S'pore ได้รับการจัดอันดับเป็นที่๑ ของโลกด้านนวัตกรรม บุคลากรเขามีประสิทธืภาพ และประสิทธิผลสูง น่าทึ่งครับ
ไปสิงค์โปร์อย่าลืมทานลอดช่องเผื่อด้วยนะ

หลัก๑๔ ข้อนี้อาจเพิ่มประโยชน์ให้คุณจ๋อมคนเก่ง และเพื่อนๆชาวเวปครับ

14 วิธีฝึกให้เป็นคนแข็งแกร่ง (ทนวิกฤตชีวิต)
ชีวิตคนส่วนใหญ่คงจะหนีช่วงเวลาแห่งภาวะวิกฤต หรือความยากลำบากไม่ได้ ยกเว้นท่านที่มีบุญมากหรือเกิดมาบนถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ... ประเภทชีวิตราบรื่นราวกับกระทะเคลือบเทฟลอน หรืออะไรทำนองนั้น
อาจารย์แพทย์แห่งเว็บไซต์สถาบันเมโยคลินิก สหรัฐฯ ตีพิมพ์คำแนะนำในการฝึกกาย-ใจให้แข็งแกร่ง (ทนทานวิกฤต = resilience) ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง และปรับเปลี่ยนบางส่วนแบบ "ไทยหลายคำ-อังกฤษไม่กี่คำ" เพื่อให้พวกเราได้ศัพท์ภาษาอังกฤษไปด้วยครับ
(1). Use humor or laughter = ฝึกให้มีอารมณ์ขันหรือหัวเราะ (humor = อารมณ์ขัน; laugher = เครื่องช่วยให้หัวเราะ เช่น หนังสือตลก ฯลฯ)
• อารมณ์ขันหรือการหัวเราะมีส่วนช่วยให้คนเราทนทานต่อสถานการณ์ได้ดีขึ้น วิธีง่ายๆ คือ หาหนังสือขำขันหรือหนังประเภทนี้มาดูเป็นครั้งคราว หรือจะฝึกหัวเราะให้เป็นจากครูบาอาจารย์ก็พอช่วยได้เช่นกัน
...
(2). ฝึกร้องเพลงหรือสวดมนต์
• ฝึกร้องเพลง เช่น หา VCD, DVD คาราโอเกะ ฯลฯ มาไว้ประจำบ้าน ร้องเพลงตามโอกาส หรือหาหนังสือสวดมนต์มาสวดเป็นประจำทุกวัน
• การสวดมนต์ก่อนนอนเป็นประจำมีส่วนช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น ช่วยบริหารทางเดินหายใจ และช่วยเสริมสร้างสมาธิ
...
(3). ฝึกมองโลกในแง่ดี
• ฝึกมองโลกในแง่ดี โดยพยายามชมคนรอบข้างให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง... ให้ชมออกมาเป็นคำพูด อย่าชมในใจ เมื่อชำนาญแล้วให้เพิ่มการชมคนอื่นเป็นวันละ 3 ครั้งหลังอาหารหรือมากกว่านั้น
...
(4). Get connected = สร้างความสัมพันธ์ (เครือข่าย)
• เลือกคบญาติสนิทมิตรสหาย เน้นคนที่มองโลกในแง่ดี หนีคนที่มองโลกในแง่ร้าย และสร้างความสัมพันธ์ เช่น ไปมาหาสู่หรือโทรศัพท์ติดต่อทุกๆ สัปดาห์ หาของขวัญ ขนม หรือของฝากไปให้บ้าง ฯลฯ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้แนบแน่น
• การมีเครือข่ายจะช่วยให้เรามีคนร่วมทุกข์ในยามยาก ช่วยผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาได้
...
(5). Learn from your experiences = เรียนรู้จากประสบการณ์
• คนเราควรจะ "เรียนรู้" บทเรียนจากประสบการณ์ชีวิตให้ได้... ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ชนะหรือพ่ายแพ้ และนำมาทบทวนดูว่า เวลาเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ เราปรับตัวอย่างไร
• เลือกใช้การปรับตัวที่ดี เช่น นอนให้พอ ปรึกษาหารือกับญาติสนิทมิตรสหาย กินอาหารครบทุกหมู่พอประมาณ ออกกำลัง ฯลฯ
• หลีกเลี่ยงการปรับตัวร้ายๆ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หนีงาน หนีเรียน ฯลฯ
...
(6). Remain hopeful and optimistic = รักษาความหวังและการมองโลกในแง่ดีไว้ (hopeful = มีความหวัง; optimistic = เป็นคนมองโลกในแง่ดี)
• ของในโลกนี้ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน... เดี๋ยวร้ายเดี๋ยวดี ทว่า... การรักษาความหวังและการมองโลกในแง่ดีไว้มักจะช่วยให้คนเราทนทานมากขึ้น
• วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คนเราทนทานต่อชีวิตได้ คือ การฝึกเป็นอาสาสมัครไปช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่าเราตามโอกาส หรืออาสาสมัครทำอะไรดีๆ เช่น ปลูกป่าชายเลน ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้จิตใจของเราแข็งแกร่ง และเห็น "ธรรมดาของโลก" ได้ดีขึ้น
...
(7). Take care of yourself = ใส่ใจตัวเราเอง (take care of = ใส่ใจ เอาใจใส่)
• ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือร้าย... เราควรใส่ใจสุขภาพของเราเสมอ โดยเฉพาะการออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ กินอาหารสุขภาพพอประมาณ (ไม่มากหรือน้อยเกิน) นอนให้พอ
• พระรูปหนึ่งท่านสอนว่า "เหงื่อออกมาก-น้ำตาออกน้อย เหงื่อออกน้อย-น้ำตาออกมาก" นั่นคือ ถ้าขยันขันแข็งแล้ววันหลังจะได้ไม่เสียใจ และถ้าออกกำลังให้เหงื่อออกเป็นประจำแล้ว จะไม่ซึมเศร้า ท้อแท้อะไรง่าย
...
(

. Accept and anticipate change = ยอมรับและคาดการณ์ไปข้างหน้า (anticipate = คาดการณ์ พยากรณ์; change = ความเปลี่ยนแปลง)
• หมั่นติดตามข้อมูลข่าวสาร และเรียนรู้เรื่องใหม่อยู่เสมอ... เวลามีเหตุการณ์อะไรจะได้คาดการณ์ และเตรียมการได้ล่วงหน้า
...
• ตัวอย่างเช่น ถ้าติดตามข่าวสารอยู่เสมอจะพบว่า เศรษฐกิจทั่วโลก (ปัญหาปากท้อง การค้าขาย) ตอนนี้กำลังตกต่ำ และจะตกต่ำแบบนี้ไปประมาณ 1-6 ปี รู้แล้วก็ไม่ต้องไปกังวลมาก เพราะช่วงนี้โลกยังไม่แตก และวงจรการค้าโลกก็เป็นเช่นนี้คือ มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา
• สิ่งที่สำคัญมากคือ อย่ามีหนี้ที่ไม่จำเป็น เก็บเงินออมไว้บ้าง
...
(9). Work toward goals = ไปให้ถึงเป้าหมาย (goal = เป้าหมาย)
• ความสำเร็จใหญ่ๆ มักจะมาจากความสำเร็จเล็กๆ หลายๆ ครั้ง และคั่นด้วยความล้มเหลวหลายๆ ครั้งในระหว่างเสมอ... คนที่ยืนหยัดได้นานจึงจะไปถึงเป้าหมายได้
...
• ถ้าเราเป็นนักเรียนนักศึกษา... หน้าที่ของเราคือ ศึกษาเล่าเรียนเป็นหลัก กิจกรรมอื่นๆ และการสังสันทน์กับเพื่อนฝูงเป็นเรื่องรอง ควรคิดถึงความยากลำบากของพ่อแม่ ผู้ปกครองบ่อยๆ ตั้งอกตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อไปให้ถึงอนาคตที่ดีขึ้นทีละน้อยๆ
...
(10). Take action = ลงมือทำ (action = การกระทำ)
• การคิดการณ์โน่นนี้ หรือวางแผนสารพัดจะไม่เกิดผล... ถ้าไม่เริ่มต้นลงมือทำ เพราะฉะนั้นอะไรที่ควรทำก็ขอให้ลงมือทำวันนี้ ทำทีละน้อย ค่อยๆ ทำ และทำให้ต่อเนื่องดีกว่าการคิดโดยไม่ลงมือทำ
...
(11). Learn new things about yourself = เรียนรู้เรื่องใหม่ให้สอดคล้องกับตัวเรา
• คนเราควรจะเก่งมากๆ ใน "เรื่องหลัก" เช่น วิชาชีพ ฯลฯ ให้ได้สักเรื่อง และเก่ง "เรื่องรอง" หรือเรื่องชีวิตให้ได้หลายๆ เรื่อง
...
• ตัวอย่างเช่น การทำกับข้าวให้เป็นจะช่วยให้เราประหยัดไปได้ตลอดชีวิต การเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ 3 เช่น ภาษาจีน ฯลฯ การสร้างนิสัยรักการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้... จะช่วยให้เราเข้าใจโลกได้กว้างขวางกว่าเดิมมาก
• สมัยก่อนโค้ชกีฬาได้รับความนิยมสูงมาก... ยุคนี้โค้ชทางด้านการออกกำลัง และโค้ชด้านอาหารหรือนักโภชนาการได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากองค์ความรู้แบบนี้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างกว้างขวาง การหาความรู้ด้านสุขภาพเสริมเข้าไปจะทำให้ชีวิตเราแข็งแกร่ง และปลอดภัยขึ้นมากทีเดียว
...
(11). Think better of yourself = คิดถึงตัวเราในแง่ที่ "ดีขึ้น"
• บันทึกการทำดีของเราไว้เงียบๆ และทบทวนการทำดีของเราเป็นระยะๆ เพื่อเสริมการมอง "ตัวเรา" ในแง่ดี
• ให้รางวัลตัวเองเมื่อทำอะไรดีๆ ได้ตามแผนที่วางไว้ เช่น ถ้าต้องการลดน้ำหนัก 5 กิโลกรัม... อาจให้รางวัลตัวเองเมื่อลดได้ทุกๆ ครึ่งกิโลกรัม ฯลฯ
...
(12). Maintain perspective = รักษาทัศนคติ (อย่ามองตัวเราในแง่ร้าย)
• เราก็คือเรา... ฝรั่งมีคำกล่าวว่า 'Be good. Be you.' แปลว่า "ขอให้เป็นคนดี และขอให้เป็นอย่างที่เราเป็น" ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบตัวเรากับคนอื่น ซึ่งอาจจะทำให้อะไรๆ แย่ลง
...
• อาจารย์จิตแพทย์ท่านหนึ่งเล่าว่า คนไข้ของท่านรายหนึ่งเป็นเศรษฐียี่สิบล้าน (มีเงิน 20 ล้านบาท) บ่นอยากตาย ท้อแท้ เพราะสู้เพื่อนที่มี 200 ล้านไม่ได้... นี่เป็นผลจากการเปรียบเทียบตัวเรากับคนอื่น
• เราจะมีอะไรมากน้อยเท่าไรก็เป็นเรื่องของเรา ขอให้เรามีความสุขพอประมาณ และ "รู้สึกพอ" บ้าง นั่นก็ดีมากแล้ว เพราะโลกของเราไม่มีใครยากจนไปมากกว่า "คนที่ไม่รู้จักพอ"
...
(13). Live with it, not for it. = อยู่กับมัน ไม่ใช่เพื่อมัน
• ชีวิตคนเราอาจจะมีชะตากรรมหลายๆ อย่างที่ไม่ค่อยดีเกิดกับเรา เช่น โรคภัยไข้เจ็บ ความพิการ ความไม่สมหวัง หรืออะไรๆ ที่ "ไม่ได้ดังใจ" ฯลฯ
...
• ฝรั่งมีคำกล่าวหนึ่งคือ 'Live for it, not for it' คือ เรื่องบางเรื่องก็ต้องใช้ยา "ทำใจ" และ "อยู่ร่วมกับมัน (ชะตากรรม)" ให้ได้ เช่น ถ้าเราเป็นเบาหวานก็อาศัยการควบคุมอาหาร กินยา ฉีดยา หรือดูแลรักษาอะไรไปตามเรื่อง ทำในส่วนที่เราทำได้ให้ดี... ที่เหลือก็ต้อง "ทำใจ" ให้ได้กันละ ฯลฯ
• ญี่ปุ่นก็มีคำกล่าวเหมือนกันคือ ให้ทำส่วนของเราให้ดี ที่เหลือเป็นเรื่อง 'karma' (กรรมหรือผลของกรรม) ที่เราต้องยอมรับให้ได้ด้วยการ "ทำใจ"
...
(14). Choose second best = ดีที่สอง ดีรองลองไป (ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดหรือ best)
• ชีวิตคนที่มีแต่เรื่องที่ดีที่สุด (best) เช่น สอบได้ที่ 1 ทุกชั้น รวยมาตั้งแต่เด็ก ลงทุนอะไรกำไรหมด ใช้รถเบนซ์ ฯลฯ คงจะมีไม่กี่คน (เป็นพวก "ชนกลุ่มน้อย" บนหอคอยงาช้าง)
...
• ชีวิตของคนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยได้อะไรที่ดีที่สุด แต่จะได้ "อะไรที่ดีรองลงไป (second best)"... ถ้าเราพลาดหวังจากอะไร ไม่ว่าจะกี่ครั้ง... นั่นก็เป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่
• ไม่ใช่เราคนเดียวที่เกิดมาแล้วพบกับความผิดหวัง... คนอื่นก็พบกับความผิดหวังหลายๆ ครั้งเช่นกัน ยาของเรื่องนี้ก็เป็นยา "ทำใจ" เช่นกัน ทำใจแล้วจะอยู่กับอะไรๆ ที่ดีรองลงไปได้ เช่น ถ้าจะใช้คอมพิวเตอร์ก็ไม่ต้องใช้รุ่นสุดยอด ราคาเป็นแสนๆ ใช้ที่ดีรองลงไป ราคาเป็นหมื่นๆ ให้ได้ แล้วชีวิตจะ "เบาไปแยะเลย"