Leelart.net
พฤษภาคม 26, 2012, 12:24:04 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ... โปรดลงทะเบียน เพื่อการใช้งานเว็บบอร์ดที่สมบูรณ์แบบครับ...
... ลีลาศเว็บบอร์ดจะเปิดรับการลงทะเบียนสมาชิก ครั้งต่อไป ในวันที่ 25-29 ธันวาคม 2553 ...

... การเปิดรับการลงทะเบียน ในโอกาสต่อไป จะมีกำหนดไม่เกิน 3 วันในแต่ละครั้งที่เปิดรับ ...
..ลงทะเบียนแล้วกรุณารอเมล์ตอบรับจากระบบ(3-5นาที)แล้วเข้ามายืนยันการใช้งานในทันที หรือก่อนปิดรับการลงทะเบียน..

... โปรดงดการโปรโมทเว็บไซต์อื่นๆ นอกเหนือจากเว็บของเครือข่ายลีลาศดอทเน็ต หรือเว็บไซต์ภายใต้ความร่วมมือกัน...
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กาลครั้งหนึ่ง....แม่สอนว่า  (อ่าน 2593 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
alisa
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #40 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2009, 02:17:54 PM »



แม่/ยาย.สอนว่า"อย่าเอาเปรียบใคร..แม้แต่ตัวเอง"...
..การให้เป็นสิ่งดีเหมือนกับการทำบุญ.แต่..."ถ้าให้แล้ว ไม่ต้องเสียดาย"


.สวัสดีน้องลิซ่า..ไม่ว่างซะนานหลายวัน..ตอนนี้กลับสู่ที่ตั้งแล้ว.พอมีเวลาแว๊บเข้ามาเยี่ยมเยียนทุกวันเหมือนเดิม.
สาธุ ครับป้าอ๊อด...ช่าย...ช่าย...ให้แล้ว อย่าเสียดาย
 ขอบคุณครับ...จุ๊..บุ...จุ๊...บุ... ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,511



« ตอบ #41 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2009, 10:27:04 AM »

บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
alisa
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #42 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2009, 06:18:22 PM »


ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ขอบคุณก๊าบบบ..... ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,511



« ตอบ #43 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2009, 09:44:08 AM »



สวัสดีน้องลิซ่า...ว่างงานหรือยังจ๊ะ...
บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
alisa
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #44 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2009, 11:07:00 AM »



สวัสดีน้องลิซ่า...ว่างงานหรือยังจ๊ะ...
สวัสดีครับป้าอ๊อด...ตอนนี้ยังว่างอยู่ครึ่ง ช.มแล้วเดี๋ยวต้องไปที่หอประชุม ร.รฤทธิยะ แล้วครับ โครงการคลีนิคคุณธรรม....ของหมวดสังคมครับ....ช่วงนี้งานรันยาวครับ วันเสาร์ที่ี 20นี้มีงานเปิดตัววงดนตรีลูกฤทธิยะ....ปีนี้เข้าร่วมประกวดรายการชิงช้าสวรรค์....ก็ต้องให้กำลังใจลูกๆหน่อยครับแต่ไม่คาดหวัง...ให้เด็กๆทำให้เต็มที่ หาประสบการณ์ไปก่อน....งานผมของตัวเองก็ต้องเตรียมงานโชว์ช่วยอาจารย์...นางแบบ..นายแบบผมที่ผมแข็งแรงไม่ผ่านเคมีหายากครับ...ส่วนมากช่างผมของญี่ปุ่น สิงคโปร์ จะเน้นเรื่องคุณภาพผมมาก......แต่ที่ต้องจัดการให้เสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้คือ ไปรับหนังสือจากเสถีรธรรมสถาน มาจัดจำหน่ายนำรายได้เข้าโครงงานคุณธรรม แล้วยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักพิมพ์ เปเปอร์คอรัส ที่ัจัดทำหนังสือธรรมะตั้งไข่ และอีกหลายเล่ม มาช่วยกันสร้างคุณธรรมนำเด็กไทย  ยังไม่ได้พิมพ์หนังสือขอบคุณเลยครับ....ป้าอ๊อดอยูข้างๆลิซ่านะ..นะ... จุมพิต จุมพิต จุมพิต ลังเล ลังเล ลังเล เป็นลูกที่แย่...แต่อยากเป็นแม่ที่ดี..เพลงของปุ๊กกี้ ใช่ไหมเอ่ย  อายจัง อายจัง ลังเล ลังเล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 16, 2009, 11:09:44 AM โดย alisa » บันทึกการเข้า
chai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,837


« ตอบ #45 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2009, 12:54:24 PM »

เรียนท่านผู้นำทางจิตวิญญาณ ยิงฟันยิ้ม
ถ้าเป็นไปได้นะครับพี่ลิซ่า ช่วยขยายแนวคิด "คลีนิคธรรมะ"
นำทรัพยากรพระกับวัด๓๐.๐๐๐กว่าแห่งทั่วปท.มาทำปย. ให้สค(สังคม)

เปิด๑๒-๑๘น ชาวบ้านทุกระดับเข้ามาปรึกษาปัญหาชีวิต-งาน แล้วได้ธรรมะไปช่วยให้จิตสงบ
สติสว่างแก้ปัญหาแต่ละครอบครัว แต่ละองค์กรได้โดยไม่เครียดนะ
สังคมไทยจะได้ลดความขัดแย้ง มีสุข ประเทศจะได้เดินหน้าสู่อารยะ ดีไม๊จ้า ขยิบตา
บันทึกการเข้า
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,511



« ตอบ #46 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2009, 10:04:28 AM »



.สวัสดีน้องลิซ่า.
.อะไรที่ทำแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนและเรามีความสุขก็ทำไปเถอะค่ะ..
.ทำงานกับเด็กๆเราจะเหนือยมากๆ แต่มีความสุข  ผลออกมาก็น่าปลื้มใจ
.ทำงานกับผู้ใหญ่เราทำงานง่าย แต่ไม่สนุก ผลจะออกมาอย่างไรยากจะคาดเดา.




.ถ้าวัยยังไม่ร่วงเลยถึงป่านนี้จะไปเป็นนางแบบผมให้.เพราะผมป้าไม่ต้องใช้สารเคมีเพราะดีมาแต่เด็กทั้งผมและเล็บแข็งแรงมาก..
.ตั้งแต่เด็กใช้น้ำมันมะพร้าว..มะกรูด..เหล้าขาว..ใบน้อยหน่า...ยาฉุน...แล้วแต่วาระที่จำเป็น.ตอนนี้เหลือมะกรูดอย่างเดียวเท่านั้น.ไม่ต้องทำสีดำธรรมชาติค่ะ.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 17, 2009, 10:06:25 AM โดย ป้าอ๊อด » บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
alisa
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #47 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2009, 06:28:08 PM »





.ถ้าวัยยังไม่ร่วงเลยถึงป่านนี้จะไปเป็นนางแบบผมให้.เพราะผมป้าไม่ต้องใช้สารเคมีเพราะดีมาแต่เด็กทั้งผมและเล็บแข็งแรงมาก..
.ตั้งแต่เด็กใช้น้ำมันมะพร้าว..มะกรูด..เหล้าขาว..ใบน้อยหน่า...ยาฉุน...แล้วแต่วาระที่จำเป็น.ตอนนี้เหลือมะกรูดอย่างเดียวเท่านั้น.ไม่ต้องทำสีดำธรรมชาติค่ะ.

[/quote]
โอ้ววว...ผมป้าอ๊อดมีน้ำหนักมากมายครับ...ใช้มะกรูดสระผมเผาก่อนด้วยหรือเปล่าครับ...สุดยอดแม่หญิงไทย....งานนี้ถ้าป้าอ๊อดอยากเปลี่ยนสีผมเป็นบลอน์ทอง...ช่างหนักใจครับเพราะผมได้ถูกบำรุงและเคลือบจากสมุนไพรธรรมชาติมาแล้ว....แค่น้ำมันมะพร้าวของดีที่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครใช้เพราะยุ่งยาก...เนอะหนะ....แต่เป็นตัวบำรุงผมเสียได้ดีมาก...จนเค้านำมาสกัดเป็นวิตามินบำรุงผม ราคาต่อเม็ดไม่เบาเลย.....กระซิบนะครับป้าอ๊อด เรามาล่อลวงสาวเท่ห์ที่อยู่ข้างกายป้าอ๊อด มาเคลือบผมด้วยน้ำมันมะพร้าวกันเถอะครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ปฏิบัตการน้ำมันมะพร้าวกับสาวสวย ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ป้าอ๊อด
Meeting Staff
Hero Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5,511



« ตอบ #48 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 03:56:15 AM »

น้องลิซ่า..
ช่างทำผมไม่ค่อยชอบลูกค้าอย่างป้าเท่าไหร่..ดัดยากต้องใช้เวลานานนนนนมากกกก แค่ปลายผมยังใช้เวลาเป็นวัน ก็ดีไม่ต้องดัด
เคยทำสีหนึ่งครั้งแค่ไฮไลท์นิดหน่อยช่างก็บ่นวันเดียวไม่สำเร็จ  ก็ไม่ต้องทำแล้วไม่ชอบด้วยที่ผมกระด้างจับแล้วแห้งแข็งกระด้าง
เด็กๆยายสอนให้ทำน้ำมันมะพร้าวเอง ตอนนั้นอยู่ประจวบมีมะพร้าวเยอะ  ชอบทำเพราะเวลาเคี่ยวจะหอมมาก  และใช้ทำประโยชน์หลายอย่าง
ป้าจำได้แต่ว่ายายเอามาใส่ผมให้  ถ้าเป็นเหาก็ยาฉุน/ใบน้อยหน่ากับเหล้าขาว  เหล้าขาวก็บำรุงรากผมดีด้วยผมดำเหมือนกัน ป้าเพิ่งเลิกใช้ไม่กี่ปีนี่เอง
ตอนนี้ไม่ได้เผามะกรูดแต่ใส่ไมโครเว็บค่ะ ได้น้ำมันเหมือนกัน ชอบมะกรูดที่ใช้หมักแล้วผมนิ่มลื่น มีน้ำหนัก
บันทึกการเข้า

แม้ปากจะไม่หวานเหมือนใคร...แต่ความจริงใจ..เต็มเปี่ยม..
Alisa (ping-pong)
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,219



« ตอบ #49 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2009, 09:56:56 AM »

น้องลิซ่า..
ช่างทำผมไม่ค่อยชอบลูกค้าอย่างป้าเท่าไหร่..ดัดยากต้องใช้เวลานานนนนนมากกกก แค่ปลายผมยังใช้เวลาเป็นวัน ก็ดีไม่ต้องดัด
เคยทำสีหนึ่งครั้งแค่ไฮไลท์นิดหน่อยช่างก็บ่นวันเดียวไม่สำเร็จ  ก็ไม่ต้องทำแล้วไม่ชอบด้วยที่ผมกระด้างจับแล้วแห้งแข็งกระด้าง
เด็กๆยายสอนให้ทำน้ำมันมะพร้าวเอง ตอนนั้นอยู่ประจวบมีมะพร้าวเยอะ  ชอบทำเพราะเวลาเคี่ยวจะหอมมาก  และใช้ทำประโยชน์หลายอย่าง
ป้าจำได้แต่ว่ายายเอามาใส่ผมให้  ถ้าเป็นเหาก็ยาฉุน/ใบน้อยหน่ากับเหล้าขาว  เหล้าขาวก็บำรุงรากผมดีด้วยผมดำเหมือนกัน ป้าเพิ่งเลิกใช้ไม่กี่ปีนี่เอง
ตอนนี้ไม่ได้เผามะกรูดแต่ใส่ไมโครเว็บค่ะ ได้น้ำมันเหมือนกัน ชอบมะกรูดที่ใช้หมักแล้วผมนิ่มลื่น มีน้ำหนัก

งามธรรมชาติครับที่รัก จุมพิต จุมพิต
บันทึกการเข้า
Alisa (ping-pong)
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,219



« ตอบ #50 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2009, 09:57:40 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
chai
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,837


« ตอบ #51 เมื่อ: กันยายน 21, 2009, 11:27:09 PM »

แชร์เทคนิค “พ่อแม่ที่ดี” ควรเป็นอย่างไร
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 กันยายน 2552 17:19 น.
 
 
       หลายคนอาจสงสัยว่า เป็นพ่อแม่อย่างไรถึงจะไม่เข้าข่าย ‘พ่อแม่รังแกฉัน’และทำอย่างไรถึงจะได้ชื่อว่าเป็น ‘พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ’ เพราะทุกวันนี้ เด็กๆหลายคนที่โตมาพร้อมความรักของพ่อแม่และมีความพร้อมไปในทุกๆด้านก็ยังเสียคน รวมไปถึงการมีปัญหาในครอบครัวมานับไม่ถ้วน
       
       ทั้งนี้บรรดาคุณพ่อคุณแม่จากหลายประเทศได้แบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูกที่ต่างกัน ซึ่งจากหลายๆครอบครัวนั้น มีความเห็นตรงกันว่า เทคนิคการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนั้นต้องควบคู่ไปกับพ่อแม่ที่ต้องเป็นพ่อแม่ที่มีคุณภาพด้วย

 
 
ภาพจาก www.parenting.com
 
 
       ดังนั้น กลุ่มคุณพ่อคุณแม่ดังกล่าวจึงได้รวบรวมประสบการณ์และได้สรุปเทคนิคของการเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดีได้โดย 5 วิธีดังนี้
       
       1. พ่อแม่ที่ดี...ควรนั่งเล่นเกมกับลูก
       
       แม้ว่าปัจจุบันนี้ พ่อแม่หลายคนมีอคติกับเกมมากขึ้น บางครอบครัวถึงกับประกาศกฎเหล็กห้ามลูกเล่นเกม ซึ่งเด็กๆที่ถูกสั่งห้ามหลายคนก็เลือกการแอบเล่นเกมตามร้านอินเทอร์เน็ต โดยส่วนใหญ่มักยอมหนีเรียนเพื่อมาเล่นเกมก่อนกลับบ้านก็มี
       
       คุณแม่เว็นดี้ ฮาร์ท เบคแมน จากซินซินนาติ เผยว่า ถ้าลูกชอบเล่นเกมมากนัก คุณพ่อคุณแม่ควรคุยกับลูกถึงระเบียบวินัยในการเล่นให้ชัดเจน อย่าไป ‘หักดิบ’ ลูก โดยการสั่งงดเล่นทันทีเป็นอันขาด เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะเชื่อฟังเราอย่างง่ายดาย
       
       ทั้งนี้ เธอแนะว่า หากบ้านไหนมีลูกติดเกม ควรใช้วิกฤตตรงนี้เป็นโอกาสในการที่เราจะได้ใกล้ชิดเขาให้มากที่สุด ซึ่งวิธีที่พ่อแม่ทุกคนควรทำนั้นคือ การสละเวลานั่งเล่นเกมกับลูกด้วย
       
       หลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ แต่คุณแม่เว็นดี้ให้เหตุผลว่า ถ้าพ่อแม่คนไหนเลือกที่จะนั่งอยู่กับลูกและเล่นไปพร้อมๆเขา ลูกจะรู้สึกสนุกและไว้ใจพ่อแม่มากขึ้น โดยที่เขาเองไม่จำเป็นต้องออกไปเล่นข้างนอกบ้าน
       
       ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงเวลาว่างๆที่พ่อแม่และลูกได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันนั้น พ่อแม่จะได้เรียนรู้นิสัยและพฤติกรรมของลูกเวลาที่เขาทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ทุกคนต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน มีข้อตกลงที่พ่อแม่และลูกพบกันคนละครึ่งทาง ไม่ใช่เล่นไปเล่นมา ทั้งพ่อแม่ลูกกลายเป็นคนติดเกมไปกันหมด

 
 
ภาพจาก www.geeksugar.com
 
 
       2. พ่อแม่ที่ดี...ควรใช้ไดอารี่เป็นที่ระบาย
       
       เรื่องยุ่งเหยิง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้าน ที่ไม่ว่าจะมาจากคุ่ชีวิต หรือลูก อาจกลายเป็นชนวนปัญหาสร้างความขุ่นเคืองอารมณ์ให้กับพ่อและแม่ได้ ซึ่งหลายครั้งที่ลูกๆต้องตกเป็นที่ระบายอารมณ์ของทั้งคู่โดยที่พ่อแม่เองอาจไม่ได้ตั้งใจที่จะทำเช่นนั้น แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้นั่นเอง
       
       การที่คนเราจะเป็นพ่อแม่ที่ดีได้นั้น ไดอารี่ก็มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพของพ่อแม่ได้ไม่น้อย ทั้งนี้คุณแม่คริสติน หลุยส์ ฮอลบอม จากเยอรมันแนะว่า ‘ไดอารี่’ คือสิ่งที่ช่วยปลดชนวนความคิดอยู่หลายครั้ง
       
       เธอเล่าว่า หลายคนมักจะเขียนไดอารี่ตอนที่มีความสุข แต่เมื่อความทุกข์ถามหากลับไม่มองมาที่มันสักครั้ง ซึ่งจริงๆแล้วอยากบอกว่าไดอารี่ช่วยพยุงอารมณ์และความรู้สึกอยู่หลายครั้ง
       
       “การเขียนบรรยายความรู้สึกลงในสมุดสักเล่ม เป็นวิธีการระบายอารมณ์วิธีหนึ่งที่ทำให้เราสามารถก้าวผ่านความฉุนเฉียวและไปลงกับลูกได้เป็นอย่างดี ส่วนอีกประการหนึ่งนั้นคือ หากลูกเห็นว่าพ่อแม่มีสมุดบันทึกเป็นที่รองรับความคิดผ่านตัวอักษร ตัวอย่างแบบนี้ก็จะทำให้เขานำไปปฏิบัติบ้าง”
       
       อย่างไรก็ดี การใช้ไดอารี่เป็นที่ระบายความรู้สึกนั้น ยังทำให้พ่อแม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อีกด้วย และในที่สุดลูกก็จะไม่หดหู่เพราะพ่อแม่ไม่ตวาดใส่ พ่อแม่เองก็ไม่ฉุนเฉียวและไม่เป็นผู้ทำร้ายความรู้สึกของลูกๆอย่างไร้สติอีกต่อไป
       
       3. พ่อแม่ที่ดี...ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม
       
       แน่นอนว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนมักตั้งใจที่จะเอาเวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูก โดยเฉพาะตอนที่ลูกยังอยู่ในวัยแบเบาะ แต่เมื่อลูกโตขึ้น เวลาที่เคยมีอาจหายไปอยู่กับการทำงานและเพื่อนฝูงจนลืมครอบครัวซึ่งกลายเป็นสาเหตุของการแบ่งเวลาที่ไม่สมดุลกัน
       
       ดังนั้นไม่ใช่ว่าการที่คนๆหนึ่งมีครอบครัวนั้น มันไม่ได้หมายความว่า จะมีห่วงไว้คล้องคอ และมีโซ่ไว้ล่ามตัวจนไปไหนมาไหนไม่ได้ เพราะพ่อแม่ที่ดีควรรู้จักแบ่งเวลาทั้งการทำงาน เพื่อนฝูงและครอบครัวให้พอดี และลงตัว เพื่อที่ว่าจะไม่เกิดปัญหาครอบครัว และการทำงานในอนาคต
       
       ทั้งนี้ หากมองในมุมของพ่อแม่ที่ต้องพาลูกๆไปไหนต่อไหนด้วยเวลาไปสังสรรค์นั้น พ่อแม่ควรหาโอกาสสอนให้ลูกรู้จักสังคมที่แท้จริงและสอนให้เขารู้จักกาลเทศะ เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่พูดจาแทรกขึ้นมาระหว่างการสนทนาของผู้ใหญ่
       
       แทมมี เบอร์แมน คุณแม่จากนิวยอร์ก เล่าว่า เด็กๆมักจะชอบฟังเวลาผู้ใหญ่คุยกันซึ่งมันคือธรรมชาติของเด็กทั่วไป แต่พ่อและแม่ก็ต้องสอนลูกด้วยว่า ให้รู้จักมารยาทและมีสัมมาคาราวะด้วย
       
       “ทุกครั้งที่มีโอกาสไปสังสรรค์กับเพื่อนๆแล้วลูกไปด้วย มันเป็นโอกาสที่เขาจะได้ทำความรู้จักคำว่า ‘มิตรภาพ’ ของพ่อแม่กับเพื่อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่า ความจริงใจและความรักระหว่างเพื่อน รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆของพ่อและแม่นั้น จะเป็นสิ่งที่ลูกๆสามารถซึมซับมันได้เป็นอย่างดี”

 
 
ภาพจาก www.thelovelyroom.com
 
 
       4.พ่อแม่ที่ดี...ควรให้ลูกตัดสินใจบางอย่างด้วยตัวเอง
       
       เด็กๆคือบุคคลที่มีโลกส่วนตัวสูงจนพ่อแม่ยากจะเข้าถึง ดังนั้นกิจกรรมหรือการแต่งตัว รวมไปถึงจินตนาการของเขา พ่อแม่ที่ดีควรปล่อยและให้อิสระกับลูกในการคิดและแสดงออกอย่างเต็มที่
       
       ทั้งนี้การตัดสินใจบางอย่างที่ลูกสามารถทำได้นั้นคือลูกสาวอาจจะอยากแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิง ลูกชายอาจจะอยากกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่
       
       ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมที่ลูกๆอยากเลียนแบบใครสักคนที่เขาชื่นชอบ รวมไปถึงการเลือกซื้อของ เช่นหนังสือ การตกแต่งห้องนอน และงานอดิเรกมันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้โดยที่พ่อแม่ยืนดูและเป็นผู้ที่คอยให้คำปรึกษาเท่านั้น
       
       5.พ่อแม่ที่ดี...ควรรู้จัก "ปฏิเสธ" กับลูกบ้าง
       
       จริงอยู่ที่คนเป็นพ่อแม่ทุกคนก็หวังจะทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญไปในเรื่องของการตอบสนองความต้องการให้แก่ลูกเท่าที่พ่อแม่จะทำได้
       
       แต่ทว่าบนความรักของพ่อแม่นั้น ก็ควรตั้งอยู่บนเหตุและผลด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าลูกอยากได้สิ่งใด พ่อแม่ก็ให้อย่างไร้การปฏิเสธ เพราะหากทำเช่นนั้นแล้ว ในที่สุด‘การตามใจลูก’ มันก็จะเปรียบเสมือนดาบสองคมที่กลับ มาทำร้ายลูกเช่นกัน
       
       ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ขอให้รักอยู่บนเหตุผลและกฎเกณฑ์ของครอบครัว ซึ่งพ่อแม่ควรให้ลูกๆเข้าใจในการปฏิเสธนั้นๆด้วย อย่าปล่อยให้เขาแคลงใจเป็นอันขาด
       
       เรียบเรียงข้อมูลบางส่วนจาก www.parenting.com

 
 
 
พี่ปิงปองว่าไงขอรับ   ฮืม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!