต.ค.ถึงแยกเกษตรฯ 27 ต.ค.ถึงแยกลาดพร้าว โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 ตุลาคม เมื่อเวลา 22.30 น. ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เปิดเผยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสระบุว่า น้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมาจากคลองรังสิตผ่านประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ และเข้าท่วมถนนวิภาวดีรังสิต จะเดินทางมาถึงสี่แยกหลักสี่ภายใน 12 ช.ม.นับจากนี้( 10.00 น. 25 ต.ค.) โดยจะค่อยๆ เอ่อล้น และผุดขึ้นมาตามท่อระบายน้ำ หลังจากนั้นภายใน 36 ช.ม.( 10.00 น. 26 ต.ค.) จะไหลเข้าท่วมแยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และใน 60 ช.ม.( 10.00 น. 27 ต.ค.) จะถึงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว โดยระดับน้ำคาดว่าอาจสูงถึง 50 ซ.ม. นายเสรี กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่อาจแก้ไขได้ และไม่ควรสร้างแนวคันกั้นน้ำใดๆ อีกต่อไป เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น เนื่องจากน้ำจะโอบล้อมทั้งด้านซ้ายและขวา น.ส.ทวิดา กมลเวชช อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หากระดับน้ำสูงถึง 50-80 ซ.ม. มีโอกาสเอ่อท่วมถึง 1.0-1.5 เมตรได้ และระยะเวลาท่วมขังประมาณ 1 เดือน ซึ่งการใช้ชีวิตท่ามกลางสภาวะน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาจขาดน้ำดื่ม น้ำใช้ ขาดไฟฟ้า ดังนั้น ควรเตรียมพร้อมในการอพยพ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #55 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 03:40:29 PM » |
|
วันที่ 25 ตุลาคม 2554 13:17กองทัพเรือสหรัฐ'ถอนสมอ'ออกจากไทย โดย : กรุงเทพธุรกิจออ นไลน์ กองทัพเรือสหรัฐถอนสมออกจากไทยหลังรัฐบาลไม่ชัดเจนขอให้ช่วย
นาวาตรี จอห์น เพอร์คินส์ โฆษกกองทัพเรือสหรัฐ เปิดเผยว่า กองเรือสหรัฐ ที่ส่งมาช่วยบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วม ได้ถอนสมอออกจากประเทศไทยแล้ว หลังจากได้รับข้อมูลที่สับสนจากรัฐบาลไทย ทั้งนี้ เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน และเรืออื่นๆอีก 3 ลำ ที่เดินทางมายังประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์ ในขณะที่ไทยเผชิญน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ อันเนื่องมาจากฝนตกหนักในฤดูมรสุม แต่กองทัพเรือสหรัฐ ยังไม่ได้รับการร้องขออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทย ทำให้กองเรือบรรทุกเครื่องบิน ที่มีจำนวนทั้งหมด 3 ลำ และเรือยูเอสเอส คิดด์ ซึ่งเดินทางมาจากฮาวาย ในมหาสมุทรแปซิฟิก ต่างเดินทางกลับไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากกองทัพเรือคนหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า ทางสหรัฐพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่ได้รับการร้องขอ และบอกด้วยว่า มีสองฝ่ายในรัฐบาลไทย คือ ฝ่ายหนึ่งบอกว่าเอาและฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่เอา เมื่อวันจันทร์ (24ต.ค.)ชาวกรุงเทพฯต้องลุ้นระลึกรอมวลน้ำที่จะทำลักเข้ามา และดูเหมือนว่าจะไม่มีทางยับยั้งกำแพงน้ำจำนวนมหาศาล ที่ไหลบ่าเข้าสู่หลายพื้นที่ได้ ทำให้รัฐบาลได้แต่ประกาศเตือนให้ประชาชนทิ้งบ้านเรือนไปหาที่ปลอดภัย ขณะที่อีกหลายพื้นที่ของประเทศ ต่างเจอวิกฤติน้ำท่วมมานานถึง 3 เดือนแล้ว และมีผู้เสียชีวิตไปกว่า 350 คน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบความเป็นอยู่ของประชาชน 9 ล้านคน และบ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา มีหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ 10 นาย เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อนจำถุงทรายหลายแสนกระสอบมาให้ความช่วยเหลือ และประเมินสถานการณ์ว่า ทหารสหรัฐจะช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์ในด้านใดบ้าง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #56 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 03:45:04 PM » |
|
การเมือง วันที่ 25 ตุลาคม 2554 12:27 !คันกั้นน้ำเมืองเอกแตก ท่วมสูง1.50เมตรให้ปชช.อพยพ
(Update) "ประชา"ประกาศ คันกั้นน้ำหลักหก ที่เมืองเอก จ.ปทุมธานีแตก ขอให้ประชาชนอพยพด่วน คาดบริเวณใกล้เคียงน้ำท่วมสูง 1-1.50 เมตร
เมื่อเวลา 12.25 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ประกาศช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภับที่ 10/2554 ขอให้เคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เนื่องจากคันกั้นน้ำ อบต.หลักหก ปทุมธานีชำรุดบางตอน ทำให้มวลน้ำจากคลองรังสิตไหลทะลักเข้าสู่หมู่บ้านเมืองเอกและบริเวณใกล้เคียง ภายใน 1-2 ช.ม. โดยระดับน้ำจะสูงขึ้นที่ 1-1.50 เมตร เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ศปภ.จึงขอประกาศให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวเคลื่อนย้ายออกให้แร็วที่สุด ทั้งนี้กองทัพไทยได้เตรียมยานพาหนะรองรับการเคลื่อนย้ายไว้ที่ ม.รังสิต จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
พล.ต.อ.ประชา กล่าวอีกว่า จะมีการเคลื่อนย้ายประชาชนในหมู่บ้านเมืองเอก ไปยังศูนย์พักพิง ซึ่งศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ สามารถรองรับได้อีก 1,000 คน และยังมีสนามราชมังคลากีฬาสถาน และสนามศุภชลาศัย เป็นที่รองรับเพิ่มเติม ทั้งนี้ ศปภ. ยังได้วางแผนหากศูนย์ฯ เกิดปัญหา ทางศปภ.ได้มีการจัดเตรียมศูนย์ในต่างจังหวัด ได้แก่ สระบุรี ราชบุรี นครราชสีมา และชลบุรี ยอมรับว่า สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ มีความเสี่ยง 50-50 โดยเฉพาะพื้นที่ชั้นในมีความเสี่ยงสูง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #57 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 03:55:16 PM » |
|
สุขุมพันธุ์” เตือนคนริมเจ้าพระยาน้ำอาจหนุนสูงถึง 2.60 ม.รทก.เหนือคันกั้นน้ำ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25/ “สุขุมพันธุ์” เตือนประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองเชื่อมต่อ ระวังน้ำหนุนสูงสุดช่วงปลายสัปดาห์นี้ ชี้อาจสูงเกินคันกั้นน้ำ ระบุหากป้องกันต้องใช้กระสอบทรายถึง 10 ล้านใบ ขณะที่ระดับน้ำในคลองประปากลับสู่ภาวะปกติ เผยเตรียมสร้างคันกั้นน้ำอีก 39 กม. โดย กทม.ทำ 28 กม.ที่เหลือเป็นกรมทางหลวง วอนประชาชนร่วมมืออย่าใช้อารมณ์และความเห็นต่างทางการเมืองมาทำลายกัน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #58 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 04:52:24 PM » |
|
การเมือง วันที่ 25 ตุลาคม 2554 15:57 ปิดถนนกทม.หลายสายแยกบางพลัด-พระราม7อ่วมน้ำสูงถึงเอว
ปิดถนนหลายสายกทม.น้ำท่วมรถผ่านไม่ได้"จรัญสนิทวงศ์"จากแยกบางพลัด-สะพานพระราม 7น้ำสูงระดับเอวในชั่วพริบ
วันที่ 25 ต.ค. กองบังคับการตำรวจจราจร กองบัญชาการตำรวจนครบาล รายงานสถานการณ์น้ำท่วมเส้นทางการจราจรในพื้นที่ กทม.ซึ่งมีการประกาศปิดการจราจรรถเล็กไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรขาเข้าและขาออกถนนจรัญสนิทวงศ์ จากแยกบางพลัดมุ่งหน้าสะพานพระราม 7 เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ อยู่ระหว่างการย้ายข้าวของขึ้นที่สูงและทยอยอพยพพี่น้องประชาชน ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าวนี้ ส่วนการจราจรช่วงสะพานพระราม 7 ถึงสถานีดับเพลิงบางอ้อยังใช้การได้ปกติ
ขณะที่ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณหน้าท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น มีปริมาณน้ำท่วมขังประมาณ 20 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่จึงติดป้ายประกาศปิดการจราจรไม่ให้รถยนต์เล็กวิ่งผ่าน ตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิตขาออก บริเวณสะพานกลับรถท่าอากาศยานดอนเมืองมุ่งหน้ารังสิต
ส่วนบริเวณหน้าท่าอากาศยานดอนเมือง ที่ทำการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. เสริมแนวกระสอบทราย และคันดิน สูงประมาณ 1 เมตร บริเวณหน้าประตูเข้า-ออก ป้องกันน้ำไหลเข้าท่าอากาศยานดอนเมือง
นอกจากนี้ในค่ำคืนนี้เป็นต้นไปเจ้าหน้าที่จะทำการปิดการจราจรบางส่วนในพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออก ระยะทางประมาณ 39 กม. ในเขตสายไหม ตั้งแต่ถนนสายไหม แยกจันทรุเบกษา ถนนหทัยราษฏร์ ถนนนิมิตรใหม่ สิ้นสุดที่แยกสุวินทวงศ์ และถนนร่มเกล้า ถนนอ่อนนุชถึงถนนกิ่งแก้ว เพื่อเรียงกระสอบทรายบริเวณเกาะกลางถนนก่อน เนื่องจากมีความสูงพอที่จะกั้นน้ำได้ ส่วนจุดที่ไม่มีเกาะกลางถนน จะใช้เรียงบนฟุตบาท เนื่องจากมีความสูงอยู่แล้ว โดยใช้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อมประมาณ 4,000-5,000 คน
ส่วนบริเวณถนนพหลโยธินฝั่งด้านหน้าฐานทัพอากาศจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ปิดการจราจรเป้นทางยาวกว่า 1 กม. เนื่องจากปริมาณน้ำที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไหลเข้าท่วมถนนพหลโยธินทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกจนถึง กม.ที่ 25 หน้าซอยแอนเน็กซ์จนถึงซอยพหลโยธิน 54/4 และชุมชนหมู่บ้านเจษฎา ปิดการจราจรรถยนต์เล็ก รถโดยสารประจำทางไม่สามารถผ่านไปมาได้เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนงดใช้เส้นทางดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงายว่า ถนนพหลโยธิน ช่องทางคู่ขนานและช่องทางด่วน ตั้งแต่รังสิตถึงต่างระดับบางขันธ์ น้ำท่วมสูงไม่สามารถใช้การได้ ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร และน้ำได้ล้นข้ามเกาะกลางถนนเข้าท่วมถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้า กทม. ทำให้ช่องทางคู่ขนานฝั่งขาเข้าใช้การไม่ได้ ขณะนี้รถที่สัญจรในเส้นทางพหลโยธินสามารถใช้เพียงช่องทางด่วนของขาเข้า กทม.โดยใช้สวนทางกัน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #59 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2011, 05:25:29 PM » |
|
การเมือง วันที่ 25 ตุลาคม 2554 11:36 เปิดรายชื่อ!21จังหวัดหยุดราชการ 27-31ต.ค. (อัพเดท)ครม.มีมติวันหยุดราชการในพื้นที่น้ำท่วม21 จังหวัด ตั้งแต่วันที่27-31ต.ค. เหตุน้ำทะเลหนุน เพื่อให้คล่องตัวรับมือสถานการณ์
นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯและรมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า ครม.มีมติวันหยุดราชการน้ำท่วมในพื้นที่ 21 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 27-31 ต.ค.นี้ เพราะมีน้ำทะเลหนุนสูงในวันที่ 27 และ 31 ต.ค. เพื่อให้มีความคล่องตัวในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
สำหรับ 21 จังหวัดที่ครม.เห็นชอบให้หยุดราชการประกอบด้วย 1.สุโขทัย 2.พิจิตร 3.พิษณุโลก 4.นครสวรรค์ 5.อุทัยธานี 6.ชัยนาท 7.สิงห์บุรี 8.อ่างทอง 9.อยุธยา 10.ปทุมธานี 11.นนทบุรี 12.ลพบุรี 13.สระบุรี 14.นครนายก 15.ปราจีนบุรี 16.ฉะเชิงเทรา 17.สุพรรณบุรี 18.นครปฐม 19.กำแพงเพชร 20.ตาก 21.กรุงเทพมหานคร
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #60 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 04:43:25 AM » |
|
วันที่ 25 ตุลาคม 2554 18:40 ถนนกาญจนาภิเษก กลายเป็นทะเล โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รถทหาร...ตกร่องน้ำ ระดับน้ำยังคงท่วมสูง บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ช่วงหมู่บ้านเมืองใหม่สมบัติบุรี ประชาชนกำลังอพยพ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #61 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 04:49:03 AM » |
|
ปิดการจราจร 7 ทางหลวงที่ถูกน้ำท่วม จ.นนทบุรี โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ตุลาคม 2554 03:32 น. Share7
สำนักงานบำรุงทางนนทบุรี แจ้งว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักใน อ.บางใหญ่ บางบัวทอง บางกรวย และไทรน้อย ทำให้ถนนหลายสาย รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ สำนักงานบำรุงทางนนทบุรี กรมทางหลวง จึงได้ปิดการจราจร 7 เส้นทาง ประกอบด้วย ถนนบางคูวัด - บางบัวทอง ตั้งแต่แยกบางคูวัด - บางบัวทอง ทางหลวงหมายเลข 346 ตอน กม. 20 + 480 - (ต่อเขตแขวงฯปทุมธานี) - ทางหลวงหมายเลข 340 ระหว่าง กม. 20 + 480 - กม. 32 + 537 ถนนปทุมธานี - บางเลน ตั้งแต่ต่างระดับลาดหลุมแก้ว - แยกนพวงศ์ ทางหลวงหมายเลข 3215 ตอน ต่อทางของอำเภอบางกรวย - ต่อเขตเทศบาลตำบลราษฎร์นิยม ระหว่าง กม.21 + 560 - กม. 28 + 000 (สะพานคลองเจ๊ก) ถนนบางกรวย - ไทรน้อย ตลอดทั้งสาย ทางหลวงหมายเลข 3901 ทางขนานฝั่งขาออก ถนนกาญจนาภิเษก ทางหลวงหมายเลข 3902 ทางขนานฝั่งขาเข้า ถนนกาญจนาภิเษก ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ตอน กม. 30 + 600 (ต่อเขตสำนักงานบำรุงทางธนบุรี)-บางบัวทอง ระหว่าง กม.30 + 600-กม. 58 + 869 ถนนกาญจนาภิเษก ตั้งแต่คลองมหาสวัสดิ์ — ต่างระดับลาดหลุมแก้ว ทางหลวงหมายเลข 340 ตอนบางบัวทอง (กม.25 + 659) - กม. 54 + 100 (ต่อเขตแขวงฯ กาญจนบุรี - สุพรรณบุรีที่ 2 ) ระหว่าง กม. 25 + 659 - กม.54 + 100 ถนนบางบัวทอง - สุพรรณบุรี ตั้งแต่บางบัวทอง - สี่แยกนพวงศ์ ทางหลวงหมายเลข 345 ตอน สะพานนนทบุรี - บรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (บางบัวทอง) ระหว่าง กม. 0 + 000 - กม. 10 -547
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #62 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 04:56:18 AM » |
|
"ศศิน" ชี้ระบายน้ำทางตะวันตกทำสถานการณ์ยื้อ 2-3 เดือน โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ตุลาคม 2554 00:17 น. "ศศิน" แนะฝั่งธนเฝ้าจับตาคันทวีวัฒนา ฝั่งพระนครให้ดูคันหลักหก ส่วนชั้นในอย่างเขตดุสิต - พระนคร ดูที่คันแม่น้ำเจ้าพระยา ชี้หากคันไหนเอาไม่อยู่ส่วนนั้นก็ท่วมทันที พร้อมระบุการระบายน้ำลงทางตะวันตกถือว่าฝืนธรรมชาติ ระบบระบายน้ำก็มีแค่ท่าจีน ส่งผลให้น้ำที่ท่วมอยู่ลดช้า คนกทม.ก็ต้องลุ้นยาว 2-3 เดือน
วันที่ 25 ต.ค. นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้โทรศัพท์ร่วมแสดงความคิดเห็น ในรายการ "คนเคาะข่าว" ว่า วันนี้เป็นวันรอ รอว่าเมื่อไหร่คันกั้นน้ำจะแตก หรือไม่แตกก็ไม่รู้ แต่ว่าวันนี้ทั้งวันมีข่าวที่หลักหก ก็คือถนนรังสิตนครนายก หลังมหาวิทยาลัยรังสิต หรือเมืองเอก ว่ามันแตก แต่ก็ซ่อมได้ เมื่อเย็นก็ได้ข่าวคันทวีวัฒนา ที่เรียกว่าคันคลองมหาสวัสดิ์แตก แล้วก็ซ่อมได้ เมื่อคืนตามข่าวแนวกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่จรัญสนิทวงศ์ คือกรุงเทพฝั่งธนแตก และกำลังซ่อมอยู่ คือน้ำกำลังหาทางแทรกมาทุกทิศทุกทาง ในขณะที่เราก็พยายามต้าน นายศศิน กล่าวอีกว่า ความจริงแล้วถ้าคันที่กล่าวมาทั้ง 3 จุด คือคันทวีวัฒนา คันหลักหก คันแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงไหนก็ตามที่พัง เราก็จะมีน้ำท่วมอย่างจริงจัง แต่ฝั่งธนก็จะเป็นส่วนของฝั่งธน แต่ถ้าเป็นหลักหกก็จะลงมาตั้งแต่ดอนเมือง มาที่ทางเมืองเอก ทางปากเกร็ด ทางหลักสี่ ตอนนี้รอลุ้นอย่างเดียว แต่ถ้าวันนี้ท่วมที่หลักสี่เกือบ 1 เมตรแล้ว ก็จะไหลลงมาที่บางเขน ก็เป็นน้ำที่หลุดออกมาจากคันหลักหก หรือคันรังสิตนครนายก จะมีปริมาณไม่มากนัก ในที่สุดก็ถูกระบบระบายน้ำของกทม.สามารถสลายไปได้ ก็เป็นช่วงที่ลุ้นว่าทั้งกทม.และรัฐบาล จะสามารถใช้คันต่างๆที่กล่าวมาปกป้องกทม. จากมวลน้ำใหญ่ที่ไหลลงมาได้หรือเปล่า ก็ต้องอยู่อย่างนี้จนกว่าคันจะแตก หรือจนกว่าน้ำข้างบนจะหมด ก็อยู่อย่างนี้ไปอีก 2-3 เดือน นายศศิน กล่าวต่อว่า วันนี้ตนสื่อสารกับคนทางเฟซบุ๊ก คนที่อยู่ฝั่งธนให้ดูอย่างเดียว คือคลองมหาสวัสดิ์ คันทวีวัฒนา ถ้าเมื่อไหร่ล้นข้ามทางรถไฟศาลายา หรือถนนหลังมหาวิทยาลัยมหิดลมาได้ ก็เตรียมตัว จะท่วมทวีวัฒนา ตลิ่งชัน ภาษีเจริญ บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ หนองแขม บางบอน พุทธมณฑล ต่อๆกันไป ใครที่อยู่หลักสี่ บางเขน ลาดพร้าว จตุจักร เราก็ดูที่คันหลักหก ถ้าแตกก็ไหลมาท่วมหมด ส่วนคนที่อยู่ ลาดพร้าว บางเขน จะมีอีกคันคือคันลำลูกกา ถ้าข้ามสายไหมมาได้ก็ท่วมบางเขน ก็ต้องเฝ้าระวังอย่างนี้ ส่วนชั้นในเมืองอย่างเขตดุสิต พระนคร ก็ดูคันที่อยู่แม่น้ำเจ้าพระยา ว่าจะล้นข้าม หรือทะลุเข้ามา ตามที่เป็นจุดอ่อนได้หรือไม่ เราก็อยู่อย่างนี้ไปอีกนาน คันไหนแตกแถวนั้นก็สภาพเหมือนบางบัวทอง บางใหญ่ นายศศิน กล่าวว่า เมื่อวานดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บอกว่าจากภาพดาวเทียมแสดงว่าน้ำมวลใหญ่อยู่ทางฝั่งตะวันตกมากกว่า ทีนี้ฝั่งตะวันตกระบบระบายน้ำมีแค่ระบบท่าจีน ปกติธรรมชาติของน้ำต้องลงฝั่งตะวันออก ก็คือ คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง เพื่อที่จะหาทางรอดมอเตอร์เวย์ บางนาตราด ไปลงทะเล โดยจะลงคลองหลัก ๆ คือคลองลาดกระบัง คลองหนองงูเห่า และคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต แต่วันนี้เขาไม่เอาน้ำลงฝั่งนี้เลย แต่ไปเอาผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองหกวา คลองระพีพัฒน์ ไปลงฉะเชิงเทรา ลงนครนายกหมดเลย ทำให้พื้นที่น้ำท่วมด้านบนก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ก็ต้องลุ้นยาวนาน เพราะการเอาน้ำมาแช่ที่รังสิตนครนายก หรือลำลูกกานานๆ คันจะเกิดการล้า แล้วจะพังหรือเปล่า นายศศิน กล่าวอีกว่า น้ำมันย้อนผิดธรรมชาติ เขาดึงขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ อาจต้องการไปลงที่คลองไกลๆ เพื่อเบี่ยงหลบนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 5 แห่ง กับสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะคิดว่าน้ำขนาดนี้หากลงคลองสามวา หรือลาดกระบัง จะไม่มีอะไรทานอยู่ ถ้ารัฐบาลตัดสินใจแบบนี้ ตนก็แนะนำไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรขัดแย้งว่าจะระบายน้ำออกทางตะวันตก หรือตะวันออก แต่ที่ตนสนใจคือทำอย่างไรที่จะเสริมคันหลักหกจนถึงลำลูกกา ให้แข็งแรงขึ้น ตามหลักคือให้เอาน้ำเสริมชั้นสอง แต่วันนี้มันเลยเวลามาแล้ว เขาคงไม่เอาแล้ว ก็คงลุ้นกับคันชั้นเดียวแตก ก็ไม่เป็นไร
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 26, 2011, 05:05:49 AM โดย chai »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #63 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 05:02:17 AM » |
|
พระปิ่น 3 จม ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี อัมพาต พบน้ำลึกสุดเกือบ 1 เมตร โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 ตุลาคม 2554 พระปิ่น 3 จมแล้ว! น้ำลึกกว่า 60 ซม.ขณะที่น้ำท่วมทำ ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี อัมพาตยาวหลายกิโล บางพื้นที่น้ำสูงเกือบเมตร ด้าน ชาวคุณาลัย รัตนาธิเบศร์ ร้องไร้คนเหลียวแล วันนี้ (25 ต.ค.) ที่ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจบริเวณหมู่บ้านพระปิ่น 3 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ พบว่า ขณะนี้น้ำได้ท่วมในหมู่บ้านหมดทุกหลังแล้วโดยมีระยะประมาณ 30- 60 ซม.ขณะที่ตลาดพระปิ่น 3 ซึ่งเป็นตลาดสดภายในหมู่บ้านก็ถูกน้ำล้อมรอบไว้เช่นกัน แต่เนื่องจากมีพื้นที่สูงจึงทำให้ตลาดยังคงเปิดทำการปกติ แต่จะมีสินค้าน้อยลงเพราะผู้ค้าบางรายที่เป็นผู้อาศัยภายในหมู่บ้านไม่สามารถนำสินค้าออกมาวางขายตามปกติได้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พิจิตร ช่วยราชการ จ.นนทบุรี ได้เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นแล้วด้วย ส่วนการสัญจรบน ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี นั้น ล่าสุด น้ำที่เอ่อล้นได้ปิดการจราจรตั้งแต่ช่วงหมู่บ้านพระปิ่น 3, บางใหญ่ จนไปถึงแยกวงแหวนรอบนอกตะวันตกที่จะไปสู่ จ.สุพรรณบุรี และ จ.ปทุมธานี ทั้งขาเข้าและขาออกแล้ว โดยบางพื้นที่มีระดับน้ำสูงถึงเกือบ 1 เมตร โดยผู้ที่จะออกมาภายนอกพื้นที่จะต้องมาโบกรถเจ้าหน้าที่ ทั้งทหาร, การไฟฟ้านครหลวง และ ขสมก.ที่คอยรับส่งบนถนนใหญ่ไปต่อรถประจำทางเพื่อเดินทางไปพื้นที่อื่น สำหรับผู้ที่จะไปทางด้านแยกแคลาย, อ.เมืองนนทบุรี หรือสถานีขนส่งหมอชิต 2 รถจะขับไปส่งที่แยกบางพลู เพื่อให้ต่อรถอื่น ส่วนผู้ที่จะไปฝั่งธนบุรี, ปิ่นเกล้า หรือสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ รถก็จะขับไปส่งถึงแค่ป้ายหมู่บ้านพระปิ่น 3 เท่านั้น ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะต้องถามคนขับก่อนว่าจะขับไปในเส้นทางใดเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเดินทางหากขึ้นรถผิด อย่างไรก็ตามได้มีชาวบ้านในหมู่บ้านคุณาลัย รัตนาธิเบศร์ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ เลย ตั้งแต่หมู่บ้านถูกน้ำท่วม ขณะที่ในเวลานี้ก็ยังมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในพื้นที่ด้วย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #64 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 08:18:49 AM » |
|
”มัวปกป้องพื้นที่ตะวันออก ทำ กทม.ชั้นในจมน้ำ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 ตุลาคม 2554 23:37 น. ”ตัวการทำ กทม.ชั้นในอ่วม เหตุไม่กล้าระบายน้ำเข้าพื้นที่ขาใหญ่ พท. ส่งผลให้น้ำทะลักลงเจ้าพระยา ซัดแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ประตูดำพังแทนที่จะซ่อม กลับเปลี่ยนคนถือกุญแจ ทำน้ำทะลักไม่หยุด แฉเครื่องสูบน้ำกรมชลฯ เปิดใช้แค่ 10 จาก 52 เครื่อง ไม่ยอมสูบน้ำไปลงทะเลทางตะวันออก จี้เปิดประตูคลอง 8-13 ไม่เร่งทำก่อนน้ำทะเลหนุน สิ้นเดือนนี้ กทม.จมน้ำทั้งเมือง วันที่ 25 ต.ค. นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ กทม.หารือแนวทางแก้วิกฤตน้ำท่วมในเขต กทม.และปริมณฑล หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีสูบน้ำของกรมชลประทานที่ คลองประเวศน์บุรีรมย์ พบว่าไม่สูบน้ำเต็มกำลังที่มี 20 เครื่องแต่ดำเนินการเพียง 4 เครื่อง ไม่มีการระบายน้ำไปยังฝั่งตะวันออกลงทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะการที่รัฐบาลปิดกั้นเส้นทางธรรมชาติฝั่งตะวันออก ทำให้น้ำมุ่งเข้าสู่ใจกลาง กทม. คือ แม่น้ำเจ้าพระยา เพราะไม่มีการระบายน้ำสู่เส้นทางปกติ ทั้งนี้จะให้หัวหน้าพรรคเสนอแนะแนวทางแก้วิกฤตให้ประชาชนในวันพรุ่งนี้หลังการประชุม ครม.เงา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าทำไมคลอง 8 -13 ไม่มีการเปิดประตูเพื่อระบายน้ำ ทำให้น้ำกระจุกไปที่ คลอง 1 และ 2 จนน้ำล้นไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำไมสถานีระบายน้ำของกรมชลประทานที่คลองแสนแสบซึ่งมีเครื่องสูบนำ 20 เครื่อง กลับไม่มีการเปิดเครื่องสูบน้ำแม้แต่เครื่องเดียว ทั้งนี้เมื่อพิจารณาภาพรวมการสูบน้ำผ่านสถานีระบายน้ำฝั่งตะวันออกของกรมชลประทานทั้ง 3 สถานีสู่ทะเลมีเครื่องสูบน้ำ 52 เครื่อง แต่เปิดใช้ไม่ถึง 10 เครื่อง นายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามว่าทำไมจึงไม่สูบน้ำจากคลองรังสิตไปลงทะเลตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้ ยังเห็นว่า รัฐบาลต้องเร่งเสริมคันกั้นน้ำพระราชดำริให้มีความปลอดภัย และมีการบริหารน้ำในส่วนพื้นที่ลาดกระบัง สมุทรปราการ เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ส่วนกรณีที่ กรมชลประทานอ้างเหตุผลที่ไม่เปิดเครื่องสูบน้ำเต็มที่ในสถานีคลองประเวศน์บุรีรมย์ เพราะระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงสูงทำให้อาจไหลย้อนเข้าท่วมพื้นที่ กทม.นั้น นายกรณ์ กล่าวว่า รายงานที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญ คือ ระดับน้ำแม่น้ำบางปะกงสูงกว่าใน กทม.อยู่แล้ว ถ้าไม่สูบน้ำเข้าบางปะกงน้ำจะไหลกลับลงมา แม้แต่ในคลองรังสิต คลอง 13 ก็สูงกว่า เมื่อไม่ระบายน้ำไปในบริเวณดังกล่าวจึงไหลย้อนกลับมาคลอง 1-2 ทำให้น้ำทะลักลงพื้นที่รอบข้างและคลองประปา สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการเปิดเครื่องสูบน้ำให้ระบายไปฝั่งตะวันออกให้เต็มที่ อย่าคิดว่าจะปกป้องพื้นที่ตัวเองจากน้ำท่วมเท่านั้น เพราะความเสียหายมหาศาลกำลังจะเกิดขึ้น เนื่องจากรัฐบาลฝืนหลักวิชาการธรรมชาติ ผลักดันน้ำเข้า กทม. ประเทศเสียหายรัฐบาลก็เสียหายด้วยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย " แต่อาจมีความพยายามในการปกป้องพื้นที่ตนเอง คนเหล่านี้ มองแคบเกินไปเพราะความเสียหายภาพรวมจะยิ่งใหญ่มากและจะส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอลดวิกฤตและความเสียหายลง รัฐบาลต้องตัดสินใจ จะโทษฝ่ายอื่นว่าไม่ให้ความร่วมมือ ประชาชนรับไม่ได้แล้ว เพราะรัฐบาลมีอำนาจต้องตัดสินใจไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ดำเนินการเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า พื้นที่ที่เคยท่วมตามธรรมชาติ เช่น มีนบุรี หนองจอก กลับไม่ท่วม แต่น้ำกลับทะลักมายังพื้นที่ดอนเมือง หลักสี่ ซึ่งเป็นเพราะประตูน้ำพระอินทร์ราชา หรือ ประตูดำ ชำรุดมานาน 1 เดือนแล้วแต่ไม่มีการซ่อมแซม โดยนายกรัฐมนตรีกลับแก้ปัญหาด้วยการให้รองอธิบดีกรมชลประทานถือกุญแจเปิดปิดประตูระบายน้ำ ซึ่งไม่มีประโยชน์เพราะประตูพัง สิ่งที่ต้องทำคือซ่อมแซมให้ใช้งานได้ เพราะขณะนี้น้ำจำนวนมากทะลักเข้า กทม.จากจุดนี้ เชื่อว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ถูกย้ายจากตำแหน่งไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะไม่ยอมรายงานเรื่องประตูดำชำรุด ปล่อยน้ำทะลักเข้า กทม. เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ปทุมธานีของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ ควรจะมีการระบายน้ำตามธรรมชาติด้วยการเปิดประตูคลอง 8-13 เพื่อระบายน้ำเพิ่ม แต่ตรงส่วนนี้ก็จะกระทบพื้นที่สมุทรปราการและฉะเชิงเทรา "หากรัฐบาลยังไม่รีบตัดสินใจทำในสิ่งที่ควรทำตามหลักวิชาการ ก็มีความเป็นไปได้น้ำท่วม กทม.ทั้งหมด สูงประมาณเมตรครึ่งยาวนาน 1 เดือน จึงอยากให้รัฐบาลรู้ว่า เรื่องนี้เป็นความเสียหายที่หลีกเลี่ยงได้ จึงต้องรีบดำเนินการก่อนสิ้นเดือนที่น้ำทะเลจะหนุนจนทำให้ศักยภาพการระบายน้ำลดลง" ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลตั้งใจให้น้ำท่วม กทม. เพราะมีการปลุกระดมผ่านเครือข่ายคนเสื้อแดงในเรื่องดังกล่าว เพื่อรักษาคะแนนนิยมในพื้นที่อีสาน นายกรณ์ ถอนหายใจ ก่อนกล่าวว่า ไม่อยากคิดเช่นนั้น แม้ว่าสื่อในเครือข่ายคนเสื้อแดงจะมีการปลุกระดมดังกล่าวจริง แต่เห็นว่านายกรัฐมนตรีจะต้องตระหนักถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติด้วย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #65 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 11:12:47 AM » |
|
ฝั่งตรงข้ามพาต้าน้ำสูงกว่าครึ่งเมตร รถเล็กผ่านไม่ได้ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ตุลาคม 2554 09:18 น.
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตบางกอกน้อย ช่วงเช้าวันนี้ ตั้งแต่ ถ.จรัญสนิทวงศ์ ช่วงบริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 มุ่งหน้าแยกบางขุนนนท์ รวมถึงฝั่งกลับกัน มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 40 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีรถโดยสารประจำทางคอยให้บริการประชาชน ขณะเดียวกัน ถ.บรมราชชนนีขาออก ตั้งแต่บริเวณสี่แยกบรมราชชนนี มุ่งหน้าสี่แยก 35 โบวล์ ในส่วนนี้ฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าพาต้า น้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ นอกจากนี้ บริเวณสี่แยกปิ่นเกล้า หรือสี่แยกพาต้า ถ.อรุณอัมรินทน์ ระดับน้ำสูงกว่า 60 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ประชาชนที่เดินทางมาจากสะพานพระราม 8 ต้องลงจากรถ เพื่อรอขึ้นรถของ ขสมก.ที่บริการรับส่งมายังโรงพยาบาลศิริราช ขณะที่บางส่วนต้องเดินลุยน้ำที่สูงเหนือระดับเข่า เข้ามายังโรงพยาบาล
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #66 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 05:16:22 PM » |
|
วันที่ 26 ตุลาคม 2554 16:38 นครบาลแจ้งปิดจราจรบางช่วงใน8เส้นทางน้ำท่วมกรุง นครบาลแจ้งปิดจราจรบางช่วงใน8เส้นทางน้ำท่วมทั่วกรุง"วิภาวดีฯ-พหลโยธิน-กำแพงเพชร6-จรัญสนิทวงศ์-วัดเวฬุวนาราม-สิรินธร-ปิ่นเกล้า" วันที่ 26 ต.ค. กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) แจ้งปิดการจราจร เนื่องจากน้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. ดังนี้ 1.ถนนวิภาวดีรังสิตขาออก จากสะพานกลับรถหลักสี่ถึงสนามบินดอนเมือง ในส่วนขาเข้า ปิดการจราจรตั้งแต่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตยาวมาจนถึงสนามบินดอนเมือง 2.ถนนพหลโยธิน ปิดการจราจรตั้งแต่อนุสรณ์สถานถึงแยกพลาธิการ กองทัพอากาศ 3.ถนนกำแพงเพชร 6 (ถนนโลคัลโรด) ปิดการจราจรตั้งแต่หมู่บ้านเมืองเอกถึงแยกตลาดใหม่ดอนเมือง 4.ถนนสรงประภา ปิดการจราจรตั้งแต่แยกวัดพุทธสยาม (วัดสีกัน) ถึงแยกประชาอุทิศ 5.ถนนวัดเวฬุวนาราม (วัดไผ่เขียว) เชื่อมต่อแจ้งวัฒนะ 14 6.ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้าปิดการจราจรตั้งแต่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 72–84 ด้านขาออกปิดการจราจรตั้งแต่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75/1 – 89 7.ถนนสิรินธร ขาเข้าปิดการจราจรตั้งแต่ ต่างระดับสิรินธรถึงสิรินธรซอย 2 ส่วนด้านขาออกปิดการจราจรจากสิรินธรซอย 7 ถึงต่างระดับสิรินธร 8.ถนนปิ่นเกล้า ปิดการจราจรทั้งขาเข้าและขาออก เนื่องจากมีน้ำท่วมขังสูงจากพื้นมากกว่า 1 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจจราจรจะแจ้งสถานการณ์ข้อมูลปิดการจราจรน้ำท่วมขังให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง และสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทางเว็ปไซด์ www.trafficpolice.go.th หรือ โทร.1197
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #67 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 05:31:58 PM » |
|
ผบ.ทบ.เผยรับสั่ง “ในหลวง” เขตพระราชฐานไม่ต้องดูพิเศษ ปล่อยตามธรรมชาติ “พล.อ.ประยุทธ์” เผย “ในหลวง” ทรงห่วงใยราษฎร ทั้งไม่โปรดให้ป้องกันพระราชฐานเป็นพิเศษ ให้ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ย้ำเป็นหน้าที่กองทัพต้องทำ เผยเล็งประสาน ศปภ.ขอแบ่งเรือ ทบ.ที่ใช้ดันน้ำมาช่วยอพยพประชาชนที่เดือดร้อน มอบเขตบางพลัดเร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่ ย้ำพร้อมสนับสนุนการทำงานเต็มที่ ที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (26 ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงตรวจน้ำท่วมพื้นที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ว่า ในส่วนของพื้นที่บางพลัดอยากให้กำหนดโซนพื้นที่ในการขนย้ายให้รวดเร็ว ซึ่งหากประชาชนไม่ยอมอพยพก็ต้องยอมรับสภาพ และมารับของบริจาคเอง ทั้งนี้ เห็นว่าเมื่อน้ำท่วมหมดแล้วก็ควรต้องย้าย แต่ไม่อยากให้เกิดความกระทบกระทั่งกันกับประชาชน ซึ่งทางเขตบางพลัดเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ต้องเกรง ตนและทหารพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ แต่ห่วงเรื่องรถทหารเพื่อขนย้ายมีไม่เพียงพอ จึงอยากให้นำรถของทุกส่วนราชการ เช่น ขสมก. รถของสำนักงานเขตบางพลัด ให้ระดมมาช่วยกัน เพราะมีเหตุเกิดหลายจุดต่อไปก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้มีการประสานพูดคุยกับ กทม.เพื่อขอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง หากน้ำท่วมสูงจะทำให้รถใหญ่ไม่สามารถวิ่งได้ รวมทั้งซอยจรัญฯ เป็นซอยเล็กก็จะมีความลำบาก ตนอยากให้เตรียมแผนเรื่องการอพยพทางเรือ โดยให้นำเรือของกองทัพบกที่ใช้ดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีจำนวน 10 ลำ เอาออกมาใช้ขนย้ายประชาชน 5 ลำโดยประสานกับ ศปภ.เพื่อขออนุมัติถอนมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ช่วยเหลือประชาชนอยู่ในเขตบางพลัด โดยน้ำเข้าไปในพื้นที่ 2 วันแล้ว กองทัพบกพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชน โดยความเดือดร้อนได้ใกล้แนวลำน้ำแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงคลองต่างๆ ที่จะพาดผ่านกรุงเทพฯ ตอนกลาง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กองทัพบกดำเนินการเป็นไปตามแผนงานของ ศปภ.ได้วางไว้ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ปัญหาในเขตบางพลัดต้องเฝ้าระวัง เพราะเป็นพื้นที่ใกล้แม่น้ำ และพื้นที่บางกรวยที่มีน้ำจาก จ.นนทบุรี ปทุมธานี ลงมาเพิ่มเติมอีก แต่เพื่อความไม่ประมาทเราจะพยายามป้องกันให้ได้มากที่สุด หรือถ้าป้องกันไม่ได้ ก็ให้เสียหายน้อยที่สุด ทหารก็จะให้การสนับสนุนกับสำนักเขตและ กทม.อย่างเต็มที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ทางกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้กองทัพบกดูแลเขตพระราชฐานนั้น เราได้มีการประสานงานกับสำนักพระราชวังแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในพื้นที่ภายในให้เขาดำเนินการเอง การดำเนินการค่อนข้างจะลำบาก แต่บริเวณรอบนอกนั้นจะขอทำเป็นทางลาดโค้งเป็นหลังเต่าทุกประตูข้างนอก ให้ประสานทางสำนักพระราชวังดู ถ้าทำได้ก็ให้รีบดำเนินการ แต่ต้องให้ทุกประตูสามารถปิดได้ ซึ่งทำแบบกองทัพบกไม่ได้ ต้องอยู่นอกประตูทำให้เป็นหลังเต่าลักษณะเกือกม้าน้ำจะไม่เข้า แต่เบื้องต้นเท่าที่รับทราบทางสำนักพระราชวังไม่อนุญาต ซึ่งถ้าไม่ทำข้างนอก เขาก็ต้องทำข้างในเอง “ท่านทรงเป็นห่วงประชาชน อยากให้เป็นไปตามธรรมชาติ นี่พระมหากรุณาธิคุณ ท่านห่วงประชาชนตลอด ท่านก็บอกว่าให้ปล่อยเป็นไปตามธรรมชาติ ท่านจึงไม่ทรงโปรด และทรงรับสั่งว่า เป็นน้ำท่วมก็ขอปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่อยากให้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ในฐานะที่กองทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบก็จะทำเฉพาะที่ประสานได้ และต้องตอบคำถามของรัฐบาลด้วย” ผบ.ทบ.กล่าว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลเขตพระราชฐานนั้น ต้องเป็นไปตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรับสั่งว่าให้ดูแลทุกพื้นที่ให้ทั่วถึง ทางกองทัพบกก็จะทำให้ดีที่สุด แต่สิ่งสำคัญทุกคนต้องตระหนักไว้เสมอว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงห่วงใยประชาชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทางพระราชดำริ พระราชทานสิ่งของเยี่ยม ความห่วงใย สิ่งเหล่านี้เราต้องสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ และจะนำพาให้บ้านเมืองเราอยู่รอดและประชาชนปลอดภัย เมื่อถามว่า ในปลายเดือนนี้น้ำทะเลจะหนุนสูงห่วงพื้นที่ไหนมากที่สุด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กังวลหมด เพราะมีโอกาสที่น้ำจะฝ่าแนวพนังกั้นน้ำมา ในส่วนของ กทม.มีแนวกั้นน้ำ 2.5 เมตร แต่ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูง 2.60 เมตร ในบางช่วงจึงน่าจะมีน้ำทะลุเข้ามาบ้าง ตรงไหนกันได้เราจะเสริมให้สูงขึ้น ตรงไหนไม่ได้ก็ต้องเตรียมการในเรื่องอพยพ ขอร้องตอนนี้อย่าไปหาว่าใครผิด ใครถูก หรือโทษใคร แต่ต้องทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย เสียหายน้อยที่สุด
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #68 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 09:48:12 PM » |
|
"สุกำพล"เผยเอกชนยอมให้ใช้ทางดอนเมืองโทลล์เวย์ฟรีถึง 5 พ.ย. มั่นใจคันกั้นน้ำป้องสุวรรณภูมิ พร้อมจัดรถบขส.-รถไฟ-ขสมก.อพยพคนกรุงหนีน้ำ
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เจรจากับบริษัททางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อจะขอให้งดเก็บค่าผ่านทางดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่เป็นเส้นทางไปท่าอากาศยานดอนเมือง และเป็นที่ทำการของศปภ.รวมทั้งเป็นเส้นออกต่างจังหวัด โดยเริ่มจะเริ่มงดเก็บค่าผ่านทาง ตั้งแต่วันที่26 ต.ค.ถึงวันที่ 5 พ.ย. ขณะที่ทางด่วนที่รัฐบาลกำกับดูแลนั้น ได้งดการเรียกเก็บค่าผ่านทางทุกเส้นทางแล้ว ก่อนหน้านี้เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและมีความปลอดภัยในช่วงวิกฤติอุทกภัยครั้งนี้
ส่วนการป้องกันน้ำท่วมท่าอากาศยายสุวรรณภูมินั้นพล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ยังมั่นใจว่าคันกั้นน้ำที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะทำมากับมือตัวเอง ทำให้มั่นใจสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้ อีกทั้งคันกั้นดังกล่าวมีการสร้างฐานไว้กว้างถึง 7 เมตร และมีความสูงมาก ทั้งนี้ระบบระบายน้ำของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถระบายน้ำได้ถึง 1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
นอกจากนี้ในส่วนของนักท่องเที่ยวสามารถเข้า-ออก ได้จากทางด่วนบูรพาวิถี ถนนมอเตอร์เวย์ และแอร์พอร์ตลิงค์เพื่อที่จะเข้ามาในเมือง ขณะที่การป้องกันระบบคมนาคมรถไฟฟ้าใต้ดิน ได้มีการป้องกันทางเข้า-ออก สถานีไว้สูงประมาณ 1 เมตร โดยมีการป้องกันทุกสถานี และหากมีความจำเป็นก็ต้องพิจารณาปิดบางช่องทางเข้าแต่ละสถานี
รมว.คมนาคม กล่าวด้วยว่า ได้มีการเตรียมแผนพร้อมกับยานพาหนะ เพื่ออพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงในจังหวัดต่าง ๆ โดยได้เตรียมรถเมล์ของขสมก.ไว้ 500 คัน และพร้อมจะเสริมอีก 500 คัน พร้อมประสานกับขอใช้รถทัวร์ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รวมทั้งรถไฟในการอพยพประชาชนได้เช่นกัน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #69 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 10:10:58 PM » |
|
ผู้ว่ากทม.ประกาศ "ดอนเมือง - บางพลัด" อพยพทันที "ลาดพร้าว-วังทองหลาง" เฝ้าระวังพิเศษ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ตุลาคม 2554 21:38 น. ผู้ว่าฯกทม.ประกาศให้ "ดอนเมือง-บางพลัด" อพยพทันที เผยไม่สามารถสกัดกั้นได้แล้ว จากคืนนี้ไปถือว่าเข้าสู่สภาวะวิกฤต ส่วน "ลาดพร้าว-วังทองหลาง" ให้เป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด วันนี้ (26 ต.ค.) เมื่อเวลา 20.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.ขอประกาศให้มีการอพยพเป็นครั้งแรกใน 2 เขต ได้แก่ ดอนเมืองและบางพลัด เนื่องจากไม่สามารถสกัดกั้นได้อีกต่อไป โดยนับจากคืนนี้เป็นต้นไปถือว่าสถานการณ์ก้าวเข้าสู่สภาวะวิกฤตแล้ว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า พื้นที่เขตดอนเมืองถูกน้ำท่วมไปแล้ว 90% ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ และเด็ก ควรอพยพออกทันที ซึ่ง กทม.ได้จัดเตรียมสถานที่พักพิงไว้ในโรงเรียนสังกัด กทม.แล้ว นอกจากนี้ กทม.ได้ประกาศให้อีก 2 เขต คือ ลาดพร้าวและวังทองหลางเป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ โดยขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมในการอพยพเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ตาม กทม.ไม่สามารถประเมินได้ว่า น้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมาจะกระทบกับเขตพื้นที่อื่นๆ ด้วยหรือไม่ แต่หากน้ำจะท่วม กทม.ทั้งหมด จะต้องมีมวลน้ำมหาศาลและต้องไหลมาจากทุกทิศทาง ซึ่งเชื่อมั่นว่า กทม.มีระบายน้ำที่มีศักยภาพเพียงพอ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #70 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 10:21:59 PM » |
|
ประปาแจ้งเตือน "นนท์ - ฝั่งธน - สมุทรปราการ" ต้มน้ำก่อนดื่ม การประปานครหลวงเผยคุณภาพน้ำจากโรงงานผลิตมหาสวัสดิ์ต่ำลงมาก ไม่เป็นไปตามมาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก มีสีขุ่นเกิน เตือนประชาชนในพื้นที่ "นนทบุรี - สมุทรปราการ - ฝั่งธนบุรี" ต้มน้ำก่อนดื่ม ยันไม่มีสารพิษอันตรายแต่อย่างใด แต่ต้มเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น วันนี้ (26 ต.ค.) การประปานครหลวงแจ้งว่า ขณะนี้ คุณภาพน้ำดิบที่ท่วมเข้ามาในคลองประปาฝั่งตะวันตกที่ส่งเข้าโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์มีคุณภาพต่ำลงมาก จนไม่สามารถผลิตเป็นน้ำประปาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก เนื่องจากมีสีและความขุ่นเกินมาตรฐาน แต่เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้เป็นปกติ จึงจำเป็นต้องจ่ายน้ำประปาในคุณภาพนี้ไปก่อน ขณะนี้การประปานครหลวงได้เร่งปรับปรุงและทำการปรับแต่งคุณภาพน้ำประปาให้ดี ขึ้นต่อไป ในระหว่างนี้ จึงขอแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ที่รับน้ำจากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ โปรดต้มน้ำก่อนบริโภค ซึ่งประกอบด้วย จ.นนทบุรี ได้แก่ อ.เมืองนนทบุรี และปากเกร็ดฝั่งตะวันตก บางบัวทอง บางใหญ่ ไทรน้อย และบางกรวย จ.สมุทรปราการ ได้แก่ อ.พระประแดง และพระสมุทรเจดีย์ฝั่งตะวันตก พื้นที่ฝั่งธนบุรี ได้แก่ เขตธนบุรี คลองสาน บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ทวีวัฒนา บางพลัด หนองแขม ภาษีเจริญ ตากสิน บางบอน ทุ่งครุ จอมทอง ราษฎรบูรณะ บางขุนเทียน และตลิ่งชัน การประปานครหลวงขอยืนยันว่า น้ำประปาดังกล่าวไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด มีเพียงสีและกลิ่นที่เปลี่ยนไปเท่านั้น การต้มน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการบริโภคมากขึ้นเมื่อสถานการณ์ผลิตน้ำ ประปาเข้าสู่ภาวะปกติ การประปานครหลวง จะแจ้งให้ทราบต่อไx
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #71 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2011, 10:27:05 PM » |
|
วันที่ 26 ตุลาคม 2554 19:06 'ยุทธศักดิ์'เตรียมเสนอ'นายกฯ'ให้ทหารจัดการของบริจาค 'ยุทธศักดิ์' เตรียมเสนอ'นายกฯ' ให้กองทัพบริหารจัดการของบริจาคหลังการเมืองโกยเอื้อพวกพ้อง เล็งย้ายศปภ.ดอนเมืองไปสโมสรทหารบกวิภาวดีฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุม ผบ.เหล่าทัพ เพื่อกำหนดมาตรการในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยให้แต่ละเหล่าทัพจัดทำแผนเผชิญเหตุ โดยเฉพาะการอพยพประชาชนในพื้นที่ กทม. หากเกิดกรณีน้ำท่วมฉุกเฉิน นอกจากนี้ในการหารือกันระหว่าง รมว.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ยังได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็นปัญหาของบริจาคจากประชาชนที่นำมาบริจาคที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพราะของบริจาคส่วนหนึ่งไม่ถึงมือประชาชน โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองที่มีบทบาทในเรื่องนี้มีการนำสิ่งของไปให้กับบรรดาหัวคะแนนของพรรคของตัวเอง เพราะต้องการรักษาฐานเสียงของตนเอาไว้ โดยไม่คำนึงถึงส่วนรวม ทำให้สิ่งของที่ได้รับบริจาคไม่ถึงประชาชนที่เดือดร้อนจริง ทั้งนี้หลังการประชุมสภากลาโหมในวันพรุ่งนี้ (27 ต.ค.) พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ ศปภ. ในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ เพื่อเสนอให้ทางกองทัพเข้ามาเป็นผู้ดูแลของบริจาคทั้งหมด พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่มาจัดทำบัญชีของผู้ที่ได้รับสิ่งของบริจาคนี้ด้วย ทั้งนี้คาดหวังหาก ศปภ.เกิดปัญหาน้ำท่วม อาจจะมีการย้ายศูนย์ไปอยู่ที่สโมสรทหารบกวิภาวดีแทน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #72 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 07:24:57 AM » |
|
วันที่ 26 ตุลาคม 2554 23:18 คันคลองมหาสวัสดิ์'พัง'ท่วมพุทธมณฑล-ศาลายา คันคลองมหาสวัสดิ์พังน้ำไหลท่วม สภ.พุทธมณฑล -ที่ว่าการอำเภอและเทศบาลฯสูง 20 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งย้ายสิ่งของขึ้นชั้นสอง
เมื่อเวลา 20.30 น.วันนี้(26 ต.ค.) ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งและหน่วยกู้ภัยพรานพิทักษ์ ได้นำเรือสปี๊ดโบทและเรือเหล็กเข้าไปช่วยอพยพชาวบ้านที่ยังติดค้างอยู่ในชุมชนตลาดเก่าเทศบาลตำบลศาลายาและชาวบ้านในชุมชนปุรณาวาส นั้น บริเวณคันคลองมหาสวัสดิ์ก็ได้พังทลายลง น้ำก็ได้ไหลทะลักเข้ามายังมายังเทศบาลตำบลศาลายา ,สภ.พุทธมณฑล และที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล และไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพียงครึ่งชั่วโมงน้ำสูง 20 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งย้ายสิ่งของขึ้นชั้นสองเพื่อความปลอดภัย
ล่าสุดเขื่อนกั้นน้ำของสนามก๊อล์ฟรอยัลเจมส์ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนสายศาลายา-บางภาษี ได้พังทลายลง 3 จุด ทำให้น้ำไหลเข้าไปในสนามก๊อล์ฟ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำกระสอบทรายไปซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นนั้นคาดว่าจะไม่สามารถกั้นกระแสน้ำได้ จึงได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเร่งอพยพผู้คนและนักท่องเที่ยวที่พักอาศัยอยู่ในโรงแรมของสนามกอล์ฟออกมาอย่างเร่งด่วน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #73 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 07:29:19 AM » |
|
วันที่ 27 ตุลาคม 2554 07:16 เปิดสาย HOTLINE !ถามระดับน้ำท่วมTPBS และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสาย HOTLINE 09.00 น.วันนี้
สำหรับแจ้งข่าวน้ำท่วมเป็นจุดๆ แบบที่ชาวบ้านสามารถโทรเข้ามาแล้วบอกว่าบ้านตัวเองอยู่ซอยไหน แล้วจะได้รับข้อมูลว่าน้ำจะท่วมสูงขนาดไหน เพื่อให้เป็นข้อมูลเฉพาะพื้นที่อย่างถูกต้องและตรงกับสถานการณ์จริง โดยใช้แบบจำลองของ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ "กรณีเลวร้ายสุด" (worst case) หากระบบป้องกันทั้งหมดล้มเหลว บวกแผนที่ระดับพื้นของกทม.
สายด่วนประกอบด้วย!
090-5639626-30 084-6696827 085-8108148 087-2810365 089-7877173 089-6192288 089-4429608 089-1046686 089-2023655 089-4107060
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #74 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 07:40:58 AM » |
|
คลองมหาสวัสดิ์รับไม่อยู่-เมืองเอกจะท่วม 2 ม. อพยพได้แล้ว แนะเร่งเสริมคันกั้นเจ้าพระยารับน้ำหนุนสูงปลายเดือนนี้ ฝั่งตะวันตกน้ำล้นคลองมหาสวัสดิ์แน่ ฝั่งเหนือกทม.น้ำท่วมเมืองเอกสูง 2 เมตร ภายใน 3 วัน อยู่ไม่ได้แนะอพยพ วอนชาวบ้านฝั่งตะวันออกเห็นแก่ส่วนรวมยอมให้ระบายน้ำป้องกันกทม. แนะตั้งศูนย์อพยพควรเดินทางเข้าออกได้ตลอดช่วงน้ำท่วม เวลา 00.10 น. ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า ขณะนี้มีข่าวดี คือ ปริมาณน้ำเหนือที่นครสวรรค์ลดลงชัดเจน แต่ข่าวไม่ดีคือกรุงเทพมหานคร ยังต้องรับมวลน้ำจาก จ.อยุธยา และจ.ปทุมธานี ต้องรับศึกเป็นเดือน ประกอบกับน้ำทะเลจะหนุนสูงด้วย แต่เราก็มีทางออก ต้องต่อสู้ต่อไป ขอให้กำลังใจคนที่ทำงาน ที่ทำเพื่อชาติจริงๆ สถานการณ์น้ำขณะนี้ ที่จ.นครสวรรค์น้ำลดลง แต่ที่อ.บางไทร จ.อยุธยา ปริมาณน้ำยังทรงๆ ที่จ.อยุธยา จ.ปทุมธานีน้ำยังมากอยู่ สำหรับกรณีน้ำทะเลหนุน อิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้น้ำเอ่อเข้าไปในอ่าวไทย น้ำทะเลหนุนสูงมากจากมรสุม และในปลายเดือนนี้น้ำทะเลจะหนุนสูงมาก ต้องเสริมความแข็งแรง และเสริมระดับของคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา ที่เขตบางพลัด การซ่อมคันกั้นน้ำทำไปได้ 50% ถ้าเร่งซ่อมแซมได้ก่อนวันที่ 28 ต.ค.ก็ขอให้ทำให้ได้ ถ้าทำได้ก็จะช่วยหยุดน้ำที่จะหลากเข้าเขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ คลองสาน อรุณอมรินทร์ สำหรับมวลน้ำที่ จ.อยุธยา จ.ปทมุธานี จะลงมาทางตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งทางด้านตะวันตกจะมีปัญหามากกว่าทางตะวันออก โดยน้ำไหลลงมาคลองมหาสวัสดิ์ ตอนนี้น้ำล้นคันกั้นน้ำต่างๆ ทั้งคลองพระพิมล คลองประปา คลองนราภิรมย์ ก็ล้น ที่คลองโยงเหลือหมู่ 6 หมู่เดียว แต่หลังจากนี้จะท่วมทั้งหมด ตอนนี้ที่คลองมหาสวัสดิ์อพยพแล้วซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะยิ่งอยู่ใกล้คันกั้นน้ำยิ่งอันตราย ซึ่งที่คลองมหาสวัสดิ์น้ำจะล้นคันกั้นแน่นอน ซึ่งเราแจ้งเตือนมาตลอด ที่หมู่บ้านเมืองเอกคันกั้นน้ำชำรุด ที่ด้านหลังและด้านข้างหมู่บ้าน คาดว่าประมาณ 3 วัน น้ำจะท่วมเต็มเมืองเอก มีความลึก 2 เมตร ชุมชนในนั้นให้อพยพดีกว่า เพราะถ้าตัดน้ำตัดไฟฟ้าแล้วจะลำบากมากขึ้น ตอนนี้ระดับน้ำสูง ครึ่งเมตรถึง 1 เมตร หลังจากนี้เมื่อน้ำที่เมืองเอกเต็มแล้วก็จะไหลลงมาข้างล่าง จะมาที่ถ.สรงประภา ถ.แจ้งวัฒนะ ซึ่งน่าเป็นห่วงที่คลองประปาถ้าน้ำล้นคันกั้นมา จะมีปัญหาที่เมืองทองธานี ขณะที่มวลน้ำจากทางเหนือกำลังมา ทำอย่างไรจะผันน้ำไปทางตะวันออกให้ได้มากที่สุด ต้องใช้ทั้งคลองระบาย เครื่องสูบน้ำ ต้องทำงานเต็มที่ แต่ตอนนี้การระบายน้ำที่คลองหกวาสายล่างมาคลองประเวศฯ มีปัญหาเรื่องประตูน้ำอยู่ ขอให้พี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่แถวนั้นเห็นแก่ส่วนรวม เห็นแก่ประเทศ ถ้าเมืองหลวงเป็นไรไปก็เท่ากับประเทศ อยากขอให้อดทนสักนิด รัฐบาลจะจัดการเรื่องการเยียวยา ถ้าผันน้ำได้จะช่วยลดปริมาณน้ำที่จะเข้ากทม. ถ้าผันน้ำไม่ได้น้ำก็จะเข้าท่วมกทม . ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯจะมีน้ำท่วมสูง 10-50 ซ.ม. ยกเว้นที่ลุ่มต่ำ จะท่วมสูงกว่านี้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #75 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 07:50:42 AM » |
|
ยอมจำนนปัญหาน้ำท่วม โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ตุลาคม 2554 06:57 น. “ลาก่อน! น้ำท่วม น้ำแล้ง” สโลแกนสุดสวยหรู ประกาศลั่นเอาไว้ช่วงหาเสียง แต่เมื่อมาบริหารประเทศไม่ทันไร ก็เจอน้ำท่วมสำลักน้ำกระเจิดกระเจิงไปตามๆ กัน และยังไม่เห็นทีท่าว่าจะบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบ แค่ยกแรกก็เมาหมัดไปตามๆ กัน น่าสงสัยว่าจะทำได้อย่างปากว่าจริงหรือไม่?!? มหาอุทกภัยวันนี้ ด้านหนึ่งก็น่าเห็นใจ ไม่ว่ารัฐบาลไหนรัฐบาลนั้นยากที่จะต้านทานได้ แต่อย่างน้อยๆ ภาพที่เห็นตรงหน้า ฝีมือการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หลายคนยังรู้สึกว่าน่าจะทำได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ต้องมานั่งหดหู่อดสูใจ รอรับชะตากรรมกันตาปริบๆ แบบนี้ ยิ่งมวลน้ำขนาดใหญ่ทะลักล้นคืบคลานเข้าใกล้เมืองหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เห็นเพียงอาการลนลาน ตาลีตาเหลือก จนตั้งสติทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ยิ่งแก้เหมือนยิ่งผิด ยิ่งแก้ยิ่งหลงทาง การแก้ไขปัญหาน้ำมันไม่ง่ายเหมือนทำธุรกิจที่มีดีมาน ซัพพลาย ที่ตัวเลขเชิงคณิตศาสตร์ที่ชัดเจน แต่ปัญหาน้ำมันมีอะไรมากกว่า อุดตรงนี้ โผล่ตรงนั้น กั้นทางนี้ไหลไปทางนั้น หากขาดความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจ และประสบการณ์แล้ว ก็ยาก ไอ้ที่นั่งในห้องแอร์วางแผนว่าจะกั้นน้ำ ถ่ายเทน้ำไปทางตะวันออก ตะวันตก แต่เอาเข้าจริงแล้วมันไม่ได้เป็นไปตามที่วางไว้ทั้งหมด มันยังมีปัจจัยอื่นๆ แทรกซ้อน เข้ามาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ยิ่งถ้าขาดการประสานงาน ขาดความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชาวบ้านประชาชนด้วยแล้ว สิ่งที่วางแผนไว้คงไม่มีทางสำเร็จ รัฐบาลต้องการเปิดประตูน้ำ แต่ข้าราชการสั่งให้ปิด รัฐบาลต้องการสร้างคันกั้นน้ำ แต่ประชาชนต้องการทำลาย มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว สาเหตุอันหนึ่งเพราะวันนี้ประชาชนไม่เชื่อมั่น ไม่ศรัทธาแนวทางของ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. อีกแล้ว บอกที่ไหนไม่ท่วม ก็ท่วมทั้งนั้น การแจ้งเตือนภัย การบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า ก็สับสนอลหม่านสะเปะสะปะ ไม่มีความชัดเจน สุดท้ายเมื่อประชาชนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ก็ต้องพึ่งตัวเอง ชาวบ้านไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นอย่างไร จะต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตแบบไหน จึงมีแต่ความโกลาหล ตระหนกตกใจ สับสนว้าเหว่ไปหมด สถานการณ์ที่พบที่เห็นรู้สึกได้ถึงภยันตราย เมื่อสิ้นหวังกับรัฐบาลแล้ว ก็ตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างเอาตัดรอดไว้ก่อน สินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ ถูกกวาดซื้อไปกักตุน จนขาดแคลน น้ำดื่มหาซื้อกันไม่ได้ เริ่มเกิดภาวะไร้ระเบียบมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามีปัญหาเรื่องไฟฟ้า น้ำประปาขาดแคลน แทรกเข้ามาอีก ไม่อยากจะนึกภาพ กรุงเทพมหานครคงดูไม่จืด สภาพบ้านเมืองอาจเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการ โฟกัสไปที่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของรัฐบาล ยังดูเหมือนว่าจับไม่ถูกจุด ต้องคลำเป้าต่อไปเรื่อยๆ ที่บอกว่าจะผันน้ำให้ไหลไปตามถนนวิภาวดี สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนแผน เพราะทำไม่ได้ ถ้าไหลไปตามทางนั้น มันไม่ใช่แค่ถนนหนทาง แต่ทางท่อระบายน้ำก็จะมุดไปโผล่อีกหลายจุด ธุรกิจละแวกนั้น ไล่ไปจนถึงในเมืองมีหวังพังพินาศกันอีกเป็นแถบ จึงต้องเปลี่ยนแผนให้ผันน้ำไปทางทิศตะวันออกและตะวันตกตามเดิม ทางด้านตะวันตกคงจะหนักหนาสาหัสเข้าไปอีก พี่น้องชาวบางบัวทอง ทางนครปฐม คงต้องรับน้ำกันอีกบานตะไท การแก้ปัญหาอุทกภัยของรัฐบาลวันนี้นับเป็นการแก้ที่ปลายเหตุล้วนๆ ก่อนหน้านี้ก็มองเห็นเค้าลางของปัญหามาบ้างตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่กลับเพิกเฉย ไม่สนใจ คิดวางแผนสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต วันนี้เมื่อน้ำจะท่วมหัวก็คิดอ่านอะไรไม่ออก เหมือนคนสติแตก ซ้ำร้ายรัฐบาลยังมีอีโก้ มีตัวตนสูงส่งยิ่งนัก ข้าเก่ง ข้าแน่ ใครเสนออะไรมาก็ไม่เอาด้วย! เสียอะไรเสียได้ แต่เรื่องเสียหน้าดูจะเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้เด็ดขาด ฉะนั้นจึงลุยถั่วแก้ปัญหาด้วยความเชื่อมั่นของตนเอง แต่สุดท้ายประชาชนเองที่ไม่เชื่อมั่น แล้ววันนี้ตัวเองก็เริ่มไม่เชื่อมั่นในตัวเองเสียแล้ว ระยะหลังก็ต้องออกมารับความจริงขึ้นเรื่อยๆ “ยิ่งลักษณ์” สารภาพว่าน้ำจะท่วมกทม. เพราะไม่ต้านทานกระแสน้ำที่ถาโถมเข้ามาได้ หลายพื้นที่จะท่วมครึ่งเมตร และบางพื้นที่จะท่วมถึงเมตรกว่า พร้อมทั้งระดมสรรพกำลังเข้ามาสุมหัวเข้ามาช่วยแก้ปัญหาพัลวัน แต่เมื่อดูปริมาตรมวลน้ำที่เอ่อนองอยู่ในประเทศไทยยามนี้ นับได้กว่าหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่การระบายน้ำในแต่ละวันทำได้อย่างมากเพียง 100 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น บวกลบคูณหารอาการเซ็งแล้ว คงต้องใช้เวลานานเป็นเดือนๆ จบเห่! ชาวบ้านตาดำๆ ต้องนอนกลางน้ำกันสลอน ว้าเหว่ประเทศไทย ทั้งหมดทั้งปวงต้องโทษการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ไม่ถูกต้อง ปล่อยให้ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ มาถึงวันนี้ก็แก้ไขไม่ได้ ได้แต่ยอมจำนน โยนให้ประชาชนรับชะตากรรม สิ้นหวัง หมดกำลังใจกับรัฐบาล อุทกภัยครั้งนี้ถือว่าสอบตก เสียแต้ม เสียเครดิตไปโข ที่ร้ายกาจกว่านั้นยังมีเรื่องฉาวโฉ่ให้คนป้องปากนินทา ท่ามกลางภาวะวิกฤติยังมีข่าวว่าเครือข่ายคนเสื้อแดง ที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยได้ใช้อำนาจกักตุนสินค้าไว้ให้เฉพาะพรรคพวกคนเสื้อแดงกันเอง ส่วนชาวบ้านที่รอความช่วยเหลือ เมินหน้าไม่สนใจว่าจะได้หรือไม่ได้ ขอให้คนของตัวเองก่อน คนได้ยินได้ฟังก็อิดหนาระอาใจ ในสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือ ความร่วมมือ กลับมีความชั่วร้ายแทรกซ้อนเข้ามา ถ้าเป็นเรื่องจริงก็นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าใจอย่างยิ่ง น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้คงได้ชะล้างคราบที่เคลือบทาไว้ ประชาชนคงได้เห็นชัดๆ หลายคน หลายกรณี เห็นธาตุแท้ที่แอบแฝงอยู่ ถ้าเป็นไปได้อุทกภัยครั้งนี้ก็อยากให้ชะล้างสิ่งสกปรก พัดพาให้จมหายวายวอดไปในคราวเดียวกัน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #76 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 07:56:44 AM » |
|
ศปภ.แย้มอีก 2-3 วัน กทม.จมบาดาล แนะอพยพได้แล้ว โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ตุลาคม 2554 22:19 น.
โฆษก ศปภ. แจงภาพรวมมวลน้ำ "นครสวรรค์" ระดับน้ำลดบางพื้นที่กลับเข้าบ้านได้แล้ว "ปทุมธานี-นนทบุรี" ระดับน้ำคงที่ ส่วน กทม. จะมีน้ำเหนือผนวกน้ำทะเลหนุน จมบาดาล 10 ซม. - 1.5 เมตร และท่วมขังนาน 15 วัน - 1 เดือน เตือนเวลายังมีขอให้ ปชช.ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงที่ทางศปภ. ได้จัดไว้
วันนี้ 26 ต.ค. นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือศปภ. แถลงผลการประเมินสถานการณ์น้ำของศปภ. ในภาพรวม ว่า สถานการณ์น้ำ ในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ได้ลดลงแล้ว ในบางพื้นที่ประชาชนสามารถกลับเข้าไปในบ้านพักอาศัยได้แล้ว ซึ่งปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ลดลง อยู่ที่ 3.9 พันลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเดิมไหลผ่าน 4 พันลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำได้ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำลดลง ขณะที่สถานการณ์น้ำในจังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี มีปริมาณคงที่ สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในอีก 2-3 วันจะมีน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับน้ำเหนือที่ไหลผ่านเข้ามาในพื้นที่ ทำให้มีน้ำซึมเข้าท่วมพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าจะมีความสูงแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ประมาณ 10 ซม. - 1.5 เมตร และจะท่วมขังเป็นระยะเวลา 15 วัน - 1 เดือน ทั้งนี้ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตมีปริมาณน้ำมากถึงแยกหลักสี่ รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะเดียวกัน ในวันพรุ่งนี้ 27 ต.ค. เนื่องจากรัฐบาลได้มีการประกาศให้เป็นวันหยุดต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้อพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงที่ทางศปภ.ได้จัดไว้ หรือสอบถามได้ทาง 1111 กด 5 หรือเดินทางออกจากพื้นที่ต่างจังหวัด ในช่วงนี้น่าจะสะดวกที่สุด อย่างไรก็ตาม ทางศปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหาสถานที่ตั้งศูนย์พักพิงให้เพียงพอกับประชาชน การเดินทางขนส่ง รวมถึงการสาธารณสุข และการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #77 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 08:09:43 AM » |
|
'ฉลอง'ลุยต่อ!ร้องความโปร่งใสจี้แจงบัญชีของบริจาค โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"ฉลอง เรี่ยวแรง"เดินหน้าต่อจี้ ศปภ.แจงบัญชีของบริจาค เพื่อความโปร่งใส ท้า"ณัฐวุฒิ -จตุพร "เลือกตั้งครั้งหน้าลงส.ส.เขตกทม.พิสูจน์คะแนนนิยม
นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.ออกมาระบุว่าคนเสื้อแดงไม่ใช้อภิสิทธิ์รับของบริจาคช่วยน้ำท่วมว่า เรื่องนี้ถ้าโปร่งใสจริงควรทำบัญชีแจกแจงการบริจาคให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความสบายใจต่อผู้บริจาคและเพื่อกระจายสิ่งของไปให้ถึงประชาชนอย่างทั่วถึง
ส่วนกรณีที่คนเสื้อแดง จะจัดงานในวันที่ 29 ต.ค.เพื่อระดมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั้น นายฉลอง กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี แต่จะดีกว่านี้ ถ้าไปตั้งโต๊ะรับบริจาคที่แยกราชประสงค์ และอยากรู้ว่าจะมีคนมาเป็นหมื่นหรือไม่ ซึ่งหากมาจริงบริจาคแค่คนละ 100 บาทก็น่าจะได้เงินเป็นล้านบาทแล้ว ตนจะดูว่าจะมีคนเสื้อแดงมาโดยที่ไม่มีส.ส.จัดหรือขนมาหรือไม่ ทั้งนี้ หากวันนี้ยังมั่นใจในกระแสของคนเสื้อแดงเรียกว่าแดงทั้งแผ่นดินว่ามีเยอะจริง การเลือกตั้งในกทม.หลายเขตคงไม่สอบตกอย่างนี้ ตนขอท้าเลยว่าการเลือกตั้งสมัยหน้าถ้าแน่จริง ทั้งนายณัฐวุฒิ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ควรลงสมัคร ส.ส.เขต จะที่นนทบุรีหรือในกทม.ก็ได้ จะได้รู้ถึงความนิยม อย่าหนีลงอันดับต้นๆในระบบบัญชีรายชื่อ
เย้ยมีจิตวิญญาณ-ภาวะผู้นำมากกว่า
นายฉลอง ยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าไม่มีจิตวิญญาณของคนเสื้อแดงว่า ตนเข้าใจจิตวิญญาณการต่อสู้ของเสื้อแดง และมีวุฒิภาวะในการเป็นผู้นำมากกว่าแกนนำนปช. ในวันที่มีการสลายชุมนุม แกนนำเสื้อแดงบางคนหนีเอาตัวรอด ไม่มีวุฒิภาวะผู้นำที่ต้องรับผิดชอบที่พาคนไปร่วมชุมนุม และไม่มีอยู่เป็นคนสุดท้ายเหมือนแกนนำคนเสื้อเหลืองเช่นพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ไม่เคยทิ้ง และอยู่เป็นคนสุดท้าย ยอมถูกจับ
ทั้งนี้ตนรู้ว่าคนเสื้อแดงมีหลายกลุ่ม 80% ที่ออกมาต่อสู้นั้นเพราะศรัทธาผลงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กระแสของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่เหลือ20% อาจจะหาผลประโยชน์ กับเสื้อแดง
ข้องใจเป็นรัฐบาลแล้วยังไม่เลิกจัดกิจกรรม
นายฉลอง กล่าวอีกว่า ส่วนตัวรู้สึกแปลกใจ เพราะเมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งแล้ว มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแล้ว ทำไมกลุ่มคนเสื้อแดงยังจัดกิจกรรมอะไรกันนักหนา ไม่รู้ว่ามีผลประโยชน์อะไรหรือไม่ ส่วนตัวยังศรัทธาคนเสื้อแดงที่ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ ต่อต้านรัฐประหาร หรือจะล้มรัฐธรรมนูญ ปี2550 ตนก็เห็นด้วย แต่ถ้าคิดจะล้มเจ้า นั้นตนไม่เอาด้วย เพราะคนในพื้นที่มีความศรัทธาในแนวทางนี้ คนเสื้อแดงไม่ใช่ว่าจะทำถูกทุกเรื่อง อะไรที่ถูกก็ต้องชื่นชม อะไรที่ถูกรังแกก็ต้องพูด
แต่วันนี้ อย่าทำให้คนรังเกียจ ทุกวันนี้ชาวบ้านก็เห็นว่าทหารมาช่วยเรื่องน้ำท่วมมากมาย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนจ้องจะจุดประเด็นสร้างความขัดแย้ง โดยเฉพาะการจะแก้ ไขพ.ร.บ.กลาโหม ที่ยิ่งสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมต้องไปเล่นงานทหาร วันนี้เราต้องละลายสี ไม่มีกลุ่ม
นายฉลอง กล่าวด้วยว่า การได้กลับมาเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยนั้นมันเลยจุดประสงค์ไปแล้ว เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นส.ส.ก็ควรเป็น ส.ส.ของประชาชน ไม่ใช่ส.ส.ของกลุ่มใดหรือสีอะไร ต้องเข้าใจหลักการนี้ด้วย ไม่ใช่ไม่พอใจเรื่องอะไร ก็จะเอามวลชนมาบีบ การจะผลักดันกฎหมายอะไรควรเป็นไปตามกลไกของสภาฯ
Tags : ฉลอง เรี่ยวแรง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #78 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 10:14:48 PM » |
|
วันที่ 27 ตุลาคม 2554 15:03 ทีมกรุ๊ป!ประเมินพื้นที่เสี่ยงกทม.ล่าสุด โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ทีมกรุ๊ป!ออกคำเตือนฉบับที่ 4ชี้น้ำค้างทุ่ง 1.2 หมื่นล้าน ลบ.ม.ใช้เวลาระบาย 45 วันพร้อมประเมินพื้นที่เสี่ยงล่าสุด กรุงเทพ ทุกเขต บริษัททีมกรุ๊ป ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 ล่าสุด ลงวันที่ 27 ต.ค.ได้เตือนถึงความรุนแรงของน้ำท่วมและการเตรียมพร้อมรับมือ ระบุว่า... สถานการณ์น้าท่วมยังไม่ดีขึ้น แม้ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยาจะลดลงจนน้อยกว่าปริมาณน้ำที่ระบายลงสู่ทะเลแล้ว แต่ปริมาณน้ำในทุ่งดังกล่าวยังมีมากกว่า 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 45 วัน ในการระบายน้ำออกสู่ทะเล หากไม่สามารถเพิ่มช่องทางการระบายน้าลงสู่ทะเลให้มากขึ้นกว่าในปัจจุบันได้ 2. พนังกั้นน้ำบนคันคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ด้านตะวันตกของประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ยังรั่วอยู่ และพนังกั้นน้ำบนคันคลองรังสิตประยูรศักดิ์ใกล้ตลาดรังสิตยังมีน้ำไหลล้นจานวนมาก ดังนั้นผู้ที่อยู่ใกล้คลองเปรมประชากร คลองประปา ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน และผู้ที่อยู่สะพานใหม่ บางบัว บางเขน เกษตร ลาดพร้าว โชคชัยสี่ สายไหม เฉพาะที่อยู่ในที่ลุ่มใกล้คลองถนน คลองบางบัว คลองลาดพร้าว และคลองสาขาที่เคยเกิดน้ำท่วมขัง ให้เก็บของขึ้นที่สูง ระดับน้ำท่วมจะทรงตัวอยู่จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 3. ผู้ที่อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือคลองบางกอกน้อย และเหนือทางรถไฟสายใต้และบริเวณด้านตะวันออกของคลองบางกอกใหญ่ และผู้ที่อยู่ในอาเภอพุทธมณฑล นครชัยศรี สามพราน กระทุ่มแบน และเมืองสมุทรสาคร ที่อยู่ในบริเวณด้านตะวันตกของถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนสาย 3310 รวมถึงผู้ที่อยู่ใกล้แม่น้ำท่าจีน คลองมหาชัย คลองสนามชัย คลองจินดา คลองดาเนินสะดวก และคลองสุนัขหอน ที่อยู่ทางตะวันออก ของถนนสาย 3097 ขอให้ย้ายของขึ้นที่สูงมากกว่า 1.5 เมตร และให้เอารถไปจอดไว้ที่สูง ระดับน้ำจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงหลังวันที่ 5 พฤศจิกายน แล้วทรงตัวอยู่ถึงกลางเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้นจึงจะเริ่มลดลง น้ำทะเลจะหนุนสูงอีก 15 ซ.ม. 4. ผู้ที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นอีกอย่างน้อย 15 ซ.ม. พนังกั้นน้ำมีโอกาสจะพัง จะทาให้น้ำไหลเข้าท่วมแรงและเร็วมาก ขอให้เพิ่มความแข็งแรงและเสริมคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้พนังกั้นน้ำพัง ให้ระวังจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 ส่วนพื้นที่อื่นๆ น้ำจะทรงอยู่จนถึง 15 พฤศจิกายน 2554 ขอให้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด 5. พื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ที่จะถูกน้ำท่วม เพิ่มเติมจาก TEAM Group เตือนภัยน้ำท่วม ฉบับก่อนนี้ ได้แก่ 5.1 พื้นที่ด้านเหนือของถนนบรมราชชนนี จากคลองบางกอกน้อย ถึงถนนวงแหวนรอบนอก 5.2 พื้นที่ด้านตะวันออกของคลองบางกอกใหญ่ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา 5.3 พื้นที่เหนือถนนแจ้งวัฒนะทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ด้านเหนือถนนสรงประภา เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการท่วมฉับพลัน น้ำไหลแรงและเร็ว หากมีการพังของพนังกั้นน้ำบนคลองรังสิตประยูรศักดิ์ บริเวณด้านตะวันตกของประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ 5.4 พื้นที่เหนือถนนงามวงศ์วานทั้งหมด 5.5 พื้นที่เหนือคลองบางเขนทั้งหมดและพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับคลองบางเขน 5.6 พื้นที่เหนือคลองบางซื่อตั้งแต่คลองเปรมประชากร ถึงคลองลาดพร้าว และพื้นที่ใกล้คลองลาดพร้าวและคลองสาขา 5.7 พื้นที่เหนือถนนรามอินทราทั้งหมดจากที่ทำการเขตบางเขนไปจนถึงเขตมีนบุรี รวมถึงพื้นที่ด้านตะวันออกของถนนวงแหวนรอบนอกที่อยู่เหนือคลองแสนแสบ 6. การเตรียมการรับสถานการณ์น้ำท่วม ขอให้ทุกท่านร่วมกันปฏิบัติดังนี้ 6.1 ตรวจตราพนังกั้นน้ำในแต่ละพื้นที่ให้มีความมั่นคงแข็งแรง และให้มีระดับเพียงพอ ที่จะกั้นน้ำได้ หากพบรอยรั่วให้ช่วยกันวางกระสอบทรายซ่อมแซม หรือพบว่ามีน้ำรั่วลอดใต้พนังกั้นน้ำให้ใช้กระสอบทรายกั้นเป็นคอกล้อมไว้ โดยให้กระสอบทรายมีระดับสูงกว่าระดับน้ำขอให้จัดเวรยามคอยตรวจตรา เฝ้าระวังพนังกั้นน้ำอย่างเข้มแข็งอย่างน้อย จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 6.2 ขอให้ดูแลระบบไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ไม่ให้ถูกน้ำท่วม ขอให้สร้างพนังกั้นน้ำที่แข็งแรง และสูงเพียงพอกั้นล้อมรอบอุปกรณ์ที่สาคัญ รวมทั้งระบบไฟสารอง ที่อยู่ในระดับต่า และ จัดเวรยามดูแลอย่างใกล้ชิด 6.3 ขอให้แต่ละชุมชนจัดเวรยามผลัดเปลี่ยนดูแลทรัพย์สินของแต่ละชุมชน อย่าให้มีการลักขโมยทรัพย์สิน 6.4 ขอให้เตรียมยาอย่างน้อยตามที่ นพ.พรชัย มูลพฤกษ์ ได้แนะนำมาดังนี้ (1) ยารักษาโรคที่ใช้ประจา (2) ยาสามัญประจาบ้าน เช่น Paracetamol เกลือแร่ (3) ยาทาแผล Betadine solution (4) พลาสเตอร์ปิดแผล 6.5 ขอให้ระวังสัตว์มีพิษต่างๆ เช่น งู ตะขาบ เป็นต้นที่อาจจะเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน 6.6 สารองอาหาร และน้ำดื่มให้เพียงพอ ประมาณ 3 วัน 7. รายละเอียดระดับความสูงของพื้นที่ สามารถตรวจสอบได้ที่ www.teamgroup.co.th และ www.facebook.com/TEAMGroupConsulting และขอให้ติดตามข้อมูลต่างๆ อย่างสม่าเสมอ 8. ในส่วนของน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่เมื่อใด ระดับเท่าใด ขอให้รับฟังประกาศของทางราชการ และติดตามข่าว SMS เตือนภัยจากพนักงานของกลุ่มบริษัททีม (TEAM GROUP) อย่างใกล้ชิด ขยายดูพื้นที่เสียง.. http://depot12.tempf.com/file/4b3943387b3cda2f50e1f6b82e8e8cf9/4ea913f0/dev3/0/001/699/0001699978.fid/public4ea8e757350c71085220?image/jpegTags : ทีมกรุ๊ป • น้ำท่วมกรุงเทพ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chai
|
 |
« ตอบ #79 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 11:17:54 PM » |
|
ขสมก.แจ้งปรับเส้นทางเดินรถพื้นที่น้ำท่วม โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ตุลาคม 2554 20:08 น. Share24 ศปภ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดย ขสมก.แจ้งปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถในพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วม ดังนี้ สาย 18 ปรับเส้นทางเป็น จากแยกบางพลู-รพ.วชิระ สาย 29 ปรับเส้นทางเป็น จากสโมสรตำรวจ-หัวลำโพง สาย 34 ปรับเส้นทางเป็น จากบิ๊กซีสะพานใหม่-หัวลำโพง สาย 39, 522 ปรับเส้นทางเป็น จากบิ๊กซีสะพานใหม่-อนุสาวรีย์ชัยฯ สาย 59 ปรับเส้นทางเป็น จากวัดหลักสี่-สนามหลวง สาย 63 ปรับเส้นทางเป็น จากอู่ อ.ต.ก.3-อนุสาวรีย์ชัยฯ สาย 95ก ปรับเส้นทางเป็น จากสโมสรตำรวจ-แฮบปี้แลนด์ สาย 114 ปรับเส้นทางเป็น จาก อ.ต.ก.3-โรงเรียนนายเรือ ถ.พหลโยธิน สาย 134 (ธรรมดา) ปรับเส้นทางเป็น จากแยกบางพลู-หมอชิต 2 สาย ปอ.134 ปรับเส้นทางเป็นจากสะพานพระนั่งเกล้า-หมอชิต 2 สาย 185 ปรับเส้นทางจากบิ๊กซีสะพานใหม่-คลองเตย สาย 511 ปรับเส้นทางเป็นจากปากน้ำ-ตลิ่งชัน ขาไป เลี้ยวขวาเข้า ถ.หลานหลวง ขึ้นสะพานพระราม 8 ลง สน.ตลิ่งชัน เลี้ยวขวาเข้าสายใต้ใหม่ ขากลับขึ้นทางยกระดับชัยพฤกษ์ สะพานพระราม 8 วิสุทธิกษัตริย์ แยก จปร.เข้าหลานหลวง สาย 516 ปรับเส้นทางเป็น จากพุทธมณฑลสาย 2-เทเวศร์ สาย 517 ปรับเส้นทางเป็น จากหน้าบริษัทแครี่บอย-หมอชิต 2 สาย 520 ปรับเส้นทางเป็นจากบิ๊กซีสะพานใหม่-บางกะปิ สาย 543 ปรับเส้นทางเป็น จากบางเขน ขึ้นมอเตอร์เวย์ กม.8 ลงคลอง 5 ลำลูกกา เลี้ยวคลอง 6 เข้าเส้นทางปกติ สาย 555 ปรับเส้นทางเป็น จากสโมสรตำรวจ-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|