สวัสดีครับพี่จูลี่
ผมเองดูหนังเรื่องนี้เหมือนกันครับ สนุกมาก ไม่เครียดและได้ข้อคิดอะไรจากหนังด้วยครับ
คำว่าพูดภาษาปราด้าเป็น เป็นเหมือนกับการเปรียบเทียบครับ
เช่น ถ้าเราพูดภาษาเต้นรำ เราจะได้ยินคำว่า เต้นเรียบร้อย เต้นเก็บจังหวะดี เต้นลุย เหล่านี้เป็นภาษาเต้นรำครับ
ในขณะเดียวกัน ถ้าเราพูดถึงเรื่องการแต่งตัว ปราด้า มีสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเยอะมาก เช่น ชุดสูท ไทด์ ทักซิโด้ รองเท้า ที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าเป็นคนที่ชื่นชอบของแบรนในแต่ละแบรน เหมือนเค้าพูดถึงภาษาที่ใช้กันบ่อยครับ เลยเรียกว่า ภาษาปราด้า ครับ อย่างชาเนล ก็มีภาษาชาเนทเช่น กระเป๋า 2.55 สร้อยไข่มุก ผ้าทวีด ถ้าพูดอะไรประมาณนี้ก็จะเป็นภาษาชาเนล แต่ละเบรนมีสินค้าเด่นไม่เหมือนกันเลยครับ

ชอบตอนที่นางเอกขายของทั้งหมดเพื่อใช้หนี้ และชอบหุ่นที่เรียกลูกค้าเก่ง (เหมือนตัวเองที่ชอบคล้อยตามครับ) ดูแล้วล้อเลียนเสียดสีได้ดีครับ
พี่ไปดูกะเพื่อนซี้ เพื่อนเก่าที่ดูหนังกินข้าว shopping กันมาแต่วัยรุ่น
ดูหนังกันทุกอาทิตย์ บางทีสองเรื่องต่อวัน
เพื่อนคนนี้กะพี่เมื่อก่อนก็ซื้อ ๆ ๆๆๆๆ ทุกอาทิตย์จริง ๆ
จนพนักงานร้านค้าในสยามเซ็นเตอร์กับ discovery เวลาเดินผ่าน
ยกมือไหว้ก้นทั้งห้าง........
ใช่ หนังล้อเลียนเสียดสีจริง ๆ.....เหมือนพี่กับเพื่อนเลย...........
ยิ่งตอนนางเอกเลือกพัด ไม่รู้จะเอาสีไหนดี
เพื่อนมันบอกว่า "ถ้าเป็นแก สงสัยเอาทุกสี" เป็นแบบน้านจริง ๆ
ตอนนี้ยังมี stock เสื้อยืดคอกลม Benetton ที่ซื้อสมัยเรียนอยูอังกฤษ
ซื้อทุกทีเลยอ่ะ........ยังไม่ได้ใส่ตั้งหลายตัว
เอามาใส่ทรงก็เชย จะบริจาคก็เสียดาย มันแพง.....

เก็บไว้ก่อน
ถ้าได้อ่านนิยายยิ่งหนุกใหญ่
ความจริงเนื้อเรื่องนี่ ต้องเป็นเรื่องราวในอังกฤษ
(แล้วถ้าเจอตอนตะลุยนิวยอร์ค นี่ จะเปลี่ยนเป็นอาราย...ปารีส เหรอ)
ตอนแรกคิดว่าจะเป็นหนังอังกฤษแบบ NottingHill, บริดจิดโจน์ ไดอารี่ อารายประมาณนั้น
หนังอังกฤษ style นี้ มุขตลก ๆ เด็ดกว่าหนังอเมริกันอีก
ในหนังสือ รีเบคก้า ต้องไปทำงานที่ร้าน GAP ด้วย
แล้วเธอก็โดนไล่ออก เพราะถูกจับได้ว่า
ไปกั๊กเสื้อตัวที่เธอปิ๊ง ไม่ยอมขายลูกค้า
เก็บไว้ตอน sales จะได้ซื้อเอง
เธอเลยต้องคิดว่าจะประหยัดงัย โดย list ออกมาวิธีประหยัด
เช่น เอากาแฟ กับแซนวิส ทำเอง ไปกินที่ทำงาน
แต่เธอก็รูดค่าอุปกรณ์ทำแซนวิส กับเครื่องทำกาแฟ ทั้งหลาย หมดตังส์ไปเยอะ
โค ตะ ระ ต๊อง เลย......

อ้อ......ชอบพระเอก น่ะ
เมื่อวานนี้ คุณตู่ เจ้าของหนัง เอาหนังสือชุดมานี้มาให้อ่าน
อีก 4 เล่ม เพราะพี่มีแค่เล่มเดียว (อ้อ .....เล่มแรก พี่มนเขา
ตั้งใจซื้อให้พี่อ่านเลยล่ะ......บอกว่าโค ตะ ระ เหมือนพี่กับ buddy เลย.....

)
ตอนนี้เลิกทำตัวแบบนี้แล้ว
เศรษฐกิจไม่ดี แล้วก็ ไม่มีที่จะเก็บเลย
อัดเป็นก้อน ๆ อยู่ในตู้เยอะ แล้วก็ลามไปถึง ตู้น้องฝ้าย แล้วก็ตู้ที่บ้านบางนา.....
