Leelart.net
กุมภาพันธ์ 07, 2012, 03:06:36 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ... โปรดลงทะเบียน เพื่อการใช้งานเว็บบอร์ดที่สมบูรณ์แบบครับ...
... ลีลาศเว็บบอร์ดจะเปิดรับการลงทะเบียนสมาชิก ครั้งต่อไป ในวันที่ 25-29 ธันวาคม 2553 ...

... การเปิดรับการลงทะเบียน ในโอกาสต่อไป จะมีกำหนดไม่เกิน 3 วันในแต่ละครั้งที่เปิดรับ ...
..ลงทะเบียนแล้วกรุณารอเมล์ตอบรับจากระบบ(3-5นาที)แล้วเข้ามายืนยันการใช้งานในทันที หรือก่อนปิดรับการลงทะเบียน..

... โปรดงดการโปรโมทเว็บไซต์อื่นๆ นอกเหนือจากเว็บของเครือข่ายลีลาศดอทเน็ต หรือเว็บไซต์ภายใต้ความร่วมมือกัน...
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อมูลตัวอย่าง...จากนิตยสารสกุลไทย  (อ่าน 1344 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
webmaster
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,975


« เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 12:14:18 AM »

บทความ-สารคดี   
   
  ม.ล.วราภา ชุมพล นักกีฬาลีลาศ



ดูลิ้งค์ที่ด้านล่าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 04, 2009, 10:16:06 AM โดย webmaster » บันทึกการเข้า
webmaster
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,975


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2008, 12:32:04 AM »

พาไปดูน้องเต็ม ม.ล.วราภา ชุมพล ให้สัมภาษณ์ในนิตยาสาร "สกุลไทย" ฯลฯ
 
 

ม.ล.วราภา ชุมพล
นักกีฬาลีลาศ


ม.ล.วราภา ชุมพล


ในการแข่งขันกีฬาไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ระดับโลก เชื่อแน่ว่าในสายตาผู้ชมคงจะไม่เห็นว่ามีกีฬาชนิดไหนที่รวมเอา ความแข็งแกร่ง ศิลปะ และความสวยงามเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวเท่ากับกีฬา ลีลาศŽ อีกแล้ว บนฟลอร์เต้นรำ ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องล้อกับแสงคริสตัลจากชุดของนักเต้นที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะละตินอันเร้าใจ เป็นเสน่ห์ที่สร้างความประทับใจและเรียกเสียงปรบมือได้ทุกครั้ง ทว่าเบื้องหลังฉากนั้นจะมีสักกี่คนที่รู้ว่า พวกเขาต้องใช้ความอดทนและเสียสละไปมากขนาดไหนกว่าจะก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้




ม.ล.วราภา ชุมพล หรือน้องเต็ม นิสิตชั้นปีที่ ๒ คณะนิเทศศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือผู้หนึ่งที่หลงใหลในกีฬาลีลาศและทุ่มเทให้กับความรักนี้อย่างหมดใจจนกระทั่งทุกวันนี้เธอกลายเป็นนักกีฬาลีลาศฝีมือดีระดับตัวแทนทีมชาติ เป็นความภูมิใจระคนกับเสียงหัวเราะและน้ำตา ซึ่งเธอกำลังจะเปิดเผยให้ผู้ชมได้รับรู้ร่วมกัน
"เต็มเริ่มเต้นลีลาศได้เพราะคุณพ่อ คุณแม่ (ม.ร.ว.ศักดิสาณ-คุณวราภรณ์ ชุมพล) ชอบเต้นลีลาศเลยมาชวนเต็มกับพี่ชาย (ม.ล.สิทธิสาน ชุมพล) ไปเต้นด้วยกันตอนอายุ ๑๒ ปี แรกๆก็เป็นการเต้นเพื่อออกงานสังคม จนอายุ ๑๔ ปี ครูฝึกเห็นแววเลยชวนเต็มกับพี่ ฝึกอย่างจริงจังเพื่อไปแข่งขันลีลาศระดับจูเนียร์ที่ประเทศสิงคโปร์ ลงแข่งครั้งแรกก็ได้มา ๒ เหรียญทอง ในจังหวะรัมบ้ากับชะชะช่า ครั้งนั้นทำให้เต็มได้เห็นว่าคนที่เขาเต้นเก่งระดับท็อปนั้นสวยแค่ไหนเลยกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากที่จะเต้นเก่งและสวยอย่างเขาบ้าง
...พอกลับมาจากสิงคโปร์ก็เริ่มซ้อมหนักขึ้น จนเต็มกับพี่ชายได้เป็นตัวแทนเขต ๑๐ ไปแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่จังหวัดสุรินทร์ ได้มาอีก ๒ เหรียญทอง และยังคว้าแชมป์ระดับสูงสุดที่มาเลเซียได้ด้วย จากนั้นพี่ชายก็เข้าคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ เต็มเลยเปลี่ยนคู่มาเต้นกับ วัชรากรณ์ เสือสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นคู่แข่งกันมาตลอดเลยค่ะ (หัวเราะ) พอดีช่วงที่เต็มเลิกเต้นกับพี่ชาย เขาเองก็กำลังมีปัญหากับคู่เต้น เราเลยมาจับคู่กัน โชคดีว่าเต้นอยู่ในระดับเดียวกันอยู่แล้วเลยไม่มีปัญหา หลังจับคู่กันได้ ๓ เดือน เราก็ไปแข่งที่ฮ่องกง ได้ที่ ๓ จากนั้นก็มาแข่งขันลีลาศชิงแชมป์ประเทศไทยได้ที่ ๑ ติดต่อกันมา ๓ ปีแล้วค่ะ"



บันไดไต่สู่แชมป์
"การเต้นลีลาศจะแบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ สแตนดาร์ตกับละตินอเมริกัน แต่เต็มชอบจังหวะเร็วๆเลยเลือกเต้นละตินอเมริกัน ซึ่งยังแบ่งออกเป็น ๕ จังหวะ คือ แซมบ้า ชะชะช่า รัมบ้า พาโซโดเบล่ (Paso Doble) และ ไจว์ฟ (Jive) แต่ละจังหวะเวลาเต้น เราจะต้องสื่ออารมณ์ออกมาให้ตรงกับ คาแร็คเตอร์ของแต่ละจังหวะด้วย อย่างแซมบ้าจะเป็นจังหวะที่พัฒนามาจากการเต้น ในงานคาร์นิวัลของบราซิลซึ่งออกสไตล์ปาร์ตี้ร่าเริง ชะชะช่าจะออกแนวเซ็กซี่ ขี้เล่น ในขณะที่รัมบ้าจะอ่อนหวานโรแมนติค เน้นการแสดงออกถึงความรักของหนุ่มสาว ส่วนพาโซโดเบล่ได้รับอิทธิพลมาจากการสู้วัวกระทิงของประเทศสเปน ฝ่ายชายคือมาธาดอร์ ฝ่ายหญิงคือกระทิง ดังนั้น เวลาเต้นจึงต้องแสดงออกถึงวิญญาณของความเป็นนักสู้ สุดท้ายไจว์ฟก็คือจังหวะร็อคแอนด์โรลที่มันส์ๆ สนุกสนาน
...ตอนนี้เต็มขยับขึ้นมาแข่งในรุ่นผู้ใหญ่แล้ว เวลาซ้อมจึงมักจะซ้อมไปทีละจังหวะก่อนเพื่อดูรายละเอียด พอครบแล้วก็จะต้องเต้น รวดเดียวทั้ง ๕ จังหวะต่อกันอีกครั้งเพื่อที่ว่าเวลาไปแข่งจริง ร่างกายเราจะได้มี stamina คือความอึด ส่วนการดูแลตัวเอง ส่วนใหญ่เต็ม



จะเน้นเรื่องการทำร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายเสริมบ้าง เช่น ว่ายน้ำ อาหารก็สำคัญต้องพยายามไม่ทานของหวาน และของมัน แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากเลยค่ะ (หัวเราะ) ต้องทานผลไม้แทนเพื่อควบคุมน้ำหนัก เพราะชุดที่ใส่มันค่อนข้างเปิด ถ้ามีแต่ไขมันจะดูไม่สวย แต่ถ้าใครมีกล้ามเนื้อ พอใส่ชุดที่เปิด โดยเฉพาะเปิดหลังจะดูสวย เพราะว่าเวลาเต้น เราต้องใช้กล้ามเนื้อด้านหลังเพื่อทำฮิพ คือไม่ใช่ส่ายไป ส่ายมา แต่ต้องกดกล้ามเนื้อหลังและลำตัวทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของสะโพก การใส่ชุดเปิดหลังก็เพื่อจะโชว์การใช้กล้ามเนื้อหลัง ให้กรรมการเห็น แต่ว่าตามปกติแล้ว เต็มไม่ใช่คนที่แต่งตัวเปรี้ยวอย่างนั้นนะคะ ถ้าไปเที่ยวจะชอบแต่งตัวออกแนวสปอร์ตตี้มากกว่า แต่เวลาเต้นเราต้องเซ็กซี่หน่อยเลยทำให้พอเพื่อนเห็นในทีวีจะแปลกใจว่าใช่เต็มหรือเปล่า เพราะว่าไม่เหมือนกันเลย
...สำหรับท่าเต้นก็จะเป็นสเต็ปของเราเลยค่ะ โดยมีโค้ชเป็นคนผูกท่าให้ พอเต้นๆไปสักพัก อาจมีการเปลี่ยนบ้างนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่เขาจะไม่นิยมเปลี่ยนท่ามาก เพราะในการแข่งขันแต่ละเพลงเราต้องมีท่าไฮไลท์ เช่น ท่าผาดโผนสัก ๒ ท่า เพื่อดึงดูดไม่ให้คนดูเบื่อ แต่บางคู่ที่ไม่เข้าใจก็จะมีแต่ท่าไฮไลท์ทั้งจังหวะเลย อย่างนี้กรรมการจะไม่ค่อยชอบ เพราะเขาจะดูกันที่เทคนิคและเบสิคมากกว่า ถ้าเต้นดี สะโพกมีการเคลื่อนไหว แต่ช่วงลำตัวด้านบนต้องนิ่งไม่ส่ายไปมา ส่วนขาก็ไม่ใช่ว่ายกขึ้นเหมือนการก้าวเดิน แต่ต้องลากเท้าให้ดูเหนียวหนึบแน่น กับพื้น รวมถึงมีการเฉียดขาและพ้อยท์ขาเพื่อให้ดูสวยขึ้น ซึ่งเวลาแข่งขัน ผู้ชมอาจจะชอบดูผู้หญิงเต้น เพราะว่าสวยและมีสีสัน แต่ความจริงแล้วผู้ชายต้องเก่งนะคะ ผู้หญิงถึงจะเต้นได้ดี โดยเฉพาะท่าไฮไลท์ เขาต้องคอยซัพพอร์ตเราและเป็นคนนำ
...นอกจากนั้นยังต้องมีการย้อมสีผิวด้วยค่ะ เพราะว่าเต็มเป็นคนขาว ถ้าไปเจอไฟส่องมากๆจะดูขาวโพลนไปหมดและที่สำคัญ ยังดูไม่เห็นกล้ามเนื้อชัดเจน เวลาดูการถ่ายทอดถ้าเห็นว่านักเต้นไม่ว่าไทยหรือฝรั่งสีผิวออกมาสวย นั่นคือเขาย้อมผิวมาทั้งนั้น วิธีย้อมผิวจะใช้ครีมทาซึ่งกว่าจะเสร็จก็เสียเวลานานเหมือนกัน แล้วสีมันจะขึ้นสวยอยู่ ๓ วัน หลังจากนั้นจะเริ่มแตกเป็นลายแล้วคันมากด้วย ก็ต้องมาลำบากขัดออกอีก บางครั้งไปโรงเรียนก็อายเพื่อนเพราะว่าตัวดำ แล้วไม่ใช่ดำออกธรรมชาตินะคะ มันจะดำออกส้มๆเหมือนไก่ย่างเลย (หัวเราะ) ซึ่งในชีวิตปกติอาจจะดูเว่อร์ แต่ถ้าอยู่บนฟลอร์จะสวย เพราะฉะนั้นคนที่จะทำแบบนี้ได้ต้องมีความเสียสละและรักจริงพอสมควรเลย





แข่งครั้งนี้ไม่มีลืม!
"ในแถบเอเชีย แต่ละประเทศจะมีจัดแข่งขันลีลาศอยู่เรื่อยๆค่ะ ส่วนที่ยุโรปเต็มเคยไปแข่งรายการ Blackpool Dance Festival ที่ประเทศอังกฤษ เป็นรายการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในโลกเหมือนวิมเบิลดันของเทนนิส งานนี้จะจัดทุกปีในเดือนมิถุนายน เต็มไปแข่ง เพราะ อยากได้ประสบการณ์และอยากเห็นฝีมือของพวกท็อป เพราะเป็นงานที่นักลีลาศทุกคนจะต้องมา เต็มไปแข่งมา ๔ ปีแล้วเคยได้เข้า ๓ รอบ ก็ถือว่าเป็นนักกีฬาลีลาศของไทยไม่กี่คู่นะคะที่สามารถเข้ารอบมาได้ลึกขนาดนี้ ส่วนการแข่งขันที่ประทับใจที่สุด ของเต็มคือ เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ซึ่งรวมนักลีลาศระดับทีมชาติมือหนึ่งของเอเชียมาแข่งขันประชันกัน งานนี้เต็มได้มา ๑ เหรียญเงิน และ ๑ เหรียญทองแดง
...ส่วนล่าสุดเต็มไปแข่งซีเกมส์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนแข่งเราซ้อมกันหนักมาก แต่ก็เตรียมใจไว้อยู่เหมือนกันว่าเราคงจะไม่ได้ที่ ๑ เพราะเป็นการแข่งในบ้านเขาแล้วลีลาศเป็นกีฬาประเภทแรกที่แข่งก่อนจะมีพิธีเปิด เขาจึงอาจต้องการเหรียญทองเหรียญแรกให้ประเทศ แข่งครั้งนี้แต่ละประเทศส่งได้ ๒ คู่ปรากฏว่าเขาเอาไปทั้งเหรียญทองและเหรียญเงินเลย ทั้งที่สองคู่นี้ เวลาเราไปเจอกันในรายการอื่น เราชนะเขาตลอด เรียกว่าเคยเห็นฝีมือกันมาก็พอจะรู้ แต่เมื่อผลออกมาอย่างนี้เต็มไม่เสียใจนะ เพราะมีคนฟิลิปปินส์มาบอกเต็มว่า People know who is winningŽ เอาเป็นว่าเราชนะใจคนดูก็แล้วกัน แต่ที่ตลกคือหลังจากซีเกมส์จบ เราไปแข่งที่อื่นเจอกันอีกก็เอาชนะเขามาได้นะคะ"





เบื้องหลังฟลอร์
"ปัญหาสำคัญของลีลาศคือ ไม่ค่อยมีสปอนเซอร์ค่ะ เพราะว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้เงินพอสมควร เฉพาะค่าเรียน อย่างถ้ามีนักลีลาศ ระดับโลกมาเมืองไทย เต็มไปฝึกกับเขาแค่ ๔๕ นาที ค่าเรียนก็ตก ๔,๐๐๐ บาทแล้ว ส่วนชุดก็แพงเพราะว่าติดคริสตัลของสวารอฟสกี้ รองเท้าก็ต้องสำหรับเต้นโดยเฉพาะคู่ละประมาณ ๔,๐๐๐ บาท ใช้ไม่กี่เดือนก็สึกต้องเปลี่ยนใหม่ แต่ว่าเต็มเองโชคดีที่มีพ่อแม่สนับสนุน รวมถึงส่งไปแข่งรายการใหญ่ๆเพื่อหาประสบการณ์ด้วย เพราะฉะนั้น อีกไม่นานประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ เต็มก็อยากจะทวงแชมป์คืนค่ะ (หัวเราะ) แต่ไกลกว่านั้นยังไม่รู้ แต่ก็ตั้งใจไว้ว่า จะเอาความรู้ที่มีไปช่วยพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ เพราะลีลาศ สำหรับเต็มแล้วเป็นกีฬาที่แปลกกว่ากีฬาอื่น อย่างวิ่งหรือว่ายน้ำอาจจะวัดกันที่ความเร็ว แต่ลีลาศ มันรวมทุกอย่างทั้งกีฬาและศิลปะ ไม่ว่าจะเรื่องของเพลง ท่าเต้นหรือแม้แต่ชุดที่ใส่บางครั้งอาจจะสวยกว่าแฟชั่นโชว์ด้วยซ้ำไป และความจริงแล้วทุกคนสามารถ เต้นลีลาศได้ค่ะ บางคนหุ่นไม่ดียังเป็นแชมป์ได้เลย ทุกอย่างจึงอยู่ที่ความพยายามและใจรักมากกว่า"

http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetailsql.asp?stcolumnid=5025&stissueid=2709&stcolcatid=2&stauthorid=139
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.7 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!