แชร์เทคนิค “พ่อแม่ที่ดี” ควรเป็นอย่างไร
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 กันยายน 2552 17:19 น.
หลายคนอาจสงสัยว่า เป็นพ่อแม่อย่างไรถึงจะไม่เข้าข่าย ‘พ่อแม่รังแกฉัน’และทำอย่างไรถึงจะได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ’ เพราะทุกวันนี้ เด็กๆหลายคนที่โตมาพร้อมความรักของพ่อแม่และมีความพร้อมไปในทุกๆด้านก็ยังเสียคน รวมไปถึงการมีปัญหาในครอบครัวมานับไม่ถ้วน
ทั้งนี้บรรดาคุณพ่อคุณแม่จากหลายประเทศได้แบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูกที่ต่างกัน ซึ่งจากหลายๆครอบครัวนั้น มีความเห็นตรงกันว่า เทคนิคการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนั้นต้องควบคู่ไปกับพ่อแม่ที่ต้องเป็นพ่อแม่ที่มีคุณภาพด้วย
ภาพจาก
www.parenting.com ดังนั้น กลุ่มคุณพ่อคุณแม่ดังกล่าวจึงได้รวบรวมประสบการณ์และได้สรุปเทคนิคของการเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดีได้โดย 5 วิธีดังนี้
1. พ่อแม่ที่ดี...ควรนั่งเล่นเกมกับลูก
แม้ว่าปัจจุบันนี้ พ่อแม่หลายคนมีอคติกับเกมมากขึ้น บางครอบครัวถึงกับประกาศกฎเหล็กห้ามลูกเล่นเกม ซึ่งเด็กๆที่ถูกสั่งห้ามหลายคนก็เลือกการแอบเล่นเกมตามร้านอินเทอร์เน็ต โดยส่วนใหญ่มักยอมหนีเรียนเพื่อมาเล่นเกมก่อนกลับบ้านก็มี
คุณแม่เว็นดี้ ฮาร์ท เบคแมน จากซินซินนาติ เผยว่า ถ้าลูกชอบเล่นเกมมากนัก คุณพ่อคุณแม่ควรคุยกับลูกถึงระเบียบวินัยในการเล่นให้ชัดเจน อย่าไป ‘หักดิบ’ ลูก โดยการสั่งงดเล่นทันทีเป็นอันขาด เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะเชื่อฟังเราอย่างง่ายดาย
ทั้งนี้ เธอแนะว่า หากบ้านไหนมีลูกติดเกม ควรใช้วิกฤตตรงนี้เป็นโอกาสในการที่เราจะได้ใกล้ชิดเขาให้มากที่สุด ซึ่งวิธีที่พ่อแม่ทุกคนควรทำนั้นคือ การสละเวลานั่งเล่นเกมกับลูกด้วย
หลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ แต่คุณแม่เว็นดี้ให้เหตุผลว่า ถ้าพ่อแม่คนไหนเลือกที่จะนั่งอยู่กับลูกและเล่นไปพร้อมๆเขา ลูกจะรู้สึกสนุกและไว้ใจพ่อแม่มากขึ้น โดยที่เขาเองไม่จำเป็นต้องออกไปเล่นข้างนอกบ้าน
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงเวลาว่างๆที่พ่อแม่และลูกได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันนั้น พ่อแม่จะได้เรียนรู้นิสัยและพฤติกรรมของลูกเวลาที่เขาทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ทุกคนต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน มีข้อตกลงที่พ่อแม่และลูกพบกันคนละครึ่งทาง ไม่ใช่เล่นไปเล่นมา ทั้งพ่อแม่ลูกกลายเป็นคนติดเกมไปกันหมด
ภาพจาก
www.geeksugar.com 2. พ่อแม่ที่ดี...ควรใช้ไดอารี่เป็นที่ระบาย
เรื่องยุ่งเหยิง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้าน ที่ไม่ว่าจะมาจากคุ่ชีวิต หรือลูก อาจกลายเป็นชนวนปัญหาสร้างความขุ่นเคืองอารมณ์ให้กับพ่อและแม่ได้ ซึ่งหลายครั้งที่ลูกๆต้องตกเป็นที่ระบายอารมณ์ของทั้งคู่โดยที่พ่อแม่เองอาจไม่ได้ตั้งใจที่จะทำเช่นนั้น แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้นั่นเอง
การที่คนเราจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้นั้น ไดอารี่ก็มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพของพ่อแม่ได้ไม่น้อย ทั้งนี้คุณแม่คริสติน หลุยส์ ฮอลบอม จากเยอรมันแนะว่า ‘ไดอารี่’ คือสิ่งที่ช่วยปลดชนวนความคิดอยู่หลายครั้ง
เธอเล่าว่า หลายคนมักจะเขียนไดอารี่ตอนที่มีความสุข แต่เมื่อความทุกข์ถามหากลับไม่มองมาที่มันสักครั้ง ซึ่งจริงๆแล้วอยากบอกว่าไดอารี่ช่วยพยุงอารมณ์และความรู้สึกอยู่หลายครั้ง
“การเขียนบรรยายความรู้สึกลงในสมุดสักเล่ม เป็นวิธีการระบายอารมณ์วิธีหนึ่งที่ทำให้เราสามารถก้าวผ่านความฉุนเฉียวและไปลงกับลูกได้เป็นอย่างดี ส่วนอีกประการหนึ่งนั้นคือ หากลูกเห็นว่าพ่อแม่มีสมุดบันทึกเป็นที่รองรับความคิดผ่านตัวอักษร ตัวอย่างแบบนี้ก็จะทำให้เขานำไปปฏิบัติบ้าง”
อย่างไรก็ดี การใช้ไดอารี่เป็นที่ระบายความรู้สึกนั้น ยังทำให้พ่อแม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อีกด้วย และในที่สุดลูกก็จะไม่หดหู่เพราะพ่อแม่ไม่ตวาดใส่ พ่อแม่เองก็ไม่ฉุนเฉียวและไม่เป็นผู้ทำร้ายความรู้สึกของลูกๆอย่างไร้สติอีกต่อไป
3. พ่อแม่ที่ดี...ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม
แน่นอนว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนมักตั้งใจที่จะเอาเวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูก โดยเฉพาะตอนที่ลูกยังอยู่ในวัยแบเบาะ แต่เมื่อลูกโตขึ้น เวลาที่เคยมีอาจหายไปอยู่กับการทำงานและเพื่อนฝูงจนลืมครอบครัวซึ่งกลายเป็นสาเหตุของการแบ่งเวลาที่ไม่สมดุลกัน
ดังนั้นไม่ใช่ว่าการที่คนๆหนึ่งมีครอบครัวนั้น มันไม่ได้หมายความว่า จะมีห่วงไว้คล้องคอ และมีโซ่ไว้ล่ามตัวจนไปไหนมาไหนไม่ได้ เพราะพ่อแม่ที่ดีควรรู้จักแบ่งเวลาทั้งการทำงาน เพื่อนฝูงและครอบครัวให้พอดี และลงตัว เพื่อที่ว่าจะไม่เกิดปัญหาครอบครัว และการทำงานในอนาคต
ทั้งนี้ หากมองในมุมของพ่อแม่ที่ต้องพาลูกๆไปไหนต่อไหนด้วยเวลาไปสังสรรค์นั้น พ่อแม่ควรหาโอกาสสอนให้ลูกรู้จักสังคมที่แท้จริงและสอนให้เขารู้จักกาลเทศะ เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่พูดจาแทรกขึ้นมาระหว่างการสนทนาของผู้ใหญ่
แทมมี เบอร์แมน คุณแม่จากนิวยอร์ก เล่าว่า เด็กๆมักจะชอบฟังเวลาผู้ใหญ่คุยกันซึ่งมันคือธรรมชาติของเด็กทั่วไป แต่พ่อและแม่ก็ต้องสอนลูกด้วยว่า ให้รู้จักมารยาทและมีสัมมาคาราวะด้วย
“ทุกครั้งที่มีโอกาสไปสังสรรค์กับเพื่อนๆแล้วลูกไปด้วย มันเป็นโอกาสที่เขาจะได้ทำความรู้จักคำว่า ‘มิตรภาพ’ ของพ่อแม่กับเพื่อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่า ความจริงใจและความรักระหว่างเพื่อน รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆของพ่อและแม่นั้น จะเป็นสิ่งที่ลูกๆสามารถซึมซับมันได้เป็นอย่างดี”
ภาพจาก
www.thelovelyroom.com 4.พ่อแม่ที่ดี...ควรให้ลูกตัดสินใจบางอย่างด้วยตัวเอง
เด็กๆคือบุคคลที่มีโลกส่วนตัวสูงจนพ่อแม่ยากจะเข้าถึง ดังนั้นกิจกรรมหรือการแต่งตัว รวมไปถึงจินตนาการของเขา พ่อแม่ที่ดีควรปล่อยและให้อิสระกับลูกในการคิดและแสดงออกอย่างเต็มที่
ทั้งนี้การตัดสินใจบางอย่างที่ลูกสามารถทำได้นั้นคือลูกสาวอาจจะอยากแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิง ลูกชายอาจจะอยากกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมที่ลูกๆอยากเลียนแบบใครสักคนที่เขาชื่นชอบ รวมไปถึงการเลือกซื้อของ เช่นหนังสือ การตกแต่งห้องนอน และงานอดิเรกมันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้โดยที่พ่อแม่ยืนดูและเป็นผู้ที่คอยให้คำปรึกษาเท่านั้น
5.พ่อแม่ที่ดี...ควรรู้จัก "ปฏิเสธ" กับลูกบ้าง
จริงอยู่ที่คนเป็นพ่อแม่ทุกคนก็หวังจะทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญไปในเรื่องของการตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกเท่าที่พ่อแม่จะทำได้
แต่ทว่าบนความรักของพ่อแม่นั้น ก็ควรตั้งอยู่บนเหตุและผลด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าลูกอยากได้สิ่งใด พ่อแม่ก็ให้อย่างไร้การปฏิเสธ เพราะหากทำเช่นนั้นแล้ว ในที่สุด‘การตามใจลูก’ มันก็จะเปรียบเสมือนดาบสองคมที่กลับ มาทำร้ายลูกเช่นกัน
ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้รักอยู่บนเหตุผลและกฎเกณฑ์ของครอบครัว ซึ่งพ่อแม่ควรให้ลูกๆเข้าใจในการปฏิเสธนั้นๆด้วย อย่าปล่อยให้เขาแคลงใจเป็นอันขาด
เรียบเรียงข้อมูลบางส่วนจาก
www.parenting.com พี่ปิงปองว่าไงขอรับ
