หนูน้อยลีลาศ โชว์ลีลาเท้าไฟ
โดย ข่าวสด วัน อาทิตย์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2550 02:02 น.
คอลัมน์ สดจากเยาวชน
ขึ้นชื่อว่าเป็นศาสตร์ชั้นสูงสำหรับการเต้นรำลีลาศ เพราะสมัยก่อนคนหนุ่มสาวใช้การเต้นรำนี้ในการเข้าสังคม
แต่สมัยนี้ ลีลาศ ถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่นอกจากจะเสริมทักษะด้านบุคลิกภาพและการเข้าสังคมแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างพลานามัยให้ผู้เต้นด้วย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์บุญเลิศ กระบวนแสง อดีตนักกีฬาลีลาศและอาจารย์สอนลีลาศชั้นนำให้สัมภาษณ์ว่า กีฬาลีลาศเริ่มเป็นที่นิยมในเมืองไทยประมาณ 8 ปีที่แล้วหลังจากสภาโอลิมปิกบรรจุให้เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง และการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ที่ผ่านมามีการแข่งขันลีลาศจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลีลาศเป็นที่สนใจอย่างมาก ไม่เพียงแต่เฉพาะวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้ใหญ่วัยเกษียน แต่ในระดับเยาวชนก็สนใจไม่แพ้กัน อัตรานักเรียนลีลาศในระดับเยาวชนเทียบกับวัยอื่นๆ แล้ว 1 ต่อ 3
สอดคล้องกับตัวเลขผู้สมัครเข้าแข่งขัน หนูน้อยลีลาศ ระดับอายุ 8-12 ปี ของรายการ บัลลังก์ดาว วาไรตี้คอนเทสต์ทางช่อง 5 ที่มีหนูน้อยลีลาศจากทั่วประเทศสนใจเข้าสมัครกว่า 150 คู่ จำนวนนี้คัดเลือกหนูน้อย 4 คู่เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยน้องๆ ทั้งหมดต้องเต้นรำในจังหวะต่างๆ ทั้ง ชะชะช่า, ไจฟ์ม, รุมบ้า, แซมบ้า, พาโซโดเบล์ ฯลฯ
ผลปรากฏว่า น้องฟร้อง ด.ช.ศุภเศรษฐ์ โอชาญศิริ และน้องมิธ ด.ญ.วรินธร ไชยสงคราม คว้าตำแหน่งหนูน้อยลีลาศเท้าไฟไปครอง
ทันทีที่ได้นั่งเก้าอี้ บัลลังก์ดาว น้องฟร้องให้สัมภาษณ์ว่า ผมกับมิธเจอกันที่โรงเรียนสอนลีลาศจังหวัดระยองครับ การเริ่มต้นของผมเกิดจากความสนใจเวลาเห็นคุณพ่อคุณแม่และพี่ชายเต้นลีลาศ โดยที่บ้านเต้นลีลาศกันได้หมด ผมค่อยๆ เรียนรู้บวกกับได้รับการสนับสนุนจากทางบ้านส่งให้ไปเรียนพิเศษทางด้านนี้ อาจารย์เห็นแวว เวลามีแข่งลีลาศที่ไหนก็จะพาไปหาประสบการณ์ น้องมิธเป็นคู่แรกของผม พวกเราเรียนคนละโรงเรียนแต่ต้องมาเจอกันทุกวันเพื่อซ้อมเต้น เต้นอย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง และฝึกหลายๆ จังหวะ การเต้นลีลาศไม่เหนื่อยแต่ตอนแรกจะงงนิดหน่อย เพราะเท้าซ้ายเท้าขวาต้องตรงตามจังหวะเพลง แก้ไขด้วยการทำสมาธิเยอะๆ ผลดีจากการเต้นทำให้ผมเรียนหนังสือเก่งขึ้นด้วย เพราะมีสมาธิมากกว่าคนอื่น
ด้านน้องมิธให้สัมภาษณ์ว่า แรกๆ หนูไม่รู้จักกีฬาลีลาศ แต่คุณแม่เปิดยูบีซีให้ดูบ่อยๆ แล้วถามว่าอยากเรียนไหม หนูตอบว่ายังไงก็ได้ค่ะแล้วแต่คุณแม่ เรียนลีลาศมา 2 ปีแล้ว ซ้อมทุกวัน จนตอนนี้ชอบเต้นแล้วค่ะ อยู่บ้านอยู่โรงเรียนก็จะซ้อมตลอดเวลา แม่อยากให้หนูเต้นไปเรื่อยๆ อย่าหยุด เพราะอนาคตอยากให้เป็นนักกีฬาลีลาศทีมชาติ หนูเองพยายามฝึกซ้อมทุกวัน เวลามีแข่งที่ไหนถ้าไม่ติดสอบที่โรงเรียนก็จะไป ตามใจคุณแม่ สิ่งที่หนูได้จากกการเต้นลีลาศคือความสุขและเพื่อนใหม่
นอกจากนี้ น้องไหม ด.ญ.ชนาภา นาคะเกส น้องดรีม ด.ช.กลยกฤต แสงชาวนา รองชนะเลิศอันดับ 1, น้องไอซ์ ด.ญ.ลลิตา มากมี น้องต้า ด.ช.ชลิต มากมี รองชนะเลิศอันดับ 2, น้องเกรท ด.ญ.พิมรดา พูลคุณากูร น้องดิว ด.ช.พีรพล มั่งมี รองชนะเลิศอันดับ 3 พร้อมใจกันฟันธงถึงประโยชน์การเล่นลีลาศว่า สิ่งที่พวกเราได้จากกีฬาชนิดนี้มีมากมายหลายอย่าง ที่เห็นได้ชัดคือหนึ่งกล้าแสดงออก ไม่ขี้อายเหมือนเด็กทั่วไป สองมีสมาธิดีขึ้น การจับจังหวะดนตรีและฝึกซ้อมสเต็ปบ่อยๆ ช่วยให้เรามีสมาธิได้มาก อ่านหนังสือเรียนได้ยาวขึ้นและความจำแม่นขึ้น สามคือได้เพื่อนใหม่ การแข่งขันร่วมกันบ่อยๆ ทำให้พวกเรามีน้ำใจเป็นนักกีฬา
ท้ายสุด อาจารย์บุญเลิศ กระบวนแสง ตอกย้ำความหวังของเยาวชนไทยกับกีฬาชนิดนี้ว่า เด็กไทยเรียนรู้ไว และโชคดีที่บ้านเรามีพื้นฐานด้านดนตรีและการเต้นรำมาก่อนด้วย ทำให้เด็กไทยสามารถเข้ากับกีฬาชนิดนี้ได้เร็ว ผมคิดว่าถ้าฝึกซ้อมบ่อยๆ อนาคตไปแข่งขันในระดับโลกสู้เขาได้แน่นอน ขนาดตอนนี้มีครูฝรั่งมาสอนลีลาศเด็กไทยไม่กี่สัปดาห์ เขายังอึ้งกับเด็กของเราที่มืออ่อน ตัวอ่อน เวลาวาดลวดลายหรือสะบัดตัวจะพลิ้วสวย เรื่องความสามารถ พรสวรรค์เด็กไทยมีอยู่แล้ว ถ้าซ้อมสม่ำเสมอ อนาคตสดใสแน่
หน้า 24
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด
http://news.sanook.com/education/education_107835.php